ข้อความต้นฉบับในหน้า
“ใครสงสัยอยากถามก็เชิญ
“มีคนขู่จะเผาวัด ท่านเห็นว่าอย่างไร
ครับ” สุภาพบุรุษสูงอายุที่มาพร้อมผมเป็น
คนถาม
“ถ้าวัดถูกเผา........ หากยังมีกำลัง
ก็จะช่วยกันสร้างขึ้นมาอีก ที่จะให้ยอมแพ้
มารไม่เคยคิด.......”
“บารมี ๑๐ ทัศ หรือ ๑๐ ข้อ ที่อาตมา
โยงไว้ตอนแรกนั่นแหละคุณโยม พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมีทำไม เพื่อสร้าง
กำลังใจเอาไว้ปราบกิเลส.....งานสร้างบารมี
เป็นงานปราบกิเลสไม่ใช่งานปราบมารนะ
คนละเรื่อง อย่าเอาไปปนกัน เรามีหน้าที่สร้าง
บารมีก็สร้างไป มารมีหน้าที่ล้างผลาญความดี
ก็ทำหน้าที่ของเขาไป”
ระหว่างจดทุกคำพูดของหลวงพ่อลงใน
สมุดโน้ต สุภาพบุรุษเจ้าของคำถามเอื้อมมือ
มาสะกิดข้อศอกของผมเบาๆ พอเงยหน้าขึ้น
จะถามจึงเห็นหลวงพ่อท่านเจ้าอาวาสกำลัง
เดินเข้ามา
“หลวงพ่อธัมมชโย ท่านเจ้าอาวาส
ครับ” ผมรีบกระซิบบอก
ทุกคนประนมมือจรดหน้าผากไหว้ท่าน
ด้วยความเคารพอย่างสูง หลวงพ่อทัตตชีโว
ลุกขึ้นจากเก้าอี้นิมนต์ให้ท่านนั่ง อุบาสก
ท่านหนึ่งรีบไปยกเก้าอี้มาเพิ่ม
“แวะเข้ามาดูเท่านั้นว่าขจรอยู่ที่นี่ไหม
เดี๋ยวจะไปที่กลุ่มอาสาฯ” ท่านปฏิเสธด้วย
เสียงนุ่มนวลพลางยิ้มน้อย ๆ แต่ก่อนที่ท่านจะ
ขอตัวออกไปนั้นอาจารย์ในกลุ่มได้เรียนถาม
ขึ้นมาว่า
นี้"
“หลวงพ่อครับ รู้สึกท้อแท้บ้างไหมครับ”
“ไม่ ท้อไม่เป็น ไม่เคยรู้จักอารมณ์
แล้วท่านก็ยิ้มกับคนถาม ก่อนที่จะหัน
หลังกลับก้าวเดินจากไป
“นี้แหละ หลวงพ่อธัมมชโยล่ะ พูดสั้น
กินใจ....โชคดีที่มีคุณยาย โชคดีที่ได้ท่าน เรา
จึงมีวัดพระธรรมกายในวันนี้
ทำลายไม่ยาก เผาวันเดียวก็หมด
แต่กว่าจะมาเป็นวัดอย่างที่เราเห็น
เหนื่อยหนักทั้งพระทั้งฆราวาส ฆราวาสบาง
ท่านทนเหนื่อยไม่ไหวก็ถอยออกไป ได้คนใหม่
หนุนเข้ามา ส่วนพระตั้งสัจจะตั้งแต่วันบวช
แล้วว่าอุทิศให้ทั้งชีวิต เหนื่อยหนักอย่างไรจึง
ทนได้ไม่ถอย”
“ตอนลงมือสร้างวัดช่วงแรก ๆ อายุ
แค่ ๒๐ กว่า ๆ ด้วยกันทั้งนั้น มีหลวงพ่อ
ธัมมชโยองค์เดียวที่บวช ตอนนั้นก็ถูกปรามาส
หาว่าซ่าคิดจะทำงานใหญ่เกินตัวเกินกำลัง
เงินก็ไม่มี งานก็หนัก ทั้งอดทั้งเหนื่อยก็ทนกัน
เรื่อยมา....
ถึงเวลาสร้างโบสถ์จึงตกลงกันอย่างนี้
ว่า ขอให้เป็นแบบที่แข็งแรงทนทานใช้ได้
ตลอดช่วงชีวิตของเรา การซ่อมแซมให้เป็น
หน้าที่ของคนรุ่นหลัง โบสถ์เสร็จก็เลยเจอ
ปัญหา หาว่าไม่เหมือนโบสถ์วัดอื่นบ้าง เป็น
แบบโบสถ์ฝรั่งบ้าง ก็ว่ากันไป....จริง ๆ แล้วนี่
แหละโบสถ์แบบสวยงามทนทานที่ช่วยกันคิด
ขึ้นมาได้
สร้างวัดเสร็จมีคนเข้าวัดมาก นี่เรื่องจริง
ย้อนหลังไปดูเถอะ ไม่มีหรอกในประวัติศาสตร์
ไทยที่จะมีคนเข้าวัดพร้อมกันมากมายอย่างนี้
ที่ ๑๙๖ ไร่ที่ว่ากว้าง ๆ คราวนี้ก็เลยแคบลง
ถนัดใจ พิธีบุญใหญ่ประจำปีที่จะนั่งจะเดิน
ไม่พอก็มาปรึกษากัน.... จะเหนื่อยต่อ หรือพอ
อยู่แค่นี้ อย่างว่านะ ลูกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ท้อไม่เป็น จึงตกลงขยายทำเป็นเขตธุดงค์เอาไว้
ให้มาปักกลด วันสุดท้ายไม่ว่าชายหรือหญิง
เลิกงานแล้วแบกกลด เข้าวัดปฏิบัติธรรม เสริม
กำลังใจ สร้างปัญญา มีปัญหาก็มานั่งหลับตา
สำรวจข้อบกพร่องของตัวเอง ลืมตามันก็เห็นแต่
ปัญหาของคนอื่น หลับตาลงเสียบ้างจะได้รู้ว่า
เรามันก็แสบไม่เบา
เคยพูดไว้หลายครั้ง ให้ได้ประโยชน์กัน
จริงละก็ต้องใช้พื้นที่ถึงหมื่นไร่เป็นอย่างน้อย
จึงจะพอ
มีความจำเป็นอย่างไรจึงต้องใช้ถึง
ขนาดนั้น ใช่ จำเป็น เพื่อเอาไว้สร้างสวนป่า
ขึ้นมา
การอยู่ธุดงค์โดยอาศัยเสื่อผืนหมอนใบ
กัลยาณมิตร ๑๐๗
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
Kalyanamitra.org