ข้อความต้นฉบับในหน้า
เหมือนกัน แต่กษัตริย์ไม่มีอำนาจสิทธิ์ขาด
ในการปกครอง เวลาสั่งการต้องผ่านความ
เห็นชอบจากอำมาตย์ราชมนตรีก่อนทุกครั้ง
การปกครองของแคว้นวัชชีเป็นแบบ
สภากษัตริย์ คือมีกษัตริย์หลายพระองค์ปก
ครองแคว้นร่วมกัน โดยอาศัยการลงมติเป็น
เอกฉันท์ กษัตริย์เหล่านี้ได้รับคัดเลือกมาจาก
พระราชวงศ์ลิจฉวีชั้นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถ
มาก และมีศักดิ์ศรีเสมอกัน เพราะฉะนั้น
ความสามัคคีกลมเกลียวกัน ความคิดเห็น
ที่ตรงกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ด้วยเหตุนี้เอง
เมื่อกษัตริย์ลิจฉวีทราบว่า พระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าเสด็จผ่านมาทางแคว้นวัชชีในคราวหนึ่ง
จึงพากันมาเฝ้าเพื่อกราบทูลขอหลักการที่จะ
ทำให้การปกครองแบบสภากษัตริย์อำนวย
ความเจริญให้แก่บ้านเมืองได้อย่างเต็มที่
พระพุทธองค์จึงแสดงอปริหานิยธรรม
ประการขึ้น เพื่อให้กษัตริย์เหล่านั้นนำไปเป็น
หลักในการปกครอง
ทราบอุบายของเขา หรือทรงคาดหวังผลสิ่งใด
ไว้
มือชั้นพระองค์เรื่องตามไม่ทันอุบายนั้น
ไม่ต้องพูด แต่ทรงคาดหวังสิ่งใดนั้น อย่าว่าแต่
พวกเราเลย แม้พระสงฆ์ที่อยู่ในเหตุการณ์
ครั้งนั้นก็มีที่น่าสงสัยเหมือนกัน แต่เมื่อ
วัสสการพราหมณ์กลับไปแล้ว พระพุทธองค์
ก็ทรงอธิบายเหตุผลให้ฟังจนเข้าใจแจ่มแจ้ง
ทรงอธิบายว่าอย่างไรนั้น หลวงพ่อ
ขอข้ามไปก่อน จะขอเท้าความถึงเรื่องราว
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กับพระเจ้าพิม
พิสารและพระเจ้าอชาตศัตรู สักเล็กน้อย
พอเป็นเหตุเป็นผลให้ทุกคนเข้าใจตามกันได้
- พระเจ้าพิมพิสาร คือ กษัตริย์ผู้ครอง
แคว้นมคธที่มีแสนยานุภาพมาก ทรงเป็นผู้มี
ศรัทธาแรงกล้าในพระพุทธศาสนา ทรงพบ
๗
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าครั้งแรกเมื่อพระพุทธองค์
เสด็จออกบรรพชาใหม่ ๆ ยังไม่ทรงตรัสรู้
การพบกันครั้งนั้นพระเจ้าพิมพิสาร ทรงชื่นชม
ในบุคลิกลักษณะของพระพุทธองค์มาก ถึง
ขนาดทรงขอให้อยู่ครองแคว้นมคธแทนพระองค์
แต่เมื่อทรงทราบจุดประสงค์ในการบวชแล้ว
เหตุที่ทรงแสดงอปริหานิย
ธรรมครั้งที่สอง
1 นับตั้งแต่กษัตริย์ลิจฉวี นำอปริหานิย
ธรรมไปเป็นหลักในการปกครองแคว้นวัชชี
ก็แข็งแกร่ง เจริญเป็นปึกแผ่นขึ้นตามลำดับ
แม้เป็นแคว้นเล็กก็มีพิษสงร้ายกาจ แคว้นใหญ่
ที่มีแสนยานุภาพมากและอยู่ติด ๆ กัน เช่น
แคว้นมคธสมัยที่พระเจ้าอชาตศัตรูปกครอง
ยกกองทัพมาโจมตีตั้งหลายครั้ง ก็เอาชนะ
ไม่ได้สักครั้ง สุดท้ายต้องใช้วัสสการพราหมณ์
มาเฝ้าพระพุทธองค์เพื่อกราบทูลเลียบเคียง
ถามถึงวิธีเอาชนะแคว้นวัชชี
การมาเฝ้าพระพุทธองค์ของวัสสการ
พราหมณ์ ตามคำสั่งของพระเจ้าอชาตศัตรู
ครั้งนั้น เป็นเหตุให้ทรงแสดงอปริหานิยธรรม
อีกครั้งท่ามกลางสงฆ์ ณ วัดเวฬุวัน
หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าจึงทรงแสดงอปริหานิยธรรม เป็น
นัยให้วัสสการพราหมณ์ เอาไปวางแผน ไม่ทรง
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
ก็ทรงอนุโมทนา และกราบทูลอาราธนาล่วง
หน้าว่า เมื่อทรงตรัสรู้แล้ว ให้มาเทศน์โปรด
พระองค์ที่แคว้นมคธก่อน
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาเทศน์
โปรดให้ตามที่ทูลขอก็ทรงเลื่อมใสมาก ยก
พระราชอุทยานป่าไผ่ให้เป็นที่สร้างวัดเวฬุวัน
มหาวิหาร วัดพระพุทธศาสนาแห่งแรกในโลก
ส่วนพระองค์เองก็ตั้งใจปฏิบัติธรรมจนได้
บรรลุเป็นพระโสดาบันบุคคล และเป็นกำลัง
สำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
พระเจ้าอชาตศัตรู คือโอรสของพระเจ้า
พิมพิสาร แต่เป็นโอรสทรพืชนิดลูกฆ่าพ่อชื่อ
อชาตศัตรู แปลว่า ไม่เป็นศัตรูกับใคร แต่ก็ต้อง
มาเป็นศัตรูฆ่าพ่อของตัวเอง เพราะถูกลูกยุ
ของพระอาจารย์คือ พระเทวทัต
พระเทวทัตจอมบงการนี้เป็นผู้ร้ายชั้น
พิเศษ ตามจองล้างจองผลาญพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าชนิดข้ามภพข้ามชาติ งวดนี้เห็น
Kalyanamitra.org
มือชั้นพระองค์ เรื่องตาม
ไม่ทันอุบายนั้นไม่ต้องพูด
แต่ทรงคาดหวังสิ่งใดนั้น
อย่าว่าแต่พวกเราเลย
แม้พระสงฆ์ที่อยู่ใน
เหตุการณ์ครั้งนั้น
ก็มีที่น่าสนใจเหมือนกัน
กัลยาณมิตร ๘๓