ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นเสบียงสำหรับการเดินทางในโลกนี้ บุญกุศล
เขาประสบเคราะห์กรรมคราวนี้ อาจจะเป็นผลกรรมเก่า
เป็นเสบียงสำหรับการเดินทางไปในวัฏสงสารอัน ที่เขากระทำไว้แต่ชาติก่อนก็ได้ เป็นผลกรรมชั่วที่กระทำ
ยาวนาน ผู้ใดมีบุญกุศลอันสั่งสมไว้มาก ผู้นั้น
จะก้าวขึ้นบันไดแห่งสุคติ แล้วจะดำเนินไปตาม
หนทางอันสูงส่งสู่ประตูพระนฤพานในที่สุด ผู้ใด
ไม่ได้สั่งสมบุญไว้ ผู้นั้นจะประสบความอดอยาก
ตลอดกาลนานในทุคติมีนรกเปรตอสุรกาย และ
กำเนิดสัตว์เดรัจฉานเป็นต้น จะเวียนว่ายตายเกิด
ไว้ในชาตินี้ก็ได้ อาจจะเป็นผลแห่งความประมาทเลินเล่อ
ของเขาเองก็ได้ อาจจะเป็นเหตุบังเอิญสุดวิสัยก็ได้ใครจะ
ไปรู้”
เมื่ออาตมาตอบเป็นทำนองปัด ๆ ไปเช่นนั้น ชาย
คนนั้นก็ไม่ติดใจจะถามต่อไปอีก อาตมานึกดีใจที่สามารถ
ตัดปัญหายุ่งยากไปเสียได้ แต่แล้วเจ้าความไม่แน่นอน
ประสบทุกข์อยู่ในห้องมืด แห่งวัฏฏะไม่มีที่สิ้นสุด ตัวเดียวกันนั่นเองก็ก่อให้เกิดเรื่องขึ้นจนได้ กล่าวคือ
ฉะนั้นตั้งแต่วันนี้ขอให้ทุกคนจงคัดหางเสือนาวาชีวิต มีคนโดยสารคนหนึ่งซึ่งเป็นคนจีน และได้เห็นเหตุการณ์
ของตนไปสู่ทิศทางอันถูกต้องคือทางบุญทางกุศล ตอนอาตมาถูกไล่ลงจากรถด้วยตาตนเอง เดินกะโผลก
ต่อไป”
พออาตมาเทศน์จบ ญาติโยมทั้งนั้นต่างกราบ
ลงกับพื้นด้วยความเลื่อมใสศรัทธา แล้วก็ลุกขึ้นยืนเข้ามา
รุมล้อมอาตมา มีชายคนหนึ่งถามขึ้นว่า
“ก่อนที่ชายคนนั้นจะสิ้นใจ ผมได้ยินเขาขอโทษ
ขอโพยท่าน ผมอยากทราบว่าเขาได้ทำการล่วงเกินท่าน
ไว้อย่างไรบ้างนิมนต์เล่าให้พวกผมฟังด้วย”
กะเผลกเข้ามาหาอาตมา พอมาถึงก็ฟุบลงแทบเท้าของ
อาตมา ท่ามกลางความประหลาดใจของคนทั้งหลาย
แล้วนั่งคุกเข่าประนมมือพูดขึ้นอย่างละล่ำละลักด้วย
เสียงค่อนข้างดัง และด้วยภาษาไทยที่ไม่ค่อยชัดว่า
“ท่านอาจารย์ครับ เป็นกุศลของผมเหลือเกินที่
ได้พบกับท่านอีก ผมนึกว่าผมตายแล้วตอนรถคว่ำถ้า
มิได้พระคุณเจ้าช่วยคุ้มครอง ผมคงตายไปแล้ว” เขา
ส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่าย
อาตมาเองก็รู้สึกงงเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ เพราะ
จำไม่ได้ว่าเคยพบชายจีนอายุกลางคนผู้นี้ที่ไหนมาก่อน
อาตมานิ่งอยู่นานทีเดียว เนื่องจากคิดไม่ออกว่า
จะตอบเขาอย่างไรดี ถ้าจะเล่าเรื่องอาตมาถูกไล่ลง
จากรถให้ฟังก็เกรงว่า เขาจะเข้าใจว่า อาตมาเป็นพระ
ผู้ศักดิ์สิทธิ์ สามารถดลบันดาลให้เกิดภัยพิบัติแก่ผู้ “ท่านอาจารย์ครับ” เขากล่าวต่อหลังจากนั่งหอบ
ล่วงเกินได้ แล้วหลังจากนั้นก็จะถูกรุมล้อม ถูกนิมนต์ อยู่ครู่หนึ่ง “ตอนที่เขาไล่ท่านลงจากรถนั้น ผมเห็นอยู่กับหู
ถูกติดตามในฐานะผู้วิเศษจนไม่มีเวลาที่จะปฏิบัติดัดกาย กับตา ผมรู้สึกโมโหเจ้าคนขับรถกับกระเป๋ารถจนตัวสั่น
วาจา ใจ เพื่อความบริสุทธิ์หลุดพ้นอันเป็นจุดมุ่งสูงสุด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มันช่างใจบาปหยาบช้าเสียเหลือเกิน
ในพระพุทธศาสนา แต่ครั้นจะตอบเป็นอย่างอื่นจาก ผมว่ารถมันคว่ำคราวนี้ เพราะกรรมตามสนองมันแท้ๆ
ความจริง ก็จะเป็นการพูดมุสาผิดพระวินัยบัญญัติของ สมน้ำหน้า"
พระบรมศาสดา ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงยิ่งกว่าการ
เล่าความจริงเสียอีก เมื่อคิดดูดีแล้วจึงตอบเพียงย่อ ๆ
ว่า
“เขาเคยล่วงเกินอาตมาครั้งหนึ่งนานมาแล้วซึ่ง
เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาตมาไม่ได้เอาใจใส่มากมาย
นัก”
“ผมได้ยินเขาบอกว่า “กรรมตามสนองผมแล้ว”
แสดงว่าเขาประสบเคราะห์กรรมคราวนี้ เพราะเขาได้
ล่วงเกินท่านไว้ตั้งแต่คราวนั้น ใช่ไหมครับ?” ชายคนเดิม
ถามอีก
“ก็ไม่แน่นัก” อาตมาตอบ “เรื่องของกรรมเป็น
เรื่องเกินวิสัยคนธรรมดาอย่างเราจะรู้ทั่วถึง การที่
๑๐๐ กัลยาณมิตร
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
Kalyanamitra.org