บทเรียนจากการเชื่อฟัง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 2 หน้า 19
หน้าที่ 19 / 124

สรุปเนื้อหา

ผู้มีใจเป็นพาลแล้วสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต เที่ยวชักจูงให้ใคร ๆ เชื่อ ในที่สุดก็พาพวกที่หลงเชื่อ ไปตายทั้งหมด ผู้ที่โง่เขลา ยิ่งมีบริวารมากเท่าไร ก็ยิ่งถึงความพินาศมากเท่านั้นเหมือนนกกระทาอยู่ใน ฝูงนกอื่น ย่อมขันอยู่เรื่อย ๆ นายพรานได้ยินเสียงก็มาจับไปได้หมด ไม่มีประโยชน์แก่นกอื่นเลย พวกเจ้าจะอยู่กับใคร จะให้ใครเป็นผู้นำหมู่คณะ ก็จงพิจารณาดูเถิดว่า ผู้นั้นมีศีล มีมารยาท มีปัญญา มีความรอบรู้หรือไม่ ถ้ามีก็สมควรเข้าไปเป็นลูกน้อง นายอย่างนี้ย่อมได้ชื่อว่าประพฤติ ประโยชน์ต่อทั้งตนเองและต่อบริวาร” หลาน ๆ คะ พญากระบี่ผู้เป็นบัณฑิตสั่งสอนบริวารให้เป็นผู้ฉลาด รู้จักคิด รู้จักพิจารณา รู้จักเลือกผู้นำ เป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา จึงไม่ถึงความพินาศ คนเราก็เช่นกัน เราจะเชื่อฟังใคร ก็ควรมี “หลัก” ในการคิดที่ประกอ

หัวข้อประเด็น

- บทเรียนจากการเชื่อฟัง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เมื่อไปถึง มันได้ล้มลงด้วยความเจ็บปวด แล้วกล่าวอย่างกระท่อนกระแท่นว่า “...พวกเรา....ถูกทหารฆ่าตาย...หมด...แล้ว....” พูดขาดคำมันก็ขาดใจตายอยู่ตรงนั้นเอง กระบี่ทั้งหลายได้แจ้งเรื่องนี้ให้พญากระบี่ทราบ พญากระบี่จึงกล่าวให้โอวาทบริวารว่า “กระ ทั้งหลายสิ้นชีวิตเพราะเชื่อ กระบี่พาล ใครก็ตามที่ประพฤติตามญาติหรือมิตร ที่มีจิตคิดร้ายจองเวร ผู้นั้นย่อมพลอยพินาศไปด้วยเหมือนฝูงกระบี่ที่เชื่อฟังหัวหน้า ผู้คิดจองเวร ผู้มีใจเป็นพาลแล้วสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต เที่ยวชักจูงให้ใคร ๆ เชื่อ ในที่สุดก็พาพวกที่หลงเชื่อ ไปตายทั้งหมด ผู้ที่โง่เขลา ยิ่งมีบริวารมากเท่าไร ก็ยิ่งถึงความพินาศมากเท่านั้นเหมือนนกกระทาอยู่ใน ฝูงนกอื่น ย่อมขันอยู่เรื่อย ๆ นายพรานได้ยินเสียงก็มาจับไปได้หมด ไม่มีประโยชน์แก่นกอื่นเลย พวกเจ้าจะอยู่กับใคร จะให้ใครเป็นผู้นำหมู่คณะ ก็จงพิจารณาดูเถิดว่า ผู้นั้นมีศีล มีมารยาท มีปัญญา มีความรอบรู้หรือไม่ ถ้ามีก็สมควรเข้าไปเป็นลูกน้อง นายอย่างนี้ย่อมได้ชื่อว่าประพฤติ ประโยชน์ต่อทั้งตนเองและต่อบริวาร” หลาน ๆ คะ พญากระบี่ผู้เป็นบัณฑิตสั่งสอนบริวารให้เป็นผู้ฉลาด รู้จักคิด รู้จักพิจารณา รู้จักเลือกผู้นำ เป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา จึงไม่ถึงความพินาศ คนเราก็เช่นกัน เราจะเชื่อฟังใคร ก็ควรมี “หลัก” ในการคิดที่ประกอบด้วย “ธรรม” ไม่ใช่หลักที่ ประกอบด้วย “อารมณ์” มิฉะนั้นก็จะถูก “ปลุกระดม” ให้เป็นพวก และผู้ที่ปลุกระดมได้เก่งก็มักจะเป็นผู้ที่นำ “การผูกเวร” มาใช้เสมอ หลาน ๆ คะ เราไม่ผูกเวร ไม่จองเวรกับใคร ๆ นะคะ และที่สำคัญ เราต้องมีมารยาท รู้กาลควร ไม่ควร ไม่เป็นคน “ห่าม” คน “ทะลึ่ง” ให้ใคร ๆ เขาเกลียด มิฉะนั้น แม้เราไม่คิดผูกเวรกับใคร ๆ แต่ การกระทำของเราไปทำให้เขาโกรธให้เขาเกลียด หรือให้เขาแค้น ก็อาจจะถูกเขาผูกเวรอยู่ข้างเดียวได้เหมือนกัน และแม้เราไม่ก่อเวร ไม่จองเวร มีศีล มีมารยาทดี แต่ในที่อยู่ของเรามีการผูกเวรกัน เราก็ไม่ควรจะอยู่ที่นั่น เพราะที่นั่นไม่ปลอดภัยเสียแล้วค่ะ นิทานชาดกเรื่องนี้ น้าอึดนำมาจาก “กปิชาดก” ซึ่งเป็นอดีตชาติครั้งหนึ่งของพระสัมมาสัม พุทธเจ้า เมื่อครั้งที่เกิดเป็นพญากระบี่ตัวที่หนีเข้าไปอยู่ในป่าลึก ส่วนพญากระบี่ที่ไม่ยอมถอยก็คือ พระเทวทัตค่ะ "กระบี่ทั้งหลายสิ้นชีวิตเพราะ เชื่อค่ากระบีพาล ใครก็ตามที่ประพฤติ ตามญาติหรือมิตรที่มีจิตคิดร้ายจองเวร ผู้นั้นย่อมพลอยพินาศไปด้วย เหมือนฝูงกระบี่ที่เชื่อฟังหัวหน้า ผู้คิดจองเวร ผู้มีใจเป็นพาลแล้วสําคัญว่าตนเป็นบัณฑิต เที่ยวชักจูงให้ใคร ๆ เชื่อ ในที่สุด ก็พาพวกที่หลงเชื่อไปตายทั้งหมด” น้าอี๊ด กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร ๑๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More