ข้อความต้นฉบับในหน้า
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
ส่งไปที่กรุงวอชิงตัน ราวสองสามวันก็มีคำตอบมาว่า
เชื้อโรคนี้เป็นเชื้อโรคที่พบน้อยที่สุด เคยพบในประเทศ
อังกฤษเพียงครั้งเดียว ไม่เคยมีในอเมริกาเลย มันทำให้
เยื่อฝ่ายเสียหาย ถ้าไม่กำจัดมันเสียในทันทีแล้ว มัน
อาจจะทำลายล้างผลฝ่ายในประเทศต่อ ๆ ไปอีกหลายปี
ทีเดียว
เดียว
นายคาร์เว่อร์ได้พบมันอยู่บนเส้นเชือกท่อน
“เขาเป็นอัจฉริยะหรือ” เลขานุการสก๊อตต์ถาม
ตนเองในปัญหานี้ ขณะที่เข้าไปในห้องทำงานของเขา
เมื่อเวลาผ่านไป ๆ คนเป็นจำนวนมากขึ้น ๆ พากัน
เริ่มถูกปัญหานั้น ในเมื่อกล่าวขวัญถึง ดร.คาร์เวอร์
บางคนก็ปฏิเสธความจริงด้วยกิริยาอันเกือบจะโกรธ
ประหนึ่งว่าคาร์เวอร์เองเป็นผู้กล่าวยืนยันความข้อนั้น
ส่วนคนอื่น ๆ -
ใน พ.ศ. ๒๔๗๒ (ค.ศ. ๑๙๒๙) นาย เอ
เอฟ วู้ด ผู้อำนวยการกิจการทางวิทยาศาสตร์แห่ง
กรมเกษตราธิการสหรัฐ ได้ประกาศว่า
“วิทยาศาสตร์ กำลังก้าวหน้าไปสู่แดนแห่งการ
ค้นคว้าด้านเคมี อันใหญ่ยิ่งกว่าเคมีด้านน้ำมันดินที่
ได้เป็นไปแล้วเมื่อสองสามปีก่อนที่ล่วงไป” หนังสือพิมพ์
มอนต์กอเมอรี่ แอดเวอร์ไตเต้อร์ (Montgomery
Advertiser) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับนำในรัฐอาลาบาม่า
ได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.
๒๔๗๒ ว่า
“ในเรื่องทำนองนี้ อาลาบาม่าอาจอวดได้ว่า
มีคนอยู่คนหนึ่งซึ่งได้ปฏิบัติในด้านค้นคว้ามาแล้ว
เป็นอย่างมาก และคงจะเป็นผู้รู้สิ่งลึกซึ้งในเรื่อง
เคมีแห่งต้นไม้มากกว่า บรรดานักวิทยาศาสตร์
ทั้งปวงในโลก ผู้นั้นก็คือ ดร.ยอร์ช ดับบลิว. คาร์-
และชักจะอ่อนระโหย ที่จริงเขายังไม่หิวหรอก แต่เขา
เคยกระทำตัวให้เคร่งครัดในข้อบังคับแห่งการรับประทาน
อาหารตรงตามเวลามาเสมอ เขารู้ว่าร่างกายของเขา
อ่อนแอลงไปและต้องการสิ่งบำรุงกำลัง กาแฟดี ๆ สัก
ถ้วยหนึ่งก็จะแก้ได้ เมื่อคิดถึงกาแฟสักถ้วยหนึ่งเขาก็หยุด
เพราะความคิดอย่างหนึ่งได้เข้ามาสะกิดเขา เขาถาม
ตัวเองว่า ทำไมจึงไม่ทำ ทำไมจึงไม่ทดลองให้สำเร็จ
ทำไมจึงไม่หาความช่วยเหลือในเมื่อมีอะไรบกพร่อง
เกิดขึ้น
เขาหัวเราะหึ ๆ ให้แก่ตัวเขาเอง แล้วเขาก็มีกิริยา
เคลื่อนไหวอย่างรีบร้อน ลืมเรื่องอาหารเช้าสนิท มันเป็น
เรื่องที่ต้องทำอย่างแน่นอน ต้องการเวลาเพียงเดี๋ยวเดียว
สำหรับแบ่งของเหลวข้นลงในเหยือกเล็ก เสร็จแล้วสวม
หมวกแก๊ปยังไม่ทันเข้าที่ รีบออกเดินข้ามสนามตรงไปยัง
ห้องอาหาร นิสิตที่มาสายมองดูเขาด้วยความพิศวง
เว่อร์ นักวิทยาศาสตร์ชาวนิโกรผู้ยิ่งใหญ่แห่งสถาบัน ดร.คาร์เวอร์เคยเป็นผู้ที่รู้กันดีว่าตรงต่อเวลาเสมอ
ทัสคีกี"
โดยมิได้รู้สึกหยิ่งในตนเลย “นักวิทยาศาสตร์
ชาวนิโกรผู้ยิ่งใหญ่” กำลังหลิ่วตาตรวจดูวัตถุข้นสีเหลือง
ที่ละเลงอยู่ในหลอดทดลอง เขาทำงานมาแล้วตลอดคืน
และยังแก้ปัญหาไม่ตก ขณะนั้นมีเสียงระฆังครั้งที่สอง
คือครั้งสุดท้ายให้สัญญาณรับประทานอาหารเช้าเวลา
หกนาฬิกาผ่านสนามมา คาร์เวอร์ถอนหายใจลึก และ
เช็ดมือด้วยผ้าเอี้ยมกันเปื้อนที่มีรอยจุด ๆ เขารู้สึกเหนื่อย
อ่านต่อฉบับหน้า
GU220
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๙๗