ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่สำเร็จเพราะเหตุอย่างนั้น ๆ แต่พระสัมมา เพื่ออนุเคราะห์ ถ้าเราไม่กล่าวดังนี้ แสดงแก่กษัตริย์ลิจฉวี ที่ใกล้พระนครเวสาลี
สัมพุทธเจ้ากลับไม่ตรัสต่อความกับวัสสการ
พราหมณ์
ทรงหันไปทางพระอานนท์ แล้วตรัส
อปริหานิยธรรมขึ้นทีละข้อ ครั้นจบข้อหนึ่งแล้ว
จึงตรัสถามพระอานนท์ว่า ชาววัชชียังปฏิบัติ
ธรรมข้อนี้เคร่งครัดอยู่หรือไม่ ครั้นพระ
อานนท์กราบทูลยืนยันว่า ชาววัชชียังปฏิบัติ
ได้เคร่งครัดอยู่ พระพุทธองค์ก็ตรัสว่า ถ้าชาว
วัชชียังปฏิบัติธรรมข้อนี้ ๆ อยู่ ใครก็ทำลายล้าง
ไม่ได้ แล้วทรงกล่าวข้อต่อไป
เมื่อพระอานนท์กราบทูลรับรองว่า ชาววัชชี
ยังคงปฏิบัติอปริหานิยธรรมได้อย่างเคร่งครัด
ครบทั้ง ๗ ข้อ พระพุทธองค์จึงทรงสรรเสริญว่า
ทั้งหมดนั้นเป็นเหตุแห่งความไม่เสื่อม จากนั้น
จึงทรงหันไปตรัสกับวัสสการพราหมณ์ว่า
ธรรมะทั้ง ๒ ข้อนี้เรียกว่า อปริหานิยธรรม
ทรงสอนให้กษัตริย์ลิจฉวีนำไปเป็นหลักในการ
ปกครองแคว้นวัชชีนานแล้ว เพราะฉะนั้น
ถ้าชาววัชชียังปฏิบัติอปริหานิยธรรมได้อย่าง
เคร่งครัด ครบทั้ง ๗ ข้ออยู่ แคว้นไหน มี
แสนยานุภาพมากเพียงไร ก็ทำลายแคว้นวัชชี
ไม่ได้
พอตรัสสรุปอย่างนี้ วัสสการพราหมณ์
คนหัวไว ก็เห็นช่องทางทันที แล้วก็ไม่ปิดบัง
ความคิดเสียด้วย กราบทูลโพล่งขึ้นมาว่า
“ถ้าเช่นนั้น ก็ต้องยุให้แตกกันซิ
พระเจ้าข้า” แล้วก็พูดกลบเกลื่อนอ้างธุระ
มากมาย ถวายบังคมลากลับไปทันที พระสงฆ์
ในที่นั้น ที่ตามไม่ทัน ต่างพากันสงสัยถึงเหตุ
ที่ทรงแสดงธรรมเป็นนัยชี้ช่องทางไปตาม ๆ กัน
พระเจ้าอชาตศัตรูจะยกกองทัพไปจับ
เจ้าวัชชีฆ่าในอีก ๒-๓ วัน ผู้คนอื่นจะตาย
กันมาก การที่พราหมณ์ฟังเรา ทำลาย
แคว้นวัชชีด้วยการยุให้แตกสามัคคี จะต้อง
ใช้เวลาถึง ๓ ปี... เวลา ๓ ปี สำหรับเจ้า
วัชชีผู้รู้บาปบุญคุณโทษแล้ว ย่อมมากพอ
ที่จะสร้างบุญไว้เป็นที่พึ่งแก่ตนได้ทั้งโลกนี้
0
และโลกหน้า”
ดูนะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั้น
เป็นผู้ยอดเยี่ยมในโลกจริง ๆ การกระทำของ
พระองค์ประกอบไปด้วยเหตุและผลทุกเรื่อง
ปัญญาอย่างพวกเราอาจดูไม่ออกในขั้นต้น
แต่ถ้าศึกษาแต่ละเรื่องจนตลอดโดยละเอียด
รอบคอบแล้ว เราจะได้ปัญญาเพิ่มขึ้นอีกมาก
มาย และเคารพบูชา เทิดทูนพระสัมมาสัม
พุทธเจ้าของเราอย่างสุดหัวใจทีเดียว
วันนั้น หลังจากวัสสการพราหมณ์กลับ
ไปแล้ว พระพุทธองค์ทรงเรียกประชุมสงฆ์
ทั้งวัดเวฬุวัน แล้วทรงแสดงอปริหานิยธรรม
๓ ประการ อีกครั้ง แต่ทรงอธิบายในแง่มุม
ที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารคณะสงฆ์ให้
เป็นปึกแผ่น
ทุกประการ
ปิดช่องทางแห่งความเสื่อม
อปริหานิยธรรม ที่หลวงพ่อจะนำมา
อธิบายให้พวกเราฟังในวันนี้ ในส่วนที่เป็นหลัก
ก็เอามาจากพระไตรปิฎก ในหมวดวัสสการ
สูตร ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยนั้น ยกขึ้นมา
เพื่ออธิบายขยายความว่า สมัยกษัตริย์ลิจฉวี
ท่านทำอย่างไร สมัยปัจจุบันมีใครทำตาม
อย่างท่านบ้าง และทำอย่างไร รวมทั้งมีข้อ
ชี้แนะเชิงปฏิบัติบางประการ เรื่องใดที่พวกเรา
ทรงแก้ข้อข้องใจพระภิกษุ ยังไม่ได้ปฏิบัติก็เทียบเคียงเอาไปปฏิบัติกันนะ
เรื่องแสดงธรรมเป็นนัย
ทั้งในที่ทำงาน ทั้งในบ้านของเรา จะได้ไม่พบ
กับความเสื่อม
กล่าวโดยย่อเฉพาะหัวข้อมีดังนี้
0.
หมั่นประชุมกันเป็นเนืองนิตย์
๒. เมื่อประชุมก็พร้อมเพรียงกัน
ประชุม เมื่อเลิกประชุมก็พร้อมเพรียงกัน
เลิก และพร้อมเพรียงกันทำกิจที่พึงกระทำ
ไม่บัญญัติสิ่งที่ยังมิได้บัญญัติ
และไม่ถอนสิ่งที่ทรงบัญญัติไว้แล้ว รวมทั้ง
ให้ถือมั่นในหลักการที่วางไว้เดิม
๓.
๔. สักการะเคารพบูชาผู้ใหญ่ทั้ง
หลาย เห็นว่าถ้อยคำของท่านเป็นสิ่งควร
รับฟัง
๕. ไม่ข่มเหง ฉุดคร่าขืนใจ บุตร
ภรรยาของผู้อื่น
5. เคารพสักการะบูชาเจดียสถาน
ต่าง ๆ ของบรรพบุรุษ ไม่ปล่อยให้เครื่อง
สักการะเสื่อมทรามไป
๗. ถวายการอารักขาคุ้มครองป้อง
กันโดยชอบธรรม ในพระอรหันต์ทั้งหลาย
(อ่านต่อฉบับหน้า)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระประสงค์
จะแก้ข้อข้องใจแก่พระภิกษุเหล่านั้น จึงตรัสกับ สาระสำคัญของอปริหา
พระอานนท์ว่า
- “พราหมณ์ได้นัยแห่งคำพูดของเรา
ไปทำลายเจ้าวัชชีแล้ว ไม่ใช่เราไม่รู้ แต่
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
นิยธรรม ๗
อปริหานิยธรรม ๓ ประการ ที่ทรง
กัลยาณมิตร ๘๔
Kalyanamitra.org