การละกิเลสและการปฏิบัติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 3 หน้า 13
หน้าที่ 13 / 128

สรุปเนื้อหา

แปรผันไปตามลักษณะของมัน ไม่ ยืนยงคงที่ ถ้าไปยึดถือเป็นตัวเป็น ตนก็รังแต่จะนำความทุกข์มาให้ ตั้ง ที่กล่าวมานี้ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่ส่วนธรรมกายนั้นท่าน เห็นว่าเป็นนิจจัง สุขัง อัตตา ท่าน จึงไม่แยแสต่อกายมนุษย์ โดยเห็น ว่าเป็นของไม่มีสาระดังกล่าวข้างต้น ท่านจึงข้ามพ้นสักกายทิฏฐิไปได้ ที่ท่านละวิจิกิจฉาได้ ก็ด้วย ท่านเข้าถึงธรรมกายแล้ว ถอดกาย ทั้ง (5 ซึ่งเป็นโลกีย์ ถอดเป็นชั้นออก ไปเสียได้แล้ว ท่านจึงหมดความ กินแหนงสอดแคล้วในพระรัตนตรัย พระอรหัตละกิเลสทั้ง * ดัง คือความปฏิบัติท่านมุ่งตรงต่อพระ เพราะท่านเป็นตัวพระรัตนตรัยเสีย กล่าวมาแล้วนั้นได้โดยสิ้นเชิง แล้ว แลว ยังละลังโยชน์เบื้องบได้อีก คือ ที่ท่านละสีลัพพตปรามาสได้ รูปราคะความกำหนัดยินดีในรูปฌาน นั้น ก็เพราะเมื่อท่านเป็นตัวพระ อรูปร

หัวข้อประเด็น

- การละกิเลสและการปฏิบัติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แปรผันไปตามลักษณะของมัน ไม่ ยืนยงคงที่ ถ้าไปยึดถือเป็นตัวเป็น ตนก็รังแต่จะนำความทุกข์มาให้ ตั้ง ที่กล่าวมานี้ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่ส่วนธรรมกายนั้นท่าน เห็นว่าเป็นนิจจัง สุขัง อัตตา ท่าน จึงไม่แยแสต่อกายมนุษย์ โดยเห็น ว่าเป็นของไม่มีสาระดังกล่าวข้างต้น ท่านจึงข้ามพ้นสักกายทิฏฐิไปได้ ที่ท่านละวิจิกิจฉาได้ ก็ด้วย ท่านเข้าถึงธรรมกายแล้ว ถอดกาย ทั้ง (5 ซึ่งเป็นโลกีย์ ถอดเป็นชั้นออก ไปเสียได้แล้ว ท่านจึงหมดความ กินแหนงสอดแคล้วในพระรัตนตรัย พระอรหัตละกิเลสทั้ง * ดัง คือความปฏิบัติท่านมุ่งตรงต่อพระ เพราะท่านเป็นตัวพระรัตนตรัยเสีย กล่าวมาแล้วนั้นได้โดยสิ้นเชิง แล้ว แลว ยังละลังโยชน์เบื้องบได้อีก คือ ที่ท่านละสีลัพพตปรามาสได้ รูปราคะความกำหนัดยินดีในรูปฌาน นั้น ก็เพราะเมื่อท่านเป็นตัวพระ อรูปราคะความกำหนัดยินดีในอรูป รัตนตรัยเสียเช่นนี้แล้ว ศีลและวัตร ฌาน มามะความถือตน อุทธัจจะ ใดอันเป็นม่ายมิจฉาทิฏฐินอกพระ- ความฟุ้งซ่าน อวิชชาความมืดความ พุทธศาสนาไม่มีในท่านแล้ว จึงได้ โง่ ไม่รู้อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ชื่อว่าท่านพ้นแล้วจากสีลัพพตปรา มาส คือการยึดมั่นซึ่งศีลและวัตร นอกพระพุทธศาสนา ชั้นพระสกทาคา กิเลส อย่าง ๓ ของสังขาร ไม่รู้ปฏิจจสมุปบาทธรรม และอริยสัจ จึงรวมเป็น ๑๐ ที่พระ- อรหัตละได้ นอกจาก ดั่งที่พระโสดาละได้ แล้วนั้น ยังละกามราคะ พยาบาท อย่างหยาบได้อีก ๒ อย่าง กาม ราคะได้แก่ความกำหนัดยินดีในวัตถุ กามและกิเลสกาม พยาบาทคือ การผูกใจโกรธ พระอนาคาละกามราคะ พยา- บาทชั้นละเอียดได้ 32 พระอริยบุคคลทั้ง กล่าวมาข้างต้นนี้ได้ชื่อว่า อริยสาวก นิพพาน ไม่วอกแวกไปทางอื่น ญายปฏิปันโน ปฏิบัติบุ่งเพื่อ รู้ธรรมที่จะออกจากภพ ๓ โดยแท้ สามีจิปฏิปันโน ปฏิบัติอย่าง ดีเลิศ เพราะท่านปฏิบัติเพื่อบรรลุ ถึงพระนิพพานจริงๆ ไม่ใช่เพื่อเหตุ อื่น จึงสมควรนับว่าเป็นการปฏิบัติ อย่างดีเลิศ อาหุเนยโยจึงเป้นผู้ควรเคารพ ลักการะ ดัง ปาหุเนยโย จึงเป้นผู้ควรต้อน รับ ทักขิเนยโย จึงเป็นผู้ควรรับ อัญชลีกรณีโยจึงสมควรกราบ ไหว้ อบุตตรัง ปุญญักเขตดัง โล- สุปฏิปันโน ท่านปฏิบัติแล้วดี คือปฏิบัติไปตามแนวมัชฌิมาปฏิปทา ของที่เขาทำบุญ เป็นทางลายกลาง ตามที่สมเด็จ พระบรมศาสดาดำเนินมาแล้ว ไม่ หย่อนเกินไป ไม่ตึงเกินไป จึงได้ ชื่อว่าปฏิบัติดี กัสสะ เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ไม่มี อุขุปฏิปันโน ปฏิบัติแล้วตรง อื่นจะดีกว่าอีกแล้ว นี่เป็นเรื่องสังฆ กัลยาณมิตร ๑๑ มีนาคม เอ๕๓๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More