ข้อความต้นฉบับในหน้า
AS
ไ
พระกุมารกัสสปะจึงกล่าว เมื่อเห็นเข้า ต่างก็พูดกันว่า ขายคน
อุปมาให้พระยาปายาสีฟังอีกเรื่อง นั้นเป็นบ้าไปแล้วหรือ จึงได้เดินแบก
หนึ่งว่า
คูถไปทั้งๆ ที่น้ำคูถราดรดตัว ถ้า
ท่านทราบแล้วนั่นละครับ” พระยา
ปาสิกล่าวยืนยันเหมือนครั้งที่แล้ว
“เจริญพร พระยาปายาสิ
“มีชายเลี้ยงสุกรคนหนึ่งออก ให้สกปรกเน่าเหม็นไปด้วยเช่นนั้น อาตมาจะกล่าวอุปมาให้ท่านฟังอีก
จากบ้านของตนไปทำกิจที่บ้านอื่น ส่วนชายคนนั้นก็ยังกล่าวโต้เถียงไป ต่อไปว่า เมื่อก่อนนั้นมีนักเลงสะกา
ต่อมาได้เห็นคุกที่ถูกทิ้งไว้ในบ้านแห่ง อีกว่า คนอื่นนั้นสิเป็นคนบ้า เพราะ
หนึ่ง จึงคิดจะน่าไปเป็นอาหาร เขาต้องการเอาคุณนี้ไปเลี้ยงสุกร เขา
เลี้ยงสุกร เขาก็ยผ้าลงกอบเอาคูถ จึงแบกไปเช่นนี้
แห้งจำนวนมากใส่ห่อผ้า แล้วยก
ข้ออุปมานี้ฉันใด ท่านก็เป็น
อาตมาจึงขอให้ท่านสละความเห็น
ผิด เปลี่ยนความเชื่อถือเสียใหม่”
ขึ้นทุนศีรษะเดินกลับไป ระหว่าง เหมือนชายแบกคูณคนนั้นฉันนั้น
ทางก็เกิดฝนตกลงมาห่าใหญ่ เนื้อตัว
ของชายคนนั้น นอกจากจะเปียก
ปอนด้วยเม็ดฝนแล้ว ยังเนื้อน “ข้าแต่ท่านกุมารกัสสปะ ค่า
สกปรกไปด้วยคูถที่ไหลมาจากห่อ อุปมาของท่านมีความชัดเจน แจ่ม
ผ้าตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงปลายเท้า แต่ แจ้งมากทีเดียวครับ แต่ข้าพเจ้าก็
เขาก็ยังทูนห่อผ้าคุณเดินต่อไปเหมือน ยังไม่อาจเปลี่ยนความเห็นนั้นได้”
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บุคคลทั้งหลายที่สัญจรไปมา
“ทำไมล่ะ ท่านเจ้าเมือง”
“ก็อย่างที่ข้าพเจ้าเรียนให้
มีนาคม ๒๕๐๘
กัสยาณมืดร
0
อยู่ ๒ คบ คนหนึ่งชอบเล่นโกง พอ
เห็นว่าจะแพ้ก็จะกลืนลูกสะกานั้นเสีย
คนที่สอง เห็นเช่นนั้นก็รู้ทัน จึง
แกล้งกล่าวว่า ท่านชนะแล้ว ขอ
ลูกสะกาให้เราเถิด เราจะเอาไปบูชา
เทวดา นักเลงสะกาคนแรกที่เป็น
คนโกงก็คืนให้ คนที่สองรับลูก
สะกา แล้วน่าไปย้อมยาพิษ แล้วจึง
มาชวนให้เล่นใหม่อีก นักเลงสะกา
คนโกง เห็นว่าตนเองจะแพ้อีก ก็
กลืนลูกสะกาอีก นักเลงสะกาคนที่
เอ จึงบอกว่าลูกสะกานั้นย้อมยาพิษ
ชายคนที่กลืนลูกสะกาเข้าไปก็ได้