การปฏิบัติธรรมและการเข้าถึงตน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 3 หน้า 21
หน้าที่ 21 / 128

สรุปเนื้อหา

คำสอนของพระบรมศาสดามีความ พระพุทธวจนะที่มีอยู่ว่า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ซึ่งแปลว่า ตนเป็น จริง แค่ไหน ศีลเป็นปัจจัยให้เกิด สมาธิ สมาธิเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา ที่พึ่งแก่ตน จะมิได้มีทางออกหรือ นั้นอย่างไร ก็จะรู้ความจริงได้ใน เมื่อตนบำเพ็ญสำเร็จ หรือถ้าอยาก รู้เพียงเงาๆ ก็ลองถามเขาดูได้ เพีย51กิคจะเกิดพล ในการบำเพ็ญภาวนา ความ เพียรเป็นข้อสำคัญยิ่ง ต้องทำเสมอ ทำเนืองๆ ในทุกอิริยาบถ ไม่ว่านั่ง นอน เดิน ยีน และท่าเรื่อยไป อย่า หยุด อย่าละ อย่าทอดทิ้ง อย่าท้อแท้ มุ่งรุดหน้าเรื่อยไป ผลจะเกิดวันหนึ่ง ไม่ต้องสงสัย ผลเกิดอย่างไร ท่านรู้ ได้ด้วยตัวของท่านเอง ฅแป๋แ!ฟัง(เวชกแ นี่หมายความว่ากระไร อะไร เป็นตน ตนคืออะไร นามรูป อนดูดา ย่อมเป็นไปไม่ได้ ได้เคยกล่าวมาข้างต้นบ้าง แล้วว่า พระองค์ทรงสอน อนิจจัง ทุกข

หัวข้อประเด็น

- การปฏิบัติธรรมและการเข้าถึงตน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คำสอนของพระบรมศาสดามีความ พระพุทธวจนะที่มีอยู่ว่า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ซึ่งแปลว่า ตนเป็น จริง แค่ไหน ศีลเป็นปัจจัยให้เกิด สมาธิ สมาธิเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา ที่พึ่งแก่ตน จะมิได้มีทางออกหรือ นั้นอย่างไร ก็จะรู้ความจริงได้ใน เมื่อตนบำเพ็ญสำเร็จ หรือถ้าอยาก รู้เพียงเงาๆ ก็ลองถามเขาดูได้ เพีย51กิคจะเกิดพล ในการบำเพ็ญภาวนา ความ เพียรเป็นข้อสำคัญยิ่ง ต้องทำเสมอ ทำเนืองๆ ในทุกอิริยาบถ ไม่ว่านั่ง นอน เดิน ยีน และท่าเรื่อยไป อย่า หยุด อย่าละ อย่าทอดทิ้ง อย่าท้อแท้ มุ่งรุดหน้าเรื่อยไป ผลจะเกิดวันหนึ่ง ไม่ต้องสงสัย ผลเกิดอย่างไร ท่านรู้ ได้ด้วยตัวของท่านเอง ฅแป๋แ!ฟัง(เวชกแ นี่หมายความว่ากระไร อะไร เป็นตน ตนคืออะไร นามรูป อนดูดา ย่อมเป็นไปไม่ได้ ได้เคยกล่าวมาข้างต้นบ้าง แล้วว่า พระองค์ทรงสอน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็ด้วยพระปรีชา เป็นกายส่วนโลกีย์ ยังมีกายอิกกาย หนึ่งซึ่งเป็นกายโลกุตระ คือธรรมกาย ธรรมกายนี้แหละ เป็นอัตตาแท้หรือ ที่ว่าตนเป็นที่พึ่งแก่ตนนั้น ก็ ตนแท้ คือเพ่งอืดอาศัยกัน ดำเนินเข้าไป เป็นขั้นๆ คือ เพ่งกายมนุษย์ส่งให้ ญาณอันสุขุมคัมภีรภาพเพื่อให้คิดค้น ถึงกายทิพย์ เพ่งกายทิพย์ส่งให้ถึง พระองค์เน้นสอนทางอนัตตา ก็ กายรูปพรหม เพ่งกายรูปพรหมส่ง โดเข้าณ ทปรัตนะ ก็ได้ชื่อว่าเข้าถึอรรมรัตนะ ก็!ฆรัตนะตาย เพื่อให้เห็นอัตตาเอาเอง สมในค่า ก็แปลกันว่า นามและรูปไม่ใช่ตน สันทิฏฐิโก ซึ่งแปลว่า ธรรมของ ถ้ากระนั้นอะไรเล่าจะเป็นตน ซึ่ง พระองค์นั้นผู้ที่ปฏิบัติย่อมเห็นเอง รูป จะได้ทำให้เป็นที่พึ่งแก่ตน เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เรียกว่า ขันธ์ ๕ เมื่อย่อเข้าเรียก อย่างสั้นก็เรียกว่า นามรูป โดยเอา กองรูปคงไว้ ส่วนกองเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ รวมกัน 2 กองนี้ เรียกว่า นาม ฉะนั้น ที่ว่านามรูปก็ คือ ขันธ์ ๕ นั่นเอง เมื่อขันธ์ ๕ ไม่ใช่ตน จึงต้องถามว่าอะไรเล่า ะ อักขาตาโร พระองค์เป็นแต่ผู้ทรง บอกแนวทางให้เท่านั้น ฉะนั้น เมื่อมีเรื่อง อนัตตา กับอัตตา ยันกันอยู่ จึงต้องคิดค้น ต่อไป ธรรมของพระองค์จะขัด กันเองไม่ได้ เพื่อที่จะไม่ให้ขัดแย้ง กัน จึงต้องแบ่งอัตตาออกเป็น ๒ อย่าง คือ อัตตาสมมติกับอัตตาแท้ อัตตาสมมติ ได้แก่กายมนุษย์ กาย เป็นตน ถ้าค้นหาตนไม่พบก็ไม่รู้ที่ ทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม ว่าจะทำอะไรให้เป็นที่พึ่งแก่อะไร เพราะกายเหล่านี้ ยังมีเกิด มีตาย ตน ให้ถึงกายอรูปพรหม เพ่งกายอรูป- พรหมส่งให้ถึงธรรมกาย กายคือ อาศัยพึ่งกันเป็นขั้นๆ เข้าไป เช่นนี้ จึงได้ชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งแก่ ตน ในต้านภาวนาตามนัยที่กล่าว ไว้แล้วโดยละเอียดข้างต้นนั้น ยังมี คำว่า “กาเย กายานุปสฺสี” ในมหา สติปัฏฐานสูตรเป็นหลักฐานสนับ สนุนอีก กายานุปสฺสี แปลว่า เห็น ตามหรือตามเห็นซึ่งกาย กาเย แปลว่าในกาย รูปศัทพ์มีวิภัติตรง อยู่ชัดเช่นนั้น แปลตรงตามศัพท์ และยื่นคำให้สั้นก็ว่าตามเห็นกายใน กาย คือตามเห็นเรื่อยเข้าไปเป็น กัลยาณมิตร มิเกคม ๒๕๓๙ ๑๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More