ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไปเฝ้าสมเด็จย่า (สมเด็จพระศรีสารีนทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) ที่วังสระปทุม
ประชาชนที่ร่วมใจกันต่อสู้ เพื่อรักษาสิทธิและเสรีภาพของ
พลเมืองทุกคนปฏิบัติตนต่อผู้อื่นอย่างเท่าเทียมกัน
และยังเป็นประเทศที่เป็นกลาง รักสันติภาพที่แท้จริง การ
ตน
ที่ทรงตัดสินพระทัยเลือกให้พระราชโอรสธิดามีวิถีชีวิตเติบโต
ขึ้นในประเทศที่มีบรรยากาศของประชาธิปไตย ได้เห็น
ตัวอย่างของการปฏิบัติตนของผู้คนที่เคารพความเสมอภาค
อย่างใกล้ชิดด้วยพระองค์เอง ย่อมสร้างจิตสำนึกในความ
เป็นประชาธิปไตยได้ดีที่สุด เหมือนการปลูกฝังคุณธรรม
ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ก็ต้องปลูกฝังลงในจิตใจอย่าง
ต่อเนื่องและยาวนาน จึงจะเกิดผลเจริญงอกงาม จะเห็น
ได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์
นักประชาธิปไตย ที่ทรงเคารพต่อแผ่นดิน ต่อความเสมอ
ภาคของความเป็นคน คงจะมีประเทศไทยแห่งเดียวในโลก
ที่พระเจ้าแผ่นดินทรงคุกเข่าพูดคุยกับประชาชนได้อย่าง
ใกล้ชิดสนิทสนม จนราษฎรเกิดความไว้วางใจ มีความ
กล้าพอที่จะเล่าทุกข์สุขของชีวิตให้รับรู้ ก็เพราะว่าองค์
พระมหากษัตริย์ทรงโน้มพระองค์ลงจากความเป็นพระ
มีนาคม ๒๕๓๙
ประมุข มาเป็นผู้คอยช่วยเหลือและปกป้องประชาชน
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ เกิดขึ้น รัฐบาลไทยกราบ
บังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
และพระบรมราชวงศ์ เสด็จกลับมาประทับในประเทศไทย
หรือเสด็จต่อไปยังอเมริกา แต่สมเด็จพระบรมราชชนนี
ไม่ทรงเห็นด้วย ทรงตัดสินพระทัยประทับอยู่ที่สวิตเซอรี
แลนด์ต่อไป ด้วยทรงเป็นห่วงการศึกษาของพระราชโอรส
ธิดาจะขาดช่วง และทรงเชื่อมั่นว่าประเทศต่างๆ คงเคารพ
ความเป็นกลางไม่คิดรุกรานสวิตเซอร์แลนด์ และสิ่งสำคัญ
รัฐบาลและประชาชนชาวสวิสได้ถวายพระเกียรติแด่องค์ยุว
กษัตริย์ด้วยความจริงใจเสมอมา ทำให้ทรงรำลึกถึง “พระ
คุณของแผ่นดิน” แห่งนี้ ที่พระองค์และพระราชโอรสธิดา
ได้พำนักอยู่อย่างสงบสุข ตั้งใจความบางตอนในพระราช
โทรเลขของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ถึงรัฐบาลไทยว่า
“...เมื่อได้พิจารณาโดยรอบคอบแล้ว มีความเห็นว่า
ไม่มีภยันตรายอันใกล้ชิดอย่างใด สำหรับสวิตเซอวีแลนด์
กัลยาณมิตร
๔๑ ...........