ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปลอดภัย ยังมีองค์พระมหากษัตริย์ปกป้องผองภัยอยู่เสมอ
แม้ยุวกษัตริย์พระองค์หนึ่งเสด็จสวรรคตจากไปแล้ว แค่ยุว
กษัตริย์อีกพระองค์หนึ่งกำลังจะเสด็จขึ้นครองราชย์ รับ
ผิดชอบต่อบ้านเมือง ทำหน้าที่ชัตรแก้วปกเกศต่อไป
ท่ามกลางความเคร่งขรึมและเศร้าหมองของสีพระ
พักตร์ยุวกษัตริย์ ที่กาลเวลาก็ไม่อาจลบเลือนได้ เมื่อสมเด็จ
พระบรมราชชนนีได้มีพระดำรัสถามว่า
“รับไหมลูก” สมเด็จพระราชโอรสพระองค์น้อยได้
ตรัสตอบการอัญเชิญขึ้นครองราชย์สั้นๆ ว่า
“รับ” นั่นคือวาระเริ่มต้นแห่งรัชกาลที่ ๙ เมื่อสม
เด็จพระราชโอรสเต็มพระทัยเข้ามารับพระราชภาระอันหนัก
หนาต่อชาติบ้านเมือง มีหรือสมเด็จพระบรมราชชนนี
ทรงรักชาวไทยยิ่งชีวิตจะทูลคัดค้าน
การเสียสละของลมเด็จพระบรมราชชนนีครั้งนั้น
นับว่าเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นการเสียสละ
เพื่อชาติบ้านเมือง กล้าเสียสละในขณะที่ชีวิตของพระองค์
กำลังสูญเสียของรักที่ลุด เพียงแทบดวงพระหฤทัยแตกสลาย
กล้าเสียสละพระปิยราชโอรสให้เป็นของแผ่นดิน ทั้งที่ทรง
รู้ว่าภัยอันตรายอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทรงยินยอมแบกความ
ระทมทุกข์ ความหวาดระแวงจากผู้ประสงค์ร้ายต่อพระ
ชนมชีพของพระราชโอรสไว้ในพระราชหฤทัย โดยไม่ทรง
ร้องขอความเห็นใจจากผู้ใดเลย เพียงเพื่อพสกนิกรของ
พระองค์จะได้มีขวัญและกำลังใจ เพื่อรักษาความมั่นคง
ของแผ่นดินเอาไว้ แผ่นดินที่กำลังถูกสั่นคลอนด้วยความ
หวาดระแวงจากทุกฝ่าย แต่แม่นดินนี้ก็ยังมีความบริสุทธิ์
ยุติธรรมเสมอที่จะจารึก “หนี้พระคุณ” ไว้ในประวัติศาสตร์
และในหัวใจของคนไทยทุกคนอย่างไม่มีวันลืม
ด้วยสองพระหัตถ์นี้แหละที่ “สมเด็จย่า” ได้สร้าง
คุณธรรมความดีให้ปรากฎแก่โลกอย่างสม่ำเสมอ โดยมิทรง
หวั่นไหวต่อภยันตราย ต่อความทุกข์อันใหญ่หลวง ทรง
ดำรงพระชนม์ด้วยความเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยคุณธรรม
ให้เป็นแบบอย่างผู้เสียสละอย่างแท้จริง ทรงทําหน้าที่
“สมเด็จแม่” ทรงเป็นกำลังใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัว และทรงทำหน้าที่ “มหาบุพการีของแผ่นดิน” เป็น
สมเด็จย่าของปวงพสกนิกร คราบวาระสุดท้ายแห่งพระ
ชนม์ชีพ ไม่มีส่วนใดของประเทศไทยที่ “สมเด็จย่า” ไม่
ทรงรู้จักหรือไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปไต่ถามทุกข์สุข
กัลยาณมิตร
ปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ราษฎร ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ
ทั้งในด้านการศึกษา และการสาธารณสุข เพื่อช่วยเหลือ
ประชาขนเหล่านั้น
ในถิ่นทุรกันดาร ตามรอยต่อของชายแดน เป็นที่
อยู่ของคนไทยหลายเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ เสียงกระหึ่มของ
เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ย่อมเป็นสัญญาณแจ้งว่า
“แม่ฟ้าหลวง” เสด็จมาจากฟ้า บาพระราชทานความรัก
และความหวังดีแก่พสกนิกรชาวป่าเขาบนยอดดอย ที่ต้อง
โดดเดี่ยวถูกตัดขาดจากกระแสวัฒนธรรมไทย จากร่มเงา
พระพุทธศาสนา ทรงสร้างความสำนึกให้พวกเขารู้ว่า ตน
เองเป็นประชาชนของแผ่นดินไทย พระองค์พระราชทาน
ความอบอุ่น และแสงสว่างให้เกิดขึ้นแก่ชีวิตเยาวชนชนบท
ด้วยการพระราชทานพระราชทรัพย์สร้างโรงเรียนชื้นทั่วประ
เทศกว่า ๑๕๕ แห่ง โดยมี “ตำรวจตระเวนชายแดน” เป็น
คเสอนในระยะเริ่มต้น
ครอบครัว
สมเด็จย่า ยังทรงปฏิบัติพระราชภารกิจสร้างสาย
สัมพันธ์แนบแน่นที่ประทับอยู่ในจิตใจของเทล่าตำรวจชาย-
แดน ที่จักเล่าขานสืบทอดต่อไปอย่างไม่มีวันเลือนหาย ทรง
ทราบและเข้าพระทัยดีว่า ตชด. มีหน้าที่รักษาแม่นดินไทย
อยู่ตามขอบตะเข็บชายแดน ซึ่งพื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นป่า
ดงพงไพร มีความเป็นอยู่ที่ลำบากขัดสน ต้องนอนกลางดิน
กินกลางทราย อยู่อย่างโดดเดี่ยวห่างไกลจากผู้เป็นที่รักและ
และต้องคอยปกป้องภยันตรายที่จักมารุกล้ำ
กล้ำกรายแม่นดินไทย สมเด็จย่าทรงเสริมสร้างรั้วปราการ
ของชาติเหล่านี้ให้แข็งแกร่ง ด้วยการพระราชทานกำลังใจ
ให้ ตชด. เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ ทรงจัดยา เครื่อง
อุปโภคบริโภคไปพระราชทาน ทรงน่าภาพการเสียสละ
ของยอดตำรวจตระเวนชายแดน มาเผยแพร่ให้โลกภาย
นอกได้รับรู้ ความผูกพันชิดใกล้ระหว่างสมเด็จย่ากับ ตชด.
นั้น เป็นที่คุ้นตาคุ้นใจตำรวจทุกคน ตั้งพระราชดำรัสของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่รับสั่งกับ ผู้บังคับการกอง
ตำรวจนครบาลธนบุรี พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ โรหิโตปการ ที่
มาถวายอารักขา ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระพักตร์ที่
เศร้าหมองว่า
“สมเด็จย่าสิ้นแล้วอย่างสงบสุขที่สุด สมเด็จย่ารัก
ตำรวจมาก ช่วยดูแลงานต่าง ๆ ของตำรวจอย่างดี เป็น
การสมควรที่ตำรวจทุกคนจะได้ปฏิบัติหน้าที่โดยเข้มแข็ง
นี่หาคม ^๓๗
อ่าน 0 0 หน้า 4 0