ปัญญาในพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 4 หน้า 34
หน้าที่ 34 / 142

สรุปเนื้อหา

ฑิตปุริโส กับธรรมิกอุบาสก แปล เป็นภาษาไทยว่า ท่านผู้ดำเนินด้วย คติปัญญาเกษมอย่างนี้ นี่ทว่ามี ปัญญาอย่างนี้ก็จะเอาตัวรอดได้ ไม่ ต้องมีเงินมีทองดอก เงินทองน่ะเขา แสวงหากันมา แสวงหาในดินก็มี ไปพลิกแผ่นดินไถไร่ไถนาทำสวนเข้า ก็เขาหาเงินหาทองในแผ่นดิน เขา หาเงินหาทองบนต้นไม้ก็มี บนต้น ไม้ก็ไปท่าน้ำตาลเข้าไป เอาลูกไม้ กาก็จะงอกงามในธรรมวินัยของ พระศาสดา เพราะสงบอินทรีย์เสีย ได้แล้ว นี่ข้อที่ 00 ข้อที่ ๑นิปปโก เป็นผู้มี ปัญญา ลักษณะมีปัญญาในธรรม วินัยของพระศาสดานะ เป็นประ โยชน์นัก ว่าลักษณะท่านวางตำรา ไว้เช่นนี้ เป็นผู้มีปัญญาแล้วทำความ เจริญเท่าไรก็ได้ ทำความเจริญอย่าง ไร ประพฤติตัวเสียให้เรียบร้อย เป็น ไปตามตำรับตำราที่ได้กล่าวมาดังนี้ เราชวนผู้ประพฤติเรียบร้อยเหมือน ตัวนั่นแหละ ให้ได้สักคน หนึ่ง

หัวข้อประเด็น

- ปัญญาในพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ฑิตปุริโส กับธรรมิกอุบาสก แปล เป็นภาษาไทยว่า ท่านผู้ดำเนินด้วย คติปัญญาเกษมอย่างนี้ นี่ทว่ามี ปัญญาอย่างนี้ก็จะเอาตัวรอดได้ ไม่ ต้องมีเงินมีทองดอก เงินทองน่ะเขา 8045 แสวงหากันมา แสวงหาในดินก็มี ไปพลิกแผ่นดินไถไร่ไถนาทำสวนเข้า ก็เขาหาเงินหาทองในแผ่นดิน เขา หาเงินหาทองบนต้นไม้ก็มี บนต้น ไม้ก็ไปท่าน้ำตาลเข้าไป เอาลูกไม้ กาก็จะงอกงามในธรรมวินัยของ พระศาสดา เพราะสงบอินทรีย์เสีย ได้แล้ว นี่ข้อที่ 00 ข้อที่ ๑นิปปโก เป็นผู้มี ปัญญา ลักษณะมีปัญญาในธรรม วินัยของพระศาสดานะ เป็นประ โยชน์นัก ว่าลักษณะท่านวางตำรา ไว้เช่นนี้ เป็นผู้มีปัญญาแล้วทำความ เจริญเท่าไรก็ได้ ทำความเจริญอย่าง ไร ประพฤติตัวเสียให้เรียบร้อย เป็น ไปตามตำรับตำราที่ได้กล่าวมาดังนี้ เราชวนผู้ประพฤติเรียบร้อยเหมือน ตัวนั่นแหละ ให้ได้สักคน หนึ่งเดือน ให้ได้สักคนก็เอา สองเดือนได้สัก สองคน สามดือนได้สักสามคน สี่ เดือนได้สักส์คน พอครบสิบสอง เดือนก็ได้สิบสองคน นั่นมีพวกสิบ สองคนแล้วนะ เอาอีกปีหนึ่งปีที่สอง อีกสิบสองคน ก็ยี่สิบสี่แล้วนะ เอา อีกปีนะสิบสองคนนี่สามสิบหกแล้ว นะ สี่ปีเท่านั้น ๔๔ มีพวกสงบดีได้ ๔๔ ทีนี้หลายๆ ปีเข้าอย่างไรก็สงบ อย่างนั้น ถ้าผู้มีปัญญาชวนอย่างนั้น ผู้มีปัญญาแก้ไข เอาหมู่พวกได้เช่น นั้น ถ้าหากว่าเป็นภิกษุก็ได้เป็นคณา จารย์องค์หนึ่ง ถ้าเป็นสามเณรก็ได้ เป็นคณาจารย์องค์หนึ่ง ถ้าเป็น อุบาสกก็ได้เป็นหัวหน้าคนหนึ่ง เป็น อุบาสิกาก็ได้เป็นหัวหน้าอุบาสิกา คนหนึ่ง นี่คนมีปัญญาสำคัญนัก พุทธศาสนาประสงค์คนมีปัญญา อย่างนี้ คนมีปัญญาไม่กระทบกระ เพื่อนบุคคลผู้ใด อยู่ในสถานที่ใดไม่ กระทบกระเทือนผู้ใด ทำ แต่ประ โยชน์ให้เขาเท่านั้น บำบัดโทษประ- กอบประโยชน์ให้เขาเท่านั้น นี่คนมี ปัญญานะสำคัญนัก แต่ว่าปัญญา ตื้นหรือปัญญาตึกเท่านั้น นี้แง่สำคัญ เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาของ พระศาสดาเป็นภิกษุก็ดี อุบาสิกาก็ดี เมื่อเป็นภิกษุสามเณร จริงๆ คนมีปัญญาเป็นอุบาสกอุบา สิกาจริงๆ เป็นอุบาสกต้องหาอุบา- สกมา เป็นอุบาสิกาก็ต้องหาเพื่อน อุบาสิกามา เป็นภิกษุก็หาเพื่อนภิกษุ มา เป็นสามเณรก็หาเพื่อนสามเณร มา นี่คนมีปัญญา พระบรมศาสดา รับสั่งธรรมิกอุบาสกว่า เป็นคนมี ปัญญาธรรมิกอุบาสกมีอุบาสก ๕๐๐ เป็นหมู่พวก พระองค์รับสั่งว่า ปณ อุบาสก มาขาย เอาดอกไม้มาขาย นี่เขาหา เงินบนต้นไม้ เขาหาเงินในทะเลก็มี เขาหาแปลกๆ กัน วิธีหาเงินทอง ต่างๆ แต่ว่าเงินทองนะอยู่ที่ไหน ที่ แน่แท้ลงไปทีเดียวนะ พวกหาเงิน หาทองเหล่านี้ บางคนก็ถูกเหมาะดี บางคนไม่ถูก แท้ที่จริงเงินทองนะ อยู่ที่คนนะ เงินทองอยู่ที่คนนะ พระเจ้าแผ่นดินท่านปกครองหมด ประเทศ ท่านเรียกเอาเงินที่คนไปใช้ ใช้ไม่หวาดไม่ไหว นั่นคนมีปัญญา พุทธศาสนาเห็นตึกซึ้ง พระพุทธเจ้า ท่านเห็นว่าศาสนาของท่านจะอยู่ได้ ด้วยข้าวปากหม้อ นั่นแหละอยู่ได้ แท้ๆ ทีเดียว ศาสนาท่านตั้งไว้ที่ นั่นเอง เอาไว้ที่ข้าวปากหม้อ นั่น แหละอยู่ได้ ท่านก็แก้ไขทีเดียว ท่าน บิณฑบาตเข้าเอาข้าวปากหม้อ เอา ก่อนหนา ไปแต่เช้าทีเดียว พอตัก ข้าวปากหม้อเอาก่อนทีเดียว เอา เสีย ทัพพี ทัพพีๆๆ พอฉันแล้วก็กลับ ฉันเสีย ท่า กิจพุทธศาสนาจริงๆ แต่ ว่าฉันข้าวปากหม้อเรื่อยไป มีอย่าง นี้ พุทธศาสนาอยู่ได้อย่างนี้ นี่คนมี ปัญญาลึกซึ้ง ถ้าว่าหากว่าเราจะทำ เอง ตั้งแบบตำรับตำราของเราเอง ท้องของตัวไปฝากคนอื่นเหมือน กัลยาณมิตร ๒๒ เมษายน ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More