ข้อความต้นฉบับในหน้า
แล้วแม่ก็จะเล่าถึงความเป็นบัว เล่าเรื่อยมาจนตลอดชีวิตแม่ สอนอะไรต่ออะไรที่เกี่ยว
เนื่องกับบัว ชีวิตของผู้เขียนจึงผูกพันกับบัวจนถึงกับค้นคว้าหาสาระ หาปรัชญาที่มากกว่าคำ
สอนของแม่ แต่ที่ได้ทั้งหมดมิได้มาจากหนังสือ หากมาจากการปฏิบัติสมาธิภาวนา แล้วนำมา
ผนวกเข้ากับความรู้ที่ได้อ่านอีกชั้นหนึ่ง เช่น
บัวหลวงนั้น มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “บัวก้าน” ตามลักษณะก้านของบัวหลวงที่แข็ง
เหยียดตรงตั้งฉากกับตะวัน จึงถามตัวเองว่าทำไมก้านบัวหลวงถึงต้องแข็งแรงด้วย คำตอบที่ได้
ก็มีขึ้นมาในใจว่า เพราะว่าบัวหลวง คือมนุษย์ผู้ใฝ่ในแสงแห่งธรรม ผู้เบิกบานแช่มชื่นด้วยธรรม
ซึ่งหมายถึงพระอาทิตย์ที่อยู่เหนือน้ำ จึงจำเป็นต้องมีก้านที่แข็งแรงพอที่จะฟันฝ่าอุปสรรคทั้ง
หลายในท้วงน้ำ อันอุปมาประหนึ่งห้วงโอฆะ หรือท้วงแห่งสังสารวัฏ เต็มไปด้วยภัยนานัปการนับ
ตั้งแต่ภัยที่เกิดจากความอ่อนแอของตนเอง ภัยจากหมู่ปลา และสัตว์กินบัวทั้งหลาย ภัยธรรม
ชาติที่ทำให้น้ำสูงขึ้นบ้าง โคลนหนาขึ้นบ้าง ลำบากในการทะยานดอก แต่บัวก็อดทนทำตัวเอง
ให้แข็งแรง และมุ่งหน้าแต่จะชูดอกให้พ้นน้ำ คือพ้นห้วงแห่งการเวียนว่าย ทวงแห่งอารมณ์ที่
วกวนอยู่กับความเปลี่ยนแปลง
บัวจึงเติบโตขึ้นด้วยความหวัง เมื่อพ้นน้ำได้ก็ปิดดอกสนิทไม่
รับรู้มลภาวะใดๆ เหมือนไม่ใส่ใจกับเรื่องราววุ่นวายรอบข้าง หยุดใจ
ของตัวเองไว้ภายใน กลีบที่ปิดสนิทแน่นนั้นทำหน้าที่ละม้ายศีลที่คอย
ปกป้องภัยจากภายนอกมิให้คุกคาม จนกระทั่งภายในสุกงอมเต็มที่
จึงจะคลี่ในวาระวันรุ่งขึ้นด้วยแสงตะวัน ซึ่งอุปมาดังแสงแห่งตะวัน
ธรรมเข้ามาทำให้ใจที่พร้อมเบ่งบานด้วยสมาธิและปัญญา บัวจึงเป็น
อกไม้ที่ถึงพร้อมด้วย ศีล สมาธิ และปัญญา
เมื่อปัทมา (บัวสีชมพู) ถึงพร้อมด้วยความสมบูรณ์เช่นนี้ ยาม
คลี่กลีบเผยกลื่น ซึ่งเปรียบเสมือนความหอมของศีล และใจที่เปี่ยม
ปัญญา ใจที่ไม่ข้องแวะกับความแปดเขื่อนทั้งหลายจึงขยายจึงโบก
โชยไปไกล เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนชื่นใจ ชวนติดตาม ใครก็ตามที่ไม่เคยเข้าใจในกลิ่นหอมของ
ศีล สามารถพิจารณากลิ่นของปัทมานี้เป็นอุทาหรณ์ได้ เหมือนปราชญ์สตรีโบราณเขาทาย
ปัญหากันว่า
“กลิ่นอะไรเอ่อ อยู่ไกลก็แตนหอม อยู่ใกล้ก็ไม่ฉุน
คำตอบคืออะไร ท่านผู้อ่านคงรู้แล้วว่าคือ “ปัทมาสุคนธ์” หรือกลิ่นของบัวสีชมพู หรือ
กลิ่นของศีลหอมระบือ หอมทวนลม
ท่านผู้รู้ ครูบาอาจารย์กล่าวว่า ปัทมา คือบัวที่รองรับการเกิดขึ้นของพระบรมพุทธเจ้าผู้
ตรัสรู้ขึ้นไปอยู่ ณ อายตนะนิพพานก่อนใคร
การปลูกบัวสีชมพู จึงเป็นกรณียกิจที่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องบูชาพระ
บรมพุทธเจ้าแล้ว ยังเป็นเสมือนการเตือนตนให้แสวงหาแต่ทางหลุดพ้นจากการเวียนว่าย จาก
ท้วงแห่งทุกข์ ครั้นบัวเจริญเติบโตงดงาม พื้นที่ที่ลงบัวไว้จะกลายเป็นนาบัว ทุ่งบัว หรือ โรงบัว
หรือเป็น “ท้วงธาราคฤโหทยาน” คือ เป็นสวนน้ำแห่งบัวที่กว้างใหญ่ไพศาล ไม่เคยปรากฏมา
ก่อน ณ ที่อื่นใด แม้จะเคยมีผู้มีอิทธิบารมีทำมาแล้วในประเทศอื่นบ้างก็ตาม
ปัทมะ ธาราคฤโหทยาน สวนน้ำอันดาษไปด้วยบัวสีชมพู ที่รายรอบธรรมกายเจดีย์ จะ
เมษายน ๒๕๕๖ ( กัลยาณมิตร