เทศกาลสงกรานต์และความสำคัญของครอบครัว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 4 หน้า 132
หน้าที่ 132 / 142

สรุปเนื้อหา

ก่อนได้ ท่านคงรู้ว่าต่อไปครอบครัวจะต้องแบ่งแยกออกไป จะไปกันคนละทิศละทาง จึงเพื่อป้องกันมิให้สถาบันครอบ ครัวจะต้องแตกสลายไปเลยทีเดียว ท่านจึงกำหนดประ เพณีอย่างหนึ่งขึ้นมา โดยอิงอาศัยเทศกาลที่คนไทยนิยม กันเทศกาลหนึ่งคือเทศกาลสงกรานต์ โดยกำหนดให้เป็น เทศกาลที่นอกจากจะสาดน้ำรดน้ำกันให้เป็นที่สนุกสนานแล้ว สมควรจะได้ไปรดน้ำดำหัวผู้หลักใหญ่ในตระกูลคือพ่อแม่ ปู่ย่าตายายด้วย เพื่อขอพรจากท่าน ซึ่งก็เป็นที่นิยมกระทำ ต่อๆ กันมาจนเป็นประเพณี และดูเหมือนว่าจะกลายเป็น วัฒนธรรมไทยอย่างหนึ่งไปแล้วด้วย ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่นั้น มองให้ลึกลงไปก็คือประเพณีรวมญาติ หรือประเพณีให้ ครอบครัวที่แยกกันอยู่ได้กลับมาพบหน้า หรือมาพร้อม หน้าพร้อมตากันนั่นเอง และลูกจะได้พบหน้าพ่อแม่ หลาน จะได้เห็นหน้าปู่ย

หัวข้อประเด็น

- เทศกาลสงกรานต์และความสำคัญของครอบครัว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ก่อนได้ ท่านคงรู้ว่าต่อไปครอบครัวจะต้องแบ่งแยกออกไป จะไปกันคนละทิศละทาง จึงเพื่อป้องกันมิให้สถาบันครอบ ครัวจะต้องแตกสลายไปเลยทีเดียว ท่านจึงกำหนดประ เพณีอย่างหนึ่งขึ้นมา โดยอิงอาศัยเทศกาลที่คนไทยนิยม กันเทศกาลหนึ่งคือเทศกาลสงกรานต์ โดยกำหนดให้เป็น เทศกาลที่นอกจากจะสาดน้ำรดน้ำกันให้เป็นที่สนุกสนานแล้ว สมควรจะได้ไปรดน้ำดำหัวผู้หลักใหญ่ในตระกูลคือพ่อแม่ ปู่ย่าตายายด้วย เพื่อขอพรจากท่าน ซึ่งก็เป็นที่นิยมกระทำ ต่อๆ กันมาจนเป็นประเพณี และดูเหมือนว่าจะกลายเป็น วัฒนธรรมไทยอย่างหนึ่งไปแล้วด้วย ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่นั้น มองให้ลึกลงไปก็คือประเพณีรวมญาติ หรือประเพณีให้ ครอบครัวที่แยกกันอยู่ได้กลับมาพบหน้า หรือมาพร้อม หน้าพร้อมตากันนั่นเอง และลูกจะได้พบหน้าพ่อแม่ หลาน จะได้เห็นหน้าปู่ย่าตายายของตนก็ในเทศกาลนี้เช่นกัน จะ เรียกวันสงกรานต์หรือเทศกาลสงกรานต์ว่าเป็น วันกตัญญู หรือเทศกาลกตัญญูก็คงจะได้อยู่ ในระหว่างเทศกาลสงกรานต์คือวันที่ ๑๙ ๐๓-๐๕ เมษายน ของทุกปีนั้น แต่สำหรับพ่อแม่และปู่ย่าตายาย ผู้เฒ่าผู้แก่ ซึ่งมีลูกหลานแยกย้ายกันไปอยู่ต่างหากคนละทิศละทางนั้น จะมองเห็นความสำคัญของเทศกาลสงกรานต์อย่างมาก บางรายอาจถึงกับนั่งนับวัน หรือนั่งรอนอนรอกันทีเดียว เพราะท่านมีความหวังว่า เมื่อถึงระยะนี้จะได้พบหน้าลูก หลานจะได้ดูลูกหลานที่จากไปให้ชื่นใจอย่างพร้อมหน้าพร้อม ตากัน แม้ว่าเขาจะมาอยู่ให้เห็นเพียงวันสองวัน หรือแม้ เพียงชั่วโมงเดียวก็พอใจแล้ว ดังนั้น ในใจของพ่อแม่ปู่ย่า ตายาย ผู้ถูกลูกหลานทิ้งไว้กับบ้านหรือกับท้องทุ่งในชนบท ผู้ที่ลูกหลานจากไปอยู่กันไกลๆ จึงอยากจะให้มีเทศกาลสง กรานต์สักเดือนละครั้งแทนที่จะเป็นปีละหน เสียด้วยซ้ำไป ทางราชการเองก็เห็นความสำคัญของเทศกาลนี้เช่น เดียวกัน จึงกำหนดให้เทศกาลนี้เป็นวันหยุดราชการประจำ ปี โดยเฉพาะในปีนี้หยุดติดต่อกันถึง ๓ วัน ซึ่งนับว่า เป็นการหยุดที่ติดต่อกันมากที่สุดคราวหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพราะ ต้องการสนับสนุนให้ทุกคนผู้เป็นลูกหลานและพ่อแม่ปู่ย่าตา ยายได้มีโอกาสพบปะกัน และได้อยู่ด้วยกันให้นานที่สุดจน ตลอดเทศกาล และในปีนี้ ทางรัฐบาลก็ได้กำหนดไว้ว่า วันที่ 04 กัลยาณมิตร ๑๐ เมษายนนี้ เป็นวันที่คนไทยทุกคนควรระลึกถึงครอบครัว ของตน กลับไปบ้านเก่าบ้านเกิดเพื่อพบปะคนในครอบครัว ของตนให้พร้อมหน้าพร้อมตากัน โดยกำหนดให้วันนี้เป็น วันแห่งครอบครัว ซึ่งก็หมายถึงเป็นวันที่ครอบครัวทุกครอบ ครัวจะได้มีความสุข ได้อยู่พร้อมกันทั้งปู่ย่า ตายาย พ่อ แม่ และลูกหลาน รวมทั้งญาติผู้ใหญ่อื่นๆ ซึ่งเป็นสมาชิก ของครอบครัวด้วย ก็นับว่าเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับ ประเพณีนิยมที่คนไทยปฏิบัติแต่เก่าก่อน ซึ่งก็คงมีผลให้ ครอบครัวมีความอบอุ่น มีความสุขกันไปได้อย่างน้อยก็ช่วง เวลาหนึ่งของปี แต่ถ้าเป็นไปได้ ควรจะมีการรณรงค์ส่งเสริมปลูกส่ง ความกตัญญู ความรู้สึกถึงผู้มีพระคุณโดยเฉพาะพ่อแม่ปู ย่าตายายให้มีในสายเลือดคนไทยให้มากกว่านี้ และให้เข้ม ขั้นเหมือนสมัยก่อน และควรให้โอกาสเขาไปแสดงความ กตัญญูในโอกาสวาระต่างๆ มากกว่าวันที่ 04 เมษายน เพียงวันเดียว พร้อมทั้งควรยกย่องผู้ตั้งอยู่ในความกตัญญู ให้มีเกียรติปรากฏในสังคมมากกว่าที่เป็นอยู่อีกส่วนหนึ่งด้วย เพราะความกตัญญูประการเดียวเท่านั้นที่จะจรรโลงสถา บันครอบครัวให้ดำรงอยู่ได้ และจะเป็นสื่อสัมพันธ์ให้ใจ เข้าถึงใจ และรู้สึกถึงใจของกันและกัน ถ้าทำได้มากและ ทั่วถึงแล้ว วันแห่งครอบครัว ก็จะมีทุกวันโดยปริยาย โดย ที่ทางการมีต้องกำหนดให้หรือกระตุ้นกันบ่อยๆ เมษายน ๒๔๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More