ปัญหาครอบครัวและการแก้ไข วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 4 หน้า 131
หน้าที่ 131 / 142

สรุปเนื้อหา

วันแห่งครอบครัว ต่อจากหน้า ๗๗ น้อยถอยลงไปเรื่อยๆ จนเกือบจะหมดไป ทุกคนที่แยกกัน อยู่นั้น ก็จะต้องพึ่งตัวเอง แก้ปัญหาเองแบบตัวใครตัวมัน แก้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เป็นไปตามสติตามกำลังของตนเอง ปัญหาในครอบครัว ปัญหาในสังคม ปัญหาของบ้านเมือง เกี่ยวกับศีลธรรรมวัฒนธรรม กล่าวคือศีลธรรมเสื่อมทราม วัฒนธรรมสูญสิ้น ส่วนใหญ่ก็มีต้นตอมาจากการที่สถาบัน ครอบครัวถูกแบ่งถูกแยก ในลักษณะเหมือนแตกแยกดัง กล่าวนี้นั้นเอง ท่านทั้งหลายลองหันมามองดูตัวท่านเองและครอบ ครัวของท่านว่าตกอยู่ในลักษณะเช่นนี้บ้างหรือไม่ หากจะย้อนถามว่า ปัญหาอย่างนี้สมควรจะแก้ไข กันอย่างไรจึงจะดี ก็ต้องตอบว่า การแก้ปัญหามิให้ครอบ ครัวแยกกันอยู่ แต่ให้อยู่กันเป็นครอบครัวที่อบอุ่นแบบโบ ราณนั้นคงเป็นไปไม่ได้แน่นอนในปัจจุบัน เพราะเหตุปัจจัย หลายอย่างไ

หัวข้อประเด็น

- ปัญหาครอบครัวและการแก้ไข

ข้อความต้นฉบับในหน้า

วันแห่งครอบครัว ต่อจากหน้า ๗๗ น้อยถอยลงไปเรื่อยๆ จนเกือบจะหมดไป ทุกคนที่แยกกัน อยู่นั้น ก็จะต้องพึ่งตัวเอง แก้ปัญหาเองแบบตัวใครตัวมัน แก้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เป็นไปตามสติตามกำลังของตนเอง ปัญหาในครอบครัว ปัญหาในสังคม ปัญหาของบ้านเมือง เกี่ยวกับศีลธรรรมวัฒนธรรม กล่าวคือศีลธรรมเสื่อมทราม วัฒนธรรมสูญสิ้น ส่วนใหญ่ก็มีต้นตอมาจากการที่สถาบัน ครอบครัวถูกแบ่งถูกแยก ในลักษณะเหมือนแตกแยกดัง กล่าวนี้นั้นเอง ท่านทั้งหลายลองหันมามองดูตัวท่านเองและครอบ ครัวของท่านว่าตกอยู่ในลักษณะเช่นนี้บ้างหรือไม่ หากจะย้อนถามว่า ปัญหาอย่างนี้สมควรจะแก้ไข กันอย่างไรจึงจะดี ก็ต้องตอบว่า การแก้ปัญหามิให้ครอบ ครัวแยกกันอยู่ แต่ให้อยู่กันเป็นครอบครัวที่อบอุ่นแบบโบ ราณนั้นคงเป็นไปไม่ได้แน่นอนในปัจจุบัน เพราะเหตุปัจจัย หลายอย่างไม่อำนวยให้ ถ้าจะแก้กันให้ได้จริงๆ ก็คงต้อง หันไปนั่งเกวียนกันแบบเดิม หรือทันไปใช้วัวควายทำไร่ทำ นาตำข้าวกินเหมือนเดิมกัน ซึ่งก็คงจะไม่มีใครยอมทำเช่น นั้นอีกแล้ว ถึงกระนั้นก็ตาม ทางแก้ปัญหาดังกล่าวมานี้ก็ พอมีทางอยู่ แม้จะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุก็ตาม กล่าวคือการที่ปู่ย่าตายายอยู่ทางหนึ่ง พ่อแม่ลูกหลาน เมษายน ๒๕๔๐ อยู่ทางหนึ่งนั้น เป็นการแยกกันที่การอยู่ ซึ่งเป็นการแยก ทางกายเท่านั้น การแยกกันอยู่หรืออยู่กันคนละถิ่นนี้ เป็น การขาดความสัมพันธ์ทางกายเพียงอย่างเดียว ส่วนใจนั้น เราสามารถสื่อสัมพันธ์กันได้ สื่อสัมพันธ์ทางใจนี้เองที่จะ ช่วยแก้ปัญหานี้ได้บ้าง คือพยายามอย่าให้สื่อสัมพันธ์ทาง ใจนี้ขาดสิ้นลงได้เป็นอันขาด หากขาดลงเมื่อใดก็หมดกัน เลิกพูดกันได้ ถ้าสื่อสัมพันธ์ทางใจยังไม่ขาดยังนับญาติกัน อยู่ ก็ยังจะคิดถึงกันและบังคับให้ไปมาหาสู่กันได้ ให้เขียน จดหมาย ให้โทรศัพท์โทรเลขถึงกันได้ สื่อสัมพันธ์ทางใจที่กล่าวนั้นก็คือ ความรู้สึกว่าตน เป็นลูกของพ่อแม่ ความรู้สึกว่าตนเป็นลูกหลานของปู่ย่า ตายาย ความรู้สึกอยู่เสมอว่าพ่อแม่อยู่ที่นั่น ปู่ย่าตายอยู่ ที่นี้ เราจากท่านมานานแล้ว สมควรจะต้องกลับไปหาไป เยี่ยมเยียนให้ท่านเห็นหน้าบ้าง หรือสมควรจะส่งข่าวคราว ของเราไปให้ท่านรู้บ้าง ความรู้สึกว่าพ่อแม่เป็นห่วงเรา รัก เรา ปู่ย่าตายายรักเราเป็นห่วงเรา เหมือนกับเรารักและ ห่วงลูกของเราเอง เวลาลูกของเรากลับบ้านผิดเวลา เรา ห่วงลูกของเรา เสาคอยเล่าติดตามถามหาจนกว่าลูกของ เราจะมา เมื่อลูกกลับแล้วเราก็หมดห่วงหมดกังวล ฉันใด พอเราแม่เราก็คงจะห่วงเราคิดถึงเราเช่นเดียวกัน ความรู้ สึกรักพ่อรักแม่ รักปู่ย่าตายาย ความรู้สึกเป็นห่วงและคิด ถึงพ่อแม่ปู่ย่าตายาย และทำอะไรต่อมิอะไรให้แก่พ่อแม่ปู ย่าตายาย อันจะก่อความปลาบปลื้มยินดีและคลายความ ว้าเหว่หงอยเหงาให้แก่ท่านเหล่านั้นได้ อันความรู้สึกอันเป็นสื่อทางใจ ทำให้ใจรู้สึกถึงใจของ อีกฝ่ายหนึ่ง กล่าวโดยตรงก็คือความรู้สึกของลูกหลานเช่น ที่กล่าวนี้ที่มีต่อพ่อแม่ปู่ย่าตายายนี้แหละ ภาษาพระเรียก ว่า กตัญญู ความกตัญญ มิใช่หมายความเพียงรู้คุณของท่านผู้มี พระคุณ เช่นรู้คุณพ่อคุณแม่ รู้คุณปู่ย่าตายายหรือครู อาจารย์เท่านั้น ยังหมายความไปถึงรู้และเข้าใจจิตใจ รู้ถึง ความรู้สิก รู้ถึงความต้องการของท่าน มีพระคุณนั้นๆ ด้วย ว่าท่านรัก ห่วงใย ปรารถนาดีต่อตนเองแค่ไหน ความรู้สึก ทางใจเช่นนี้แหละที่จัดว่าเป็นความกตัญญูอย่างแท้จริง คนไทยแต่โบราณ คงมองเห็นหรือคาดการณ์ในอนา คตได้ว่า ต่อไปสถาบันครอบครัวจะไม่อาจให้ความอบอุ่น ให้ความปลอดภัย ไม่อาจเป็นหลักเป็นที่พึ่งเช่นอย่างเก่า กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More