ข้อความต้นฉบับในหน้า
หายไปไหนล่ะนี่ พระเถระท่านก็นิ่ง
เสีย ถามท่านหนักเข้า ท่านก็นั่งอยู่
ร่ำไป ท่านกลัวนายช่างแก้วจะไป
ฆ่านกกระเรียนเข้า ท่านจะเป็นบาป
ด้วย ท่านก็นิ่งเสีย ไม่มีใครละพระ
ผู้เป็นเจ้า ก้อนแก้วของกระผมวาง
ไว้ที่นี่มีค่ามาก ตัวและครอบครัว
ของกระผมก็ไม่พอค่าแก้วนี่ที่จะใช้
เขา พระคุณเจ้าเห็นอย่างไรบ้าง จง
กรุณากระผมเถิด อย่าให้กระผมเป็น
ข้าเขาเลย ว่ากันหนักเข้าท่านก็นั่ง
เสีย นึ่งหนักเข้าหนักเช้า ไม่มีใครละ
พระผู้เป็นเจ้านี่แหละเอาไป เอาแล้ว
ช่างแก้วก็ไปจับนกกระเรียนที่ตาย
ความดีที่ตนทำ แล้วนั้น ไปเป็นตัว
ดังนี้ ใน ๑๔ ข้อนี้ อริยะนักปราชญ์
แล้วนั่นเชือดเอาก้อนแก้วออกมาโด่ อย่างของบุคคลอื่นต่อไป เป็นตำรับ
อยู่ในท้องนกกระเรียนนั่น โอย ทีนี้ ตำราของบุคคลอื่นต่อไปด้วยประการ
ลงกราบพระผู้เป็นเจ้าทีเดียว กระ
ผมได้พลาดพลั้งไปแล้ว ขอพระคุณ
เจ้าจงงดโทษให้กระผมเถอะ พระ
เถระจึงว่า ฉันไม่เอาโทษเอากรณ์
อะไรหรอก ไม่มีโทษกับฉันหรอก
แต่ว่าปรโลกเขาจะไม่ยอมละกระมัง
ฉันไม่รู้จะว่ากระไรเขานี่ ก็เธอทำ
ของเธอเองนี่ เอากันละหนี้อ้อนวอน
พระเถระให้งดโทษให้ตนที่ตนได้กระ
ทำไปแล้ว นี้พัวพันในสกุล ตั้งแต่
เอาเชือกมารัดนิ้วเข้าแล้ว ขันนัว นั้นต่อไปพระเถระปฏิญาณในใจแล้ว
พระเถระเช้าแล้ว ขันเสียตั้งเซียว
ขันนัวแล้วเอาไม้ตีกระบาลด้วย ดี
เลียจนกระทั่งเลือดไหลออกทางตา
นกกระเรียนเห็นเลือดเข้า มันก็จะ
มากินย้ายเลือดนั่น ดีพระเถระเสีย
ปั้น แต่ว่ายังไม่ตายเท่านั้นแหละ
พออ้ายนกกระเรียนเช้ามา แกกำลัง
บ้าระห่ำของแก กำลังจะดีพระเถระ
นั่น แกก็เอาเท้าตระหวัดนกกระเรียน
เข้าให้ที่คอทับทีเดียว นกกระเรียน
ลงไปดิ้นผับๆๆ พระเถระก็ถาม พ่อ
ช่างแก้ว นกกระเรียนนั่นตายแล้ว
หรือยัง ตายไม่ตายก็พระผู้เป็นเจ้า
อย่าพูดไปเลย พระผู้เป็นเจ้าไม่ให้
แก้วแก่กระผมก็ต้องตายเหมือนนก
กระเรียนนั่นแหละ ไม่ต้องสงสัยละ
เอาซี พอเห็นนกกระเรียนตายสนิท
ดี ท่านก็บอกเบาๆ ผ่อนเชือกเถอะ
จะบอกให้ ย้ายบุรุษก็ไม่เบา หนัก
ชั้นทุกทีเหมือนกัน นกกระเรียนนั่น
ตายแน่ เห็นว่าตายแน่ พอแน่แล้ว
ก็บอกว่า นั่นแน่พ่อคุณ ก้อนแก้ว
อยู่ในท้องนกกระเรียนนั่นแน่ะ ย้าย
ตั้งแต่นี้ต่อไปมีชีวิตเป็นอยู่จะไม่เกี่ยว
ช้องกับสกุลใด จะแสวงหาอาหาร
บิณฑบาตเลี้ยงชีพจนตลอดชีวิต ตั้ง
ใจสนิททีเดียวเท่านั้น พระคุณเจ้า
ไม่เข้าติดสกุลใดเลย เข็ด นี่ก็พัวพัน
ในสกุลเป็นโทษอย่างนี้ มีโทษอย่าง
นี้ ภิกษุในครั้งพุทธกาลนะ สึกไป
มากมายเพราะพัวพันในสกุล ในครั้ง
นี้ก็สึกมากมายเหมือนกัน พัวพันใน
สกุล นี่ต้องคอยระแวดระวัง ภิกษุ
สามเณรพัวพันในสกุลเป็นข้อสำคัญ
มาก
๒๔ ข้อธรรมเหล่านี้สำหรับ
เนื่องด้วยพระอริยบุคคล ท่านประ
พฤติมาเป็นตำรับตำรา ที่แสดงมา
แล้วในกรณียเมตตสูตรแก้ด้วยเมต-
ตานี้ เมื่อประพฤติดีทั้ง ๑๔ ข้อนี้
แล้ว ไม่มีช่องเสีย ความประพฤติ
ไม่มีติดธรรมผิดวินัยเลย ล้าประ
พฤติได้อย่างนี้ได้ชื่อว่าตัวเองแหละ
เมตตาอยู่ในคัวเอง ไปอยู่ในสถานที่
ใดๆ ก็ตัวเองแหละเมตตาอยู่ในตัว
เอง ได้ชื่อว่าท่า ความดีให้แก่คนและ
หลาย
ติเตียนบุคคลอื่นได้ด้วยประการใด
ได้ด้วยกรรมอันใด ไม่ควรประพฤดี
กรรมยันนั้นรินตลอดชีวิต ควรตั้ง
จิตแผ่ไมตรีจิตไปว่าขอสัตว์ทั้งหล
ทั้งสิ้นจงเป็นผู้มีสุข จงเป็นผู้เกษม
สำราญ จงเป็นผู้มีตนถึงซึ่งความ
สุขเถิด ให้ตั้งใจลงไปว่าแผ่ไมตรีจิต
ลงไปว่า สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น หรือ
สัตว์ทั้งหลายหมดทั้งสิ้น จงเป็นผู้มี
สุข จงเป็นผู้มีความเกษมสำราญ จง
เป็นผู้มีตนถึงซึ่งความสุขเถิด เมื่อ
ประพฤติดีเช่นนี้แล้วให้ตั้งใจอย่างนี้
ให้ผู้อื่นประพฤติดีได้เหมือนอย่างกับ
ตัวบ้าง ให้ตั้งใจอย่างนี้ นี่แหละเป็น
เมตตาอริยสังสกถา
ที่ชี้แจงแสดงมาแล้วนี้ยังหา
จบกรณียเมตตสูตรไม่ ในสามเพียง
ส่วนเดียวเท่านั้น และจะแสดงเป็น
ลำดับต่อไปที่ได้ชี้แจงแสดงมานี้ตาม
วาระพระบาลีคลี่ความเป็นสยามภา
ษาตามมตยาธิบาย พอสมควรแก่
เวลา เอเตน สจฺจวชเช่น ด้วยอำ
นาจความสัจที่ได้อ้างธรรมปฏิบัติดั้ง
แต่ต้นจนอวสานนี้ สทา โสตถี ภา
านฺตุ เต ขอความสุขสวัสดีจงบังเกิด
มีแด่ท่านทั้งหลาย บรรดามาสโมสร
ในสถานที่นี้ทุกล้วนหน้า อาตมภาพ
ซ้แจงแสดงมาพอสมควรแก่เวลา
สมมุติว่ายุติธรรมีกถาโดยอรรถนิยม
ความเพียงเท่านี้
เอว์ ก็มีด้วยประการฉะนี้
กัลยาณมิตร
อธ
เมษายน ๒๕๔๐