ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไพบูลย์กับคุณมาลี สองสามี จึงชิงขอตัวไปอาบน้ำก่อน ปล่อยให้
ภรรยากำลังชื่นชมกับสมุด น้องชายผจญกับความอึดอัดเพียงคน อึดเหนี่ยว
รายงานผลการเรียนของลูกชายคนโต เดียว
คอเคว้งคว้างอยู่ในมหาสมุทร ไม่มีที่
ภาพที่พ่อแม่ชื่นชมผลการเรียน
อย่างมีความสุข
“หมายความว่ายังไง ร.เรือ ๒ ของพี่ชาย ปรากฏในห้วงคิดอย่างช่วย
ตัวในวิชาคณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษ ไม่ได้
คุณมาลีว่าพลางลูบหลังลูบไหล่ลูกชาย หมายความว่ายังไง หึ! พจน์ไหนบอก
สุดที่รัก
แม่ซิ”
เพียงคุณมาลีไม่ได้หวานใส
“ลูกไม่อายเขาบ้างหรือ? ที่การ
เรียนตกต่ำขนาดนี้ ทำไมลูกไม่รู้จัก
เอาอย่างพี่ไพเขาบ้างล่ะ นั่นเขาได้เกรด
“แม่ภูมิใจในตัวลูกจริงๆ จะไพ
“พ่อว่านะถ้าหากลูกรักษาระดับ
การเรียนได้อย่างนี้ จนถึงสอบเอ็น
ทรานส์ คณะแพทยศาสตร์ในความฝัน
ของลูกไม่ไปไหนแน่พอเชื่อ” ดร.ไพบูลย์
กล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ แต่ในความ
คิดของไพมสินแล้ว “คณะแพทยศาสตร์
ในความฝันของพ่อกับแม่ต่างหาก” เขา
ไม่ได้อยากเรียนแพทย์ เขาอยากเรียน
วิศวะ แต่ไพมลินก็ไม่กล้าพูดอะไร
นอกจากยิ้ม
บรรยากาศชื่นมื่นในครอบครัว
เหมือนเมื่อสักครู่แล้ว
“ไหน ขอพ่อดูหน่อย” ดร.ไพบูลย์
แย่งสมุดรายงานผลการเรียนของมสิน
พจน์ไปดู
“บอกแม่ชี หมายความว่ายังไง?”
“หมายความว่า...เอ้อ!..หมาย
ความว่า ต้องรอสอบซ่อมนะครับแม่”
มลินพจน์เพิ่งเปิดปากตอบอย่าง
กระท่อนกระแท่น
“แม่รู้จะว่าต้องรอสอบซ่อม แต่
“คุณจัดการแล้วกัน เห็นแล้ว
เช่นนี้ มีหนุ่มน้อยอีกคนยืนแอบดูอยู่ แม่อยากรู้ว่าทำไมผลการเรียนของลูก
ข้างประตู สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ว่า ถึงเป็นอย่างนี้”
รู้สึกชื่นมื่นไปด้วยเลย ในมือมีสมุด
®:
บ
เกือบทุกวิชา พ่อกับแม่ภูมิใจในตัว
พี่เขามากนะ ถ้าลูกสนใจเรียนได้สัก
ครึ่งพี่เขา แม่คงสบายใจกว่านี้”
นั่นละประโยคเด็ด มลินพจน์
คิดว่ามันสาสมกับความผิดของเขาแล้ว
ทุกครั้งที่ได้ชินแม่พูดทำนองนี้ เขาจะ
รู้สึกเจ็บแปลบเข้าไปในใจทุกที ไม่ว่า
เรื่องอะไร พี่ขายเขาจะต้องดีกว่า เก่ง
กว่า ขยันกว่า ทุกครั้งไป
“พจน์! ได้ในที่แม่พูดหรือ
เปล่า?” คุณมาลีกระชากเสียงถาม
มลินพจน์เงยหน้าขึ้นสบตาแม่ น่าใจ
หาย ควงตานั้นกลับแห้งผากไร้ความ
รายงานผลการเรียนของตนเอง ซึ่งเจ้า ไม่มีอารมณ์” ดร.ไพบูลย์กระแทกสมุด รู้สึก
ตัวพลิกไปพลิกมาอยู่หลายตลบ ทำให้
รู้ว่าเจ้าของกระสับกระส่ายกระวนกระ
วายมิใช่น้อย
“ใครนะ? พจน์หรือลูก เข้ามา
รายงานนั้นกับโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์
ก่อนจะลุกเดินออกไปอย่างไม่แยแส มี
เพียงสายตาของมสินพจน์ที่มองตาม
“แม่ครับ....ปิดเทอมคราวนี้ ผม
พ่อไปด้วยน้ำตาคลอเบ้า เขาทนได้ไม่ ขออนุญาตไปอยู่บ้านอาทูนนะครับ”
สิ” ดร.ไพบูลย์เรียกลูกชายคนเล็ก มสิน ว่าพ่อแม่จะด่าจะว่าเขาลักแค่ไหน มลินพจน์เอ่ยปากขออนุญาตในค่ำวัน
พจน์ เดินก้มหน้าเข้าไปในห้องรับแขก
ไม่ยอมสบตาใคร “ไหนจ๊ะ แม่ขอดู
สมุดรายงานหน่อย” คุณมาลีพูดเสียง
อ่อนหวาน พลางแบมือขอรับสมุด
ไพมลิน คาดเดาเหตุการณ์ได้ดี
เพราะเขารู้ว่าผลการเรียนของเขาทำให้ หนึ่ง
พ่อแม่ต้องอับอายเพื่อนฝูง
แต่เขาทนไม่ได้ที่เห็นพ่อหาท่า
“ทิ้ง” ไปอย่างนี้ มสินพจน์รู้สึกว่าตัว
เองอ้างว้าง เหมือนถูกปล่อยให้ลอย
เมษายน ๒๕๕๐
0.
กัลยาณมิตร
“ไปกี่วันจ้ะ?” คุณมาลีถามโดย
ไม่ยอมละลายตาจากนิตยสารในมือ
“ก็....จนกว่าโรงเรียนจะเปิดนะครับ”
“ทำไมต้องไปกวนคุณอานาน