ข้อความต้นฉบับในหน้า
วันคืนล่วงไปล่วงไป บัดนี้เราทำอะไรอยู่ หลายท่านหรือทุกท่านก็คงต้องตอบว่า
กำลังสร้างความดีสร้างบุญบารมีอยู่ใช่ไหมคะ พบกันอีกแล้วนะคะสำหรับคอลัมน์ที่ว่า
ด้วยเรื่องของผัก มาถึงฉบับนี้ได้ผักกี่ชนิดแล้วคะ ขอเฉลยเลยก็แล้วกันค่ะว่า เป็นชนิดที่
86 แล้วนะคะ หลายท่านจะแปลกใจว่าเป็นไปได้หรือว่าผักในอาศรมอุบาสิกาบนผืน
แผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จะมีมากมายขนาดนั้น ก็เป็นไปแล้วล่ะค่ะ วันนี้จะทานผักอะไร
ดีเอ่ย ลองมาทานผักสะระแหน่กันดีไหมคะ จะได้หอมสดชื่นดับกลิ่นอาหารคาวได้ด้วยค่ะ
จะว่าไปแล้วสะระแหน่ ก็มีคุณสมบัติที่ดีหลายๆ อย่าง ซึ่งพวกเรารู้จักกันดีมาตั้ง
แต่สมัยปู่ย่าตายายแล้วนะคะ เช่น เวลาปวดท้อง ท้องอืดเฟ้อ ก็จะเด็ดใบสะระแหน่ใน
สวนครัวข้างบ้านนำมาใช้ได้เลย ก่อนจะพูดถึงสรรพคุณของสะระแหน่ เรามาทราบชื่อ
ต่างๆ ในแต่ละท้องถิ่นกันเสียก่อน จะได้เข้าใจจุดมุ่งหมายของผู้เขียนตรงกัน และจะได้
ศึกษาไปพร้อมๆ กันไงคะ
สะระแหน่ มีชื่อทางวิทยาศาตร์ว่า เฟดแ70 717เขร ชื่อวงศ์ว่า LABIATAE และชื่อ
สามัญทั่วไปว่า สะระแหน่ (ภาคกลาง ภาคอีสาน) หอมด่วน (ภาคเหนือ) ส่วนป้อหอ
จีนเรียกค่ะ
ลักษณะทั่วๆ ไปของสะระแหน่เป็นพืชขนาดเล็กแต่เล็กพริกขี้หนูนะคะ ลำต้นจะ
เลื้อยไปตามดิน และเป็นสี่เหลี่ยมสีแดง ๆ ใบกลมรูปไข่ มีขนาดเท่าหัวแม่มือ หรืออาจ
จะโตกว่านี้ล้าดินที่สมบูรณ์ ตามริมใบเป็นจักรรอบใบ ใบเขียวค่อนข้างหนาเล็กน้อย มี
กลิ่นหอมฉุน รสปร่าข่าๆ มักจะขึ้นตามดินร่วนซุ่มขึ้น เมื่อทานเข้าไปแล้วจะได้ความรู้สึก
สดชื่นค่ะ
ถึงสะระแหน่จะมีกลิ่นหอมอย่างไร ก็คงจะไม่หอมเท่ากลิ่นของผู้มีศีล ที่มีแต่ความ
เมตตากรุณาต่อกัน ห่วงใยเอื้ออาทรกัน ประคับประคองกันไปสู่จุดหมายของการเกิดมา
สร้างบารมีกันต่อไป
อ่าน ต่อ หน้า ๖๕
สะระแหส
โ ด ย ที่ ช า ก ร ก ง เ พ ช ร
กัลยาณมิตร
bo เมษายน ๒๕๕๐