น้ำใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยวมั่นคง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 5 หน้า 40
หน้าที่ 40 / 140

สรุปเนื้อหา

น้ำใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยวมั่นคง มีความปรารถนาในพระ แต่ว่า โพธิญานอย่างแรงกล้า แม้ความตายก็มิอาจทำลาย ความตั้งใจนั้นลงได้ ดังข้อความบางตอนที่ได้กล่าวไว้ใน หนังสือมุนีนาถทีปนี้ว่า “อนึ่ง ผู้ปรารถนาซึ่งพุทธภูมินั้น “เราจะทำความเพียรวิดน้ำในมหาสมุทรนี้ให้แห้ง แล้วจะค้นหาลูกของเราจนพบให้จงได้ ครั้นคิดมุมานะฉะนี้แล้ว ก็มุ่งกระทำความเพียร ย่อมบำเพ็ญธรรมหนักแน่นด้วยน้ำใจเด็ดเดี่ยวมั่นคง ไม่ เอาหางของตนจุ่มลงไปในน้ำพอเปียกชุ่มแล้วก็วิ่งขึ้นไป ว่าจักเสวยพระชาติคือถือกำเนิดเป็นอะไรก็ตามที่ ย่อม จะมีน้ำใจสมาทานมั่นคง ยิ่งในการประกอบการอันเป็น กุศลกรรมแล้ว ก็ยิ่งมั่นคงเป็นอัศจรรย์นัก จะได้ ย่อหย่อนเบื่อหน่ายสายพักตร์เป็นไม่มีเลย สมณพราหมณ์ อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ ผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งมีจิตคิดจะทดลอง ด้วยอุบาย มุ่ง

หัวข้อประเด็น

- น้ำใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยวมั่นคง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

น้ำใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยวมั่นคง มีความปรารถนาในพระ แต่ว่า โพธิญานอย่างแรงกล้า แม้ความตายก็มิอาจทำลาย ความตั้งใจนั้นลงได้ ดังข้อความบางตอนที่ได้กล่าวไว้ใน หนังสือมุนีนาถทีปนี้ว่า “อนึ่ง ผู้ปรารถนาซึ่งพุทธภูมินั้น “เราจะทำความเพียรวิดน้ำในมหาสมุทรนี้ให้แห้ง แล้วจะค้นหาลูกของเราจนพบให้จงได้ ครั้นคิดมุมานะฉะนี้แล้ว ก็มุ่งกระทำความเพียร ย่อมบำเพ็ญธรรมหนักแน่นด้วยน้ำใจเด็ดเดี่ยวมั่นคง ไม่ เอาหางของตนจุ่มลงไปในน้ำพอเปียกชุ่มแล้วก็วิ่งขึ้นไป ว่าจักเสวยพระชาติคือถือกำเนิดเป็นอะไรก็ตามที่ ย่อม จะมีน้ำใจสมาทานมั่นคง ยิ่งในการประกอบการอันเป็น กุศลกรรมแล้ว ก็ยิ่งมั่นคงเป็นอัศจรรย์นัก จะได้ ย่อหย่อนเบื่อหน่ายสายพักตร์เป็นไม่มีเลย สมณพราหมณ์ อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ ผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งมีจิตคิดจะทดลอง ด้วยอุบาย มุ่งหมายจะให้พระโพธิสัตว์ละเสียซึ่งกุศล สมาทานก็มิอาจกระทำได้สำเร็จ กิริยาที่พระโพธิสัตว์ ประกอบด้วยกุศลสมาทานมั่นคงนี้ มีน้ำใจตรงแน่วแน่ ไม่หวั่นไหว แม้ทรงเกิดเป็นสัตว์เดียรฉานก็ตามที สลัดน้ำบนที่ดอน แล้วย้อนกลับมาเอาหางจุ่มน้ำ และวิ่ง ไปสลัดน้ำบนที่ดอนอีก จนสรีระร่างกายได้รับความ บอบช้ำเหน็ดเหนื่อยหนักหนาเป็นเวลา ๕ - ๖ วัน น้ำ นั้นมิได้พร่องเลยแม้แต่น้อย ก็ยังคงประกอบความเพียร ที่จะวิดน้ำในมหาสมุทรต่อไปอย่างไม่ลดละ ด้วยวิริยบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ ซึ่งตั้งใจกระทำ อย่างผิดธรรมดาในคราวนั้น ก็บันดาลให้บัณฑุกัมพล ศิลาอาสน์ขององค์สมเด็จพระอมรินทราธิราช ผู้เป็น จอมเทพยเจ้าแห่งสวรรค์ชั้นไตรดึงษ์เกิดอาการแข็ง กระด้างเป็นอัศจรรย์ ครั้นเป็นดังนี้องค์อมรินทร์จึงส่อง ทิพยเนตรทราบถึงเหตุที่เกิดขึ้น รีบเสด็จลงมาจาก เทวโลกในวันที่ ๗ แปลงกายเข้าไปหากระแตพระ โพธิสัตว์เจ้าซึ่งกำลังเอาหางวิดน้ำในมหาสมุทรอย่างอุตลุด แล้วเอ่ยถามว่า “ดูกร ท่านกลั่นทุกชาติคือกระแต ท่านมาทำอะไร พิกลอยู่ที่นี่” “เรากำลังวิดน้ำในมหาสมุทร” พระโพธิสัตว์ตอบ “ท่านมีความประสงค์สิ่งใดๆ จึงถึงต้องวิดน้ำทั้ง มหาสมุทรทีเดียว" ดังมีปรากฏในพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ครั้งเมื่อพระองค์ทรงเสวยพระชาติเป็น “กระแตพระ โพธิสัตว์” มีนิวาสสถานอยู่ ณ ที่ใกล้มหาสมุทรทะเลใหญ่ อยู่มาวันหนึ่ง เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมมา “เรากระทำความเพียรในครั้งนี้ เพื่อหวังให้น้ำ ในมหาสมุทรนี้แห้ง แล้วจะค้นหาบุตรของเรา ที่ถูกน้ำ พัดพามาจมลงที่มหาสมุทรนี้ให้พบ สมเด็จพระอมรินทราธิราช จึงตรัสว่า เป็นอันมาก กระแสน้ำซึ่งกำลังเชี่ยวกรากดุดัน พัดผัน “การที่จะวิดน้ำในพระมหาสมุทรนี้ให้แห้งนั้น พาเอารังพร้อมทั้งลูกของพระโพธิสัตว์ ลงไปสู่ เห็นทีจะเป็นไปไม่ได้ ท่านจักต้องตายเสียเปล่าเป็นแน่แท้ มหาสมุทรทะเลหลวงหายไป ฝ่ายพระโพธิสัตว์ เมื่อได้ ท่านมแลดูหรอกว่าน้ำในมหาสมุทรนี้มากมายนัก รับอุปัทวเหตุเช่นนี้ ก็มีใจเศร้าเฝ้าคิดสงสารลูกตนเป็น สุดวิสัยที่ผู้ใดผู้หนึ่งจะวิดให้แห้งได้ ไฉนท่านจึงแสดง หนักหนา เสวยทุกขเวทนาดั่งว่าจะขาดใจตายไปตามบุตร ความโง่ออกมาเช่นนี้ หยุดเสียเถอะ อย่าพยายามต่อไป สุดที่จะคิดถึงเหตุผลประการใด มีใจมุ่งหมายครุ่นคิดอยู่ เลยจะตายเสียเปล่าๆ" กัลยาณมิตร ๓๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More