ข้อความต้นฉบับในหน้า
หาผู้จะทำนุบำรุง ตกแต้ม ดัดแปลงให้ถูกต้องบริบูรณ์ บรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงถวายนมัสการดำรัส
ขึ้นมิได้"
ครั้นได้ทรงสดับจึงทรงพระปรารภว่า
“พระบาลีและอรรถกถาฎีกาพระไตรปิฎกทุกวันนี้
เมื่อและผิดเพี้ยนวิปลาศอยู่เป็นอันมากฉะนี้ จะเป็น
เค้ามูลพระศาสนากระไรได้ อนึ่งท่านผู้รักษาพระ
ไตรปิฎกมีอยู่ทุกวันนี้ก็น้อยนัก ถ้าสิ้นท่านเหล่านี้แล้ว
เห็นว่าพระปริยัติศาสนา และปฏิบัติศาสนา และปฏิเวธ
ศาสนา จะเสื่อมสูญเป็นอันเร็วนัก สัตวโลกทั้งปวงจะหา
ที่พึ่งบมิได้ในอนาคตภายหน้า ควรจะทำนุบำรุงพระบวร
พุทธศาสนาไว้ให้ถาวรวัฒนการ เป็นประโยชน์ไปแก่เทพดา
มนุษย์ทั้งปวง จึงจะเป็นทางพระบรมโพธิญาณบารมี”
ทรงพระราชดำริฉะนี้แล้ว จึงดำรัสให้ประชุม พระ
ราชวงศานุวงศ์มีสมเด็จพระอนุชาธิราช กรม
พระราชวังบวรสถานมงคล เป็นประธานในพระที่นั่ง
อมรินทราภิเษกมหาปราสาท ให้อาราธนาสมเด็จพระ
สังฆราช พระราชาคณะฐานานุกรมเปรียญ
รับพระราชทานฉัน
๑๐๐ รูป มา
ครั้นเสร็จสังฆภัตกิจแล้วพระบาทสมเด็จ
เผดียงถามพระราชาคณะทั้งปวงว่า
“พระไตรปิฎกธรรมทุกวันนี้ ยังถูกต้องบริบูรณ์
จึงสมเด็จพระสังฆราช พระราชาคณะทั้งปวง
อยู่หรือพิรุธผิดเพี้ยนประการใด”
พร้อมกันถวายพระพรว่า
“พระบาลีและอรรถกถาฎีกาพระไตรปิฎกทุกวันนี้
พิรุธมาช้านานแล้วหากษัตริย์พระองค์ใดจะทำนุบำรุงให้
เป็นศาสนูปถัมภกมิได้ แต่กำลังอาตมาภาพทั้งปวงก็คิด
จะใคร่ทำนุบำรุงอยู่ แต่เห็นจะไม่สำเร็จ และกาลเมื่อ
สมเด็จพระสรรเพชญ์พระพุทธองค์ ผู้ทรงทศอรหาที่คุณ
อันประเสริฐ เมื่อพระองค์บรรทมเหนือพระปรินิพพาน
มัญจพุทธอาสน์ เป็นอนุฏฐานะไสยาสน์ ณ ระหว่างนาง
รังทั้งคู่ในสาลวโนทยานของพระเจ้ามลราชใกล้กรุงกุสิ
นารานคร มีพระพุทธฎีกาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า
“ดูกร สงฆ์ทั้งปวงพระธรรมวินัยอันใดทั้ง ๘๔,๐๐๐
พระธรรมขันธ์ อันพระตถาคตเทศนาสั่งสอนท่าน เมื่อ
พระตถาคตนิพพานแล้วพระธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรม
ขันธ์นั้น จะเป็นครูสั่งสอนท่านและสรรพสัตว์ทั้งปวงต่าง
กัลยาณมิตร ๓๙ พฤษภาคม ๒๕๒