ข้อความต้นฉบับในหน้า
ประเทศไทย ภายหลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก ซึ่ง
แบ่งแยกเป็นหลายก๊ก ทำได้แต่เพียงรวมให้กลับเป็น
ประเทศเดียวกันเท่านั้น
ส่วนการจะก่อสร้างทำนุบำรุงบ้านเมืองให้กลับ
คืนดีเหมือนเมื่อครั้งของกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนั้น
ไม่มีโอกาสและกำลังที่จะทำได้เต็มที่เท่าใดนัก อีกทั้งช่าง
ฝีมือในกรุงศรีอยุธยา พม่าก็กวาดต้อนเอากลับประเทศ
ไปเสียมากมาย ช่างฝีมือที่มีอยู่ในกรุงธนบุรีขณะนั้น ก็
พึ่งจะเป็นช่างหัดใหม่ ยังไม่มีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ
ด้วยเหตุนี้ทำให้การก่อสร้างวัตถุสถานต่างๆ จึงมีข้อจำกัด
ส่วนในด้านของพระพุทธศาสนา ทางราชการก็ต้องเที่ยว
หาพระสงฆ์ที่เหลืออยู่ตามหัวเมืองต่างๆ มาเลือกสรร
เพื่อแต่งตั้งเป็นราชาคณะปกครองสังฆมณฑล เพื่อจะได้
มีพระภิกษุสงฆ์ทำหน้าที่สืบทอดอายุพระพุทธศาสนาต่อไป
จะเห็นว่าในภาวะบ้านเมืองที่พึ่งจะฟื้นหลังจากความสูญ
เสียด้านวัตถุสถานต่างๆ อีกทั้งเวลานั้นก็ยังไม่เสร็จสิ้น
ภาวะการศึกสงครามกับต่างประเทศด้วย ขวัญและ
กำลังใจของพระภิกษุสามเณร และประชาชนยังคง
หวั่นไหวหวาดระแวงอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้น โอกาส
ที่พระภิกษุสามเณรจะมีกะจิตกะใจมาศึกษาพระธรรมคำ
สอนย่อมฝืดเคือง โอกาสที่ประชาชนจะได้ฟังเทศน์ฟัง
การที่ทรงตั้งชื่อราชธานีว่า กรุงเทพมหานคร
อมรรัตนโกสินทร์ฯ ซึ่งตัวอักษรทุกตัวล้วน
บรรยายให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของราชธานี
ใหม่ ที่พระองค์มีพระราชมโนปณิธานจะ
สร้างให้เป็นเมืองสวรรค์บนแดนดิน และ
นั่นหมายความว่าพระองค์ทรงมุ่งมั่นที่จะ
สร้างราชอาณาจักรไทยขึ้นใหม่ให้เป็นเฉก
เช่นเมืองสวรรค์บนแดนดินไปตราบ
นานแสนนาน
ธรรมเหมือนในยามบ้านเมืองเป็นปกติย่อมน้อยลง
ทำให้จิตใจของผู้คนที่ตกอยู่ในเวลานั้นหยาบกระด้าง
เนื่องจากเหินห่างพระรัตนตรัยมาเป็นเวลานาน
จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา
โลกทรงวินิจฉัยเป็นเด็ดขาด ว่าจะสร้างเมืองใหม่ คือ
กรุงรัตนโกสินทร์ขึ้น ณ พื้นที่หัวแหลมเมืองธนบุรีฝั่ง
ณ
ตะวันออก เลิกคิดจะกลับไปตั้งที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
การก่อร่างสร้างกรุงรัตนโกสินทร์และราชวงศ์จักรีจึง
ปรากฏขึ้น
เมื่อทรงตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นแล้ว ทั้งพระ
ราชประสงค์ของพระองค์กับความประสงค์ของ
ประชาชนในสมัยนั้นย่อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คือ
พยายามที่จะทำนุบำรุงกรุงรัตนโกสินทร์ให้สมบูรณ์
กัลยาณมิตร ๓๗ พฤษภาคม ๒๕๔๒