ประเภทนักธุรกิจตามความเฮง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 5 หน้า 82
หน้าที่ 82 / 140

สรุปเนื้อหา

ลดหย่อนลงไปทุกที พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเฉลยเอาไว้ ด้วย ถ้อยคําตอบสั้นๆ ว่า พวกนี้ ถ้าพูดให้ฟังง่ายๆ “ไม่ได้โกงบุญ” แค่ เบี้ยวบุญเท่านั้น เบี้ยวบุญเป็นอย่างไร ? ๑. พระในบ้าน คือ พ่อแม่ของกลุ่มนี้ เขาเลี้ยงดู ไหม ? เขาเลี้ยงดู แต่เลี้ยงดูไม่เต็มที่ แม้ว่าตัวเองจะ มีฐานะ มีความสะดวก มีความสบายทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็ตาม แต่ดูแลพ่อแม่ เหมือนอย่างกับคนใช้ หรือ ว่าเหมือนเป็นบุคคลส่วนเกินในบ้าน ถ้าพูดให้ดีขึ้นมา อีกหน่อย ถึงคราวพ่อแม่เจ็บป่วย ก็มาดูแลตอบแทน คุณกัน แต่เวลานอกจากนั้น ก็แล้วแต่คนใช้จะเลี้ยงดูท่าน ไปอย่างไรก็แล้วกัน อย่างนี้ ท่านบอกว่า “เลี้ยงดูพ่อแม่ไม่ เต็มที่” ส่วนการดูแลพระ นอกบ้านเป็นอย่างไร พวกกลุ่มนี้ เมื่อไปสัญญากับพระภิกษุผู้มีศีล หรือองค์กรทางด้านการกุศลว่าจะให้การสนับสนุน อะไร

หัวข้อประเด็น

- ประเภทนักธุรกิจตามความเฮง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ลดหย่อนลงไปทุกที พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเฉลยเอาไว้ ด้วย ถ้อยคําตอบสั้นๆ ว่า พวกนี้ ถ้าพูดให้ฟังง่ายๆ “ไม่ได้โกงบุญ” แค่ เบี้ยวบุญเท่านั้น เบี้ยวบุญเป็นอย่างไร ? ๑. พระในบ้าน คือ พ่อแม่ของกลุ่มนี้ เขาเลี้ยงดู ไหม ? เขาเลี้ยงดู แต่เลี้ยงดูไม่เต็มที่ แม้ว่าตัวเองจะ มีฐานะ มีความสะดวก มีความสบายทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็ตาม แต่ดูแลพ่อแม่ เหมือนอย่างกับคนใช้ หรือ ว่าเหมือนเป็นบุคคลส่วนเกินในบ้าน ถ้าพูดให้ดีขึ้นมา อีกหน่อย ถึงคราวพ่อแม่เจ็บป่วย ก็มาดูแลตอบแทน คุณกัน แต่เวลานอกจากนั้น ก็แล้วแต่คนใช้จะเลี้ยงดูท่าน ไปอย่างไรก็แล้วกัน อย่างนี้ ท่านบอกว่า “เลี้ยงดูพ่อแม่ไม่ เต็มที่” ส่วนการดูแลพระ นอกบ้านเป็นอย่างไร พวกกลุ่มนี้ เมื่อไปสัญญากับพระภิกษุผู้มีศีล หรือองค์กรทางด้านการกุศลว่าจะให้การสนับสนุน อะไรเอาไว้ แต่เมื่อถึงเวลาจะต้องทำตามสัญญา พวก กลุ่มนี้เกิดนึกเสียดาย แต่ก็กลัวผิดสัญญา เพราะฉะนั้น กลุ่มนี้ทำตามที่ให้สัญญาไว้เหมือนกัน แต่ไม่เต็มที่ เช่น ถ้าสัญญาไว้ว่าช่วยร้อย แต่เมื่อถึงเวลากลับเหลือสัก ห้าสิบหกสิบ ด้วยเหตุที่เลี้ยงดูพ่อแม่ไม่เต็มที่ อีกทั้ง สัญญากับผู้มีศีลเอาไว้อย่างไร ก็ไม่ทำเท่าที่สัญญา เมื่อถึงคราวประกอบธุรกิจ ผลของความเฮงหรือผล ของกำไรจึงได้ลีบๆ ไป ส่วนผลกำไรที่ได้ จะน้อยกว่าที่ตั้งเป้าเอา ไว้มากน้อยเพียงไร ก็ขึ้นอยู่กับว่า นักธุรกิจกลุ่มนี้ ได้เบี้ยวบุญของตัวเองไว้เท่าไร ผลกำไรที่ได้รับจาก การทำงานก็จะออกมาตามนั้น นักธุรกิจพวกที่สองนี้ จัดเป็นพวกเบี้ยวบุญ นักธุรกิจกลุ่มที่ ๓ “พวกท่าตาม กำลังบุญ” คือนักธุรกิจที่ตั้งเป้าธุรกิจเอาไว้ว่าจะได้กำไร เท่าไร มันก็ได้ตามที่หวัง 9. จริงๆ สำหรับกลุ่มนี้ พระองค์ ทรงชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ความเฮงของกลุ่มนี้ มีอยู่ สองเหตุใหญ่ คือ เหตุปัจจุบัน หมายถึง การดำเนินธุรกิจ ในแต่ละวัน ก็ทุ่มเทความรู้ความสามารถทำลงไป อย่างสุดฝีมือ ๒. เหตุอดีต หมายถึง “บุญ” ที่ค้ำหลัง ความรู้ความสามารถเอาไว้ ซึ่งถ้าพูดเป็นภาษาธุรกิจ ก็คือ ความเฮงที่ติดตัวเขามาข้ามชาติ ซึ่งความเฮง ของเขานี้ มีเหตุมาจากไม่ว่าจะเป็นชาตินี้ หรือชาติ ที่แล้วก็ตามที เขาดูแลเลี้ยงพระในบ้าน คือเลี้ยง เพราะฉะนั้นถึงเวลา เมื่อผลบุญของตัวเอง พ่อเลี้ยงแม่ของเขาอย่างดี ส่งผลออกมา ก็เลยส่งผลออกมาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ท่านอุปมาเอาไว้ว่า เหมือนอย่างกับนาข้าว ที่มันไม่ ได้ใส่ปุ๋ย ไขน้ำเข้านาเหมือนกัน แต่ไม่ได้ใส่ปุ๋ย ต้นข้าวจึงไม่ค่อยโต ถึงเวลาที่ต้นข้าวต้องให้ผลผลิต ก็ให้ผลเต็มรวงเหมือนกัน แต่เมล็ดข้าวที่ออกมามัน ค่อนข้างจะลีบๆ นักธุรกิจกลุ่มนี้เป็นประเภท ไม่ว่าเขาจะ เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำธุรกิจหนักหนา อย่างไรก็ตาม แต่เมื่อกลับไปถึงบ้าน คำแรกที่ถาม คือ “พ่อแม่ท่านกินข้าวแล้วหรือยังอาบน้ำอาบท่าหรือ หลับนอนดีแล้วหรือยัง” เวลาเช้าก่อนจะออกจากบ้านไปทำงาน เขา กัลยาณมิตร ๗๔ พฤษภาคม ๒๕๔๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More