การชำระพระไตรปิฎก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 5 หน้า 49
หน้าที่ 49 / 140

สรุปเนื้อหา

เคลือบแคลงก็ปรึกษาไต่ถามพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ ซึ่ง เป็นมหาเถรให้วิสัชนาตัดสินที่ผิดและชอบ การชำระพระไตรปิฎกตั้งแต่ ณ วันเพ็ญ เดือน ๑๒ ปีวอก สัมฤทธิศก มาจนถึงวันเพ็ญ เดือน ๕ ปีระกา เอกศก จุลศักราช ๑๑๕๑ พอครบ ๕ เดือน ก็สำเร็จ การสังคายนา จึงทรงพระกรุณาโปรดให้จำหน่ายพระ ราชทรัพย์ เป็นมูลค่าจ้างให้ช่างจานคฤหัสถ์ และ พระสงฆ์สามเณร จารึกพระไตรปิฎกซึ่งชำระบริสุทธิ์ แล้วนั้นลงลานใหญ่สำเร็จแล้ว ให้ปิดทองทึบทั้งใบปก หน้าหลังและกรอบทั้งสิ้น เรียกว่าฉบับทอง ห่อด้วยผ้า ยกเชือก อกรัดถักด้วยไหมเบญจพรรณ มีสลากงาแกะเป็น ลวดลาย เขียนอักษรด้วยน้ำหมึก และฉลากทอเป็นตัว อักษรบอกชื่อพระคัมภีร์ทุกๆ พระคัมภีร์...” การตัดสินพระราชหฤทัยให้จัดทำสังคายนาครั้งที่ ๙ ขึ้นนั้น ทำให้การศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุ สามเณรได

หัวข้อประเด็น

- การชำระพระไตรปิฎก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เคลือบแคลงก็ปรึกษาไต่ถามพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ ซึ่ง เป็นมหาเถรให้วิสัชนาตัดสินที่ผิดและชอบ การชำระพระไตรปิฎกตั้งแต่ ณ วันเพ็ญ เดือน ๑๒ ปีวอก สัมฤทธิศก มาจนถึงวันเพ็ญ เดือน ๕ ปีระกา เอกศก จุลศักราช ๑๑๕๑ พอครบ ๕ เดือน ก็สำเร็จ การสังคายนา จึงทรงพระกรุณาโปรดให้จำหน่ายพระ ราชทรัพย์ เป็นมูลค่าจ้างให้ช่างจานคฤหัสถ์ และ พระสงฆ์สามเณร จารึกพระไตรปิฎกซึ่งชำระบริสุทธิ์ แล้วนั้นลงลานใหญ่สำเร็จแล้ว ให้ปิดทองทึบทั้งใบปก หน้าหลังและกรอบทั้งสิ้น เรียกว่าฉบับทอง ห่อด้วยผ้า ยกเชือก อกรัดถักด้วยไหมเบญจพรรณ มีสลากงาแกะเป็น ลวดลาย เขียนอักษรด้วยน้ำหมึก และฉลากทอเป็นตัว อักษรบอกชื่อพระคัมภีร์ทุกๆ พระคัมภีร์...” การตัดสินพระราชหฤทัยให้จัดทำสังคายนาครั้งที่ ๙ ขึ้นนั้น ทำให้การศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุ สามเณรได้กลับเฟื่องฟูขึ้นมาอีกครั้ง เพราะพระภิกษุ สามเณรได้เห็นพระองค์ทรงปฏิบัติเป็นตัวอย่างในการ รักษาพระพุทธศาสนา อีกทั้งได้รับกำลังใจอันแรงกล้า เมื่อประชาชนได้รับโอกาสในการศึกษาพระธรรม ย่อมมีหลักในการดาเนินชีวิตให้อยู่เย็นเป็นสุข รู้จัก ความพอดี ไม่โลภโมโทสัน ประกอบกับได้เห็นทั้งพระ ภิกษุเป็นผู้มีความสำรวมระวังในการทำหน้าที่เป็นต้น แบบที่ดีงามให้กับสังคม ประชาชนย่อมประพฤติปฏิบัติ อยู่ในกรอบของศีลธรรมและกฎหมายของบ้านเมืองโดย อัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้ กรุงรัตนโกสินทร์ในยุคนั้น จึงเป็นดุจ ดั่งเมืองสวรรค์บนดิน เพราะศีลธรรมครองบ้านครองเมือง ด้วยอานิสงส์ที่พระองค์ทรงสนับสนุนให้พระภิกษุ ศึกษาพระปริยัติธรรม และทำหน้าที่ปลูกฝังศีลธรรมให้ กับประชาชนอย่างเต็มกำลังดังกล่าว จึงทำให้แม้ บ้านเมืองของพระองค์จะยังอยู่ในภาวะสงครามกับต่าง ประเทศ แต่สันติสุขก็เกิดขึ้นได้ในผืนดินไทย เพราะทั้ง บ้านทั้งเมืองมีผู้รู้จักบาปบุญคุณโทษเป็นจำนวนมากมาย จากข้อสังเกตในหน้าประวัติศาสตร์ เราจึงอาจ กล่าวได้ว่า สันติสุขของแผ่นดินไทยในยุครัตนโกสินทร์ ตอนต้นนั้น เกิดขึ้นได้เพราะพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกทรงให้ความสําคัญต่อการศึกษาพระ ปริยัติและข้อวัตรปฏิบัติของพระภิกษุสามเณร ผู้เป็นต้น จากการที่พระองค์ทรงพระกรุณาเป็นศาสนูปถัมภกอย่าง กำเนิดศีลธรรมในบ้านเมืองยิ่งกว่าพระชนม์ชีพของ ทรงเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงสู้ เสียสละละชีวิตบูชาพระรัตนตรัย สุดแต่จะให้พระปริยัติ บริบูรณ์เป็นมูลที่จะตั้งพระพุทธศาสนาเช่นนั้น พระภิกษุ สามเณรจำนวนมากมาย ย่อมเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการ ศึกษาเล่าเรียน และฝึกฝนตนเองให้มีศีลาจารวัตรที่งดงาม เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป ผลดีที่ เกิดขึ้นตามมาคือ กรุงรัตนโกสินทร์มีพระภิกษุผู้สอน พระพุทธศาสนาที่เก่งกาจเต็มบ้านเต็มเมือง พระภิกษุสามเณรเหล่านั้น เมื่อมีโอกาสฝึกฝน ตนเองและศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเต็มที่ ก็ย้อนกลับ มาช่วยสร้างคนดีให้สังคม ย้อนกลับมาทำหน้าที่อบรม พระองค์เอง ด้วยการวางรากฐานพระพุทธศาสนาในรัชสมัย ของพระองค์นั้น ได้ก่อคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงให้ เกิดแก่บ้านเมืองจนมาถึงปัจจุบัน อดีต คือ กระจกส่องภาพลักษณ์ของ พระพุทธศาสนาในปัจจุบัน หากอดีตของพระพุทธศาสนาในสมัยรัตนโกสินทร์ ตอนต้น คือ มาตรฐานวัดความเจริญรุ่งเรืองของ พระธรรมวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ไว้เป็น ศาสดาแทนตัวพระองค์แล้ว ในฐานะของพุทธศาสนิกชน บ่มนิสัยให้ประชาชนสามารถรู้จักแยกแยะบาปบุญ คนหนึ่งย่อมสะท้านใจ และเจ็บปวดราวกับมีคมมีด คุณโทษอย่างชัดเจน กระหน่ำกรีดลงไปในหัวใจสักหมื่นพันครั้ง เพราะภาพที่ กัลยาณมิตร CO พฤษภาคม ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More