ความเฮงและความล้มเหลวของนักธุรกิจ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 5 หน้า 81
หน้าที่ 81 / 140

สรุปเนื้อหา

แต่ไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคอะไรขึ้นก็ตาม ธุรกิจก็ยังได้ กำไรเข้าเป้าทุกครั้ง ข้อที่ ๔ ทำไมนักธุรกิจบางกลุ่ม เมื่อประกอบธุรกิจการ งานลงไปแล้ว หรือจะหยิบจะจับธุรกิจอะไรกี่ครั้งๆ เป็นต้องได้กำไรเกินกว่าที่ตั้งเป้าเอาไว้ทุกที แม้ว่าจะ เจอมรสุมการค้าอย่างหนักหนาสาหัสเพียงไร และไม่ ว่าธุรกิจจะต้องเผชิญปัญหากับอะไรก็ตาม ทำอย่างไร ธุรกิจของคนกลุ่มนี้ มันก็ได้กำไรเกินเป้าทุกครั้ง ๒. บ่อเกิดความเฮงและความล้มเหลวของ นักธุรกิจ เมื่อพระสารีบุตรไป ๒. ผิดคำพูดที่สัญญาไว้กับผู้มีศีล นอกจากไม่ดูแลพระในบ้านแล้วเท่านั้นยังไม่ พอ ยังมีนิสัยไม่ดีอีกประการ คือ มักผิดคำพูดกับ พระนอกบ้าน พระนอกบ้าน คือ ใคร ? พระนอกบ้าน คือพระภิกษุสงฆ์ หรือนักบวช ผู้มีศีลมีธรรมต่างๆ นักธุรกิจกลุ่มนี้ เมื่อไปรับปาก กับท่านไว้แล้ว ว่าจะทำบ

หัวข้อประเด็น

- ความเฮงและความล้มเหลวของนักธุรกิจ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แต่ไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคอะไรขึ้นก็ตาม ธุรกิจก็ยังได้ กำไรเข้าเป้าทุกครั้ง ข้อที่ ๔ ทำไมนักธุรกิจบางกลุ่ม เมื่อประกอบธุรกิจการ งานลงไปแล้ว หรือจะหยิบจะจับธุรกิจอะไรกี่ครั้งๆ เป็นต้องได้กำไรเกินกว่าที่ตั้งเป้าเอาไว้ทุกที แม้ว่าจะ เจอมรสุมการค้าอย่างหนักหนาสาหัสเพียงไร และไม่ ว่าธุรกิจจะต้องเผชิญปัญหากับอะไรก็ตาม ทำอย่างไร ธุรกิจของคนกลุ่มนี้ มันก็ได้กำไรเกินเป้าทุกครั้ง ๒. บ่อเกิดความเฮงและความล้มเหลวของ นักธุรกิจ เมื่อพระสารีบุตรไป ๒. ผิดคำพูดที่สัญญาไว้กับผู้มีศีล นอกจากไม่ดูแลพระในบ้านแล้วเท่านั้นยังไม่ พอ ยังมีนิสัยไม่ดีอีกประการ คือ มักผิดคำพูดกับ พระนอกบ้าน พระนอกบ้าน คือ ใคร ? พระนอกบ้าน คือพระภิกษุสงฆ์ หรือนักบวช ผู้มีศีลมีธรรมต่างๆ นักธุรกิจกลุ่มนี้ เมื่อไปรับปาก กับท่านไว้แล้ว ว่าจะทำบุญอย่างนั้นอย่างนี้ จะ ช่วยเหลือกิจการของสาธารณกุศลอย่างนั้นอย่างนี้ พอถึงเวลาแล้ว กลับไม่ทำตามที่รับปากเอาไว้ เพราะฉะนั้น พ่อแม่มีพระคุณล้นฟ้า ก็ไม่ ทำหน้าที่เลี้ยงดูและสัญญากับองค์กรการศาสนาเอาไว้ กราบทูลถามพระสัมมา ด้วยเหตุที่เลี้ยงดูพ่อแม่ไม่เต็มที่ อีกทั้ง สัมพุทธเจ้าแทนนักธุรกิจใน สัญญากับผู้มีศีลเอาไว้อย่างไร ก็ไม่ทำ หรือองค์กรการกุศลทาง โลกเอาไว้ ถึงเวลาก็ไม่ทำ ตามคำพูด พฤติกรรมดัง ยุคเมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีที่แล้ว เท่าที่สัญญา เมื่อถึงคราวประกอบธุรกิจ กล่าวของนักธุรกิจกลุ่มนี้ ผลของความเฮงหรือผลของกำไรจึงได้ ศัพท์ทางศาสนาท่านใช้คำ พระองค์ตรัสตอบชัดเจนว่า เรื่องนี้มีภูมิหลัง ลีบๆ ไป ไม่ใช่เป็นเหตุเฉพาะหน้าเสีย แล้ว พระองค์ทรงชี้ให้เห็นคำตอบไว้สั้นๆ ว่า นักธุรกิจกลุ่มที่ ๑ “พวกโกงบุญ” คือ พวกที่จะหยิบจะทำอะไรแล้ว “เจ๋งทุกที” ภูมิหลังของกลุ่มนี้ก็คือ ไม่ว่าจะเกิดมาข้ามภพข้าม ชาตินานเท่าไรก็ตาม มีนิสัยเสียว่า ๑. ไม่ดูแลพระในบ้านให้ดี พระในบ้านคือใคร ? พระในบ้าน คือ พ่อแม่ พ่อแม่คือเนื้อนาบุญของลูกหลาน เมื่อไม่ ว่า “โกงบุญตัวเอง" เสีย แล้ว หรือถ้าพูดเป็นภาษา ธุรกิจก็ว่า “โกงความเฮงของตัวเอง” เสียแล้ว เพราะฉะนั้น เมื่อถึงเวลาที่คนกลุ่มนี้ไป ประกอบธุรกิจการงานใด แม้วางแผนอย่างดี คิด รอบคอบจนหลายตลบ มันก็ประสบความขาดทุนร่ำไป นี่คือ คำตอบที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง อธิบายภูมิหลังของนักธุรกิจกลุ่มแรกเอาไว้ นัก ธุรกิจพวกแรกนี้ จัดเป็นพวกโกงบุญ นักธุรกิจกลุ่มที่ ๒ “พวกเบี้ยวบุญ” คือ กลุ่มนักธุรกิจที่ค้าขายแบบเดียวกันกับ สร้างบุญ คือไม่สร้างเหตุแห่งความดีในขั้นพื้นฐาน กลุ่มแรก วิธีการประกอบธุรกิจก็เป็นแบบเดียวกัน ก่อนแล้ว อย่าไปหวังว่าจะทำอะไรสำเร็จ ขนาดพ่อ ทุ่มเททำงานเหมือนกัน สติปัญญาความรู้ความ แม่ทุ่มเทชีวิตเลี้ยงดูมาให้มีความรู้ความสามารถใน สามารถใกล้เคียงกันกับกลุ่มแรก แต่กลุ่มที่สองทำ การบริหารธุรกิจ แต่ถึงเวลาต้องตอบแทนพระคุณท่าน นักธุรกิจกลุ่มนี้กลับทอดทิ้งพ่อแม่ แล้วได้กำไร เพียงแต่กลุ่มที่ ๒ นั้น ไปติดอยู่ที่ว่า ได้กำไรไม่เท่าที่หวังเอาไว้สักที ต้องมีเรื่องให้กำไร กัลยาณมิตร ๗๗ พฤษภาคม ๒๕๔๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More