การเค้นศักยภาพและสัจจะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 5 หน้า 84
หน้าที่ 84 / 140

สรุปเนื้อหา

ได้ข้อคิดในการประยุกต์ใช้อะไรบ้าง ศักยภาพ เค้นความรู้ความสามารถ เค้นทั้งกำลังกาย ๑. สะท้อนให้เห็นว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง เค้นทั้งกำลังความคิดสติปัญญา เค้นกำลังทรัพย์ มองทะลุเรื่องราวทั้งหลายในโลกนี้ได้อย่างดีเยี่ยม เค้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามี รวมทั้งเค้นกำลัง เกินกว่าที่สายตาและสติปัญญาของพวกเราทั้งหลาย พรรคพวกเพื่อนฝูงมาช่วยด้วย จะทราบได้ สิ่งที่พวกเราทั้งหลายมองกัน ส่วนมากก็จะมอง กันแค่เพียงปัจจุบันว่า ใครประกอบธุรกิจอย่างไร จึง จะประสบความสำเร็จได้ และจะต้องใช้เทคโนโลยี ความรู้ความสามารถ อีกทั้งใช้ชั้นเชิงสารพัดจึงจะสู้ กับคู่แข่งในท้องตลาด และสามารถประสบความ สำเร็จทางการค้าได้ ซึ่งถ้ามองกันเพียงเท่านั้น ก็ ถือว่าถูก แต่ว่าเป็นการถูกในระดับปัจจุบันหรือใน ระดับที่มองเห็นด้วยตาเปล่า แต่ใ

หัวข้อประเด็น

- การเค้นศักยภาพและสัจจะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ได้ข้อคิดในการประยุกต์ใช้อะไรบ้าง ศักยภาพ เค้นความรู้ความสามารถ เค้นทั้งกำลังกาย ๑. สะท้อนให้เห็นว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง เค้นทั้งกำลังความคิดสติปัญญา เค้นกำลังทรัพย์ มองทะลุเรื่องราวทั้งหลายในโลกนี้ได้อย่างดีเยี่ยม เค้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามี รวมทั้งเค้นกำลัง เกินกว่าที่สายตาและสติปัญญาของพวกเราทั้งหลาย พรรคพวกเพื่อนฝูงมาช่วยด้วย จะทราบได้ สิ่งที่พวกเราทั้งหลายมองกัน ส่วนมากก็จะมอง กันแค่เพียงปัจจุบันว่า ใครประกอบธุรกิจอย่างไร จึง จะประสบความสำเร็จได้ และจะต้องใช้เทคโนโลยี ความรู้ความสามารถ อีกทั้งใช้ชั้นเชิงสารพัดจึงจะสู้ กับคู่แข่งในท้องตลาด และสามารถประสบความ สำเร็จทางการค้าได้ ซึ่งถ้ามองกันเพียงเท่านั้น ก็ ถือว่าถูก แต่ว่าเป็นการถูกในระดับปัจจุบันหรือใน ระดับที่มองเห็นด้วยตาเปล่า แต่ในระดับลึก คือ เรื่องของความเฮง หรือเป็น เรื่องของบุญ ซึ่งเราไม่สามารถ มองกันไปไม่ได้ถึงในระดับนั้น แต่เพราะพระองค์ทรงชี้ให้เรา มองออกจาก “วาณิชชสูตร” นี้ที่นำมามอบให้ ๒. สะท้อนให้เห็นว่า สัจจะของคนเรานี้มีฤทธิ์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสเอาไว้หลายๆ ครั้งว่า คนเราจะมีฤทธิ์เดชตรงที่ว่า พูดอย่างไรทำ อย่างนั้น ทำอย่างไรพูดอย่างนั้น ใครทำได้ตามนี้แล้ว จะมีฤทธิ์ ทําไมสัจจะจึงมีฤทธิ์? มองกันง่ายๆ เราย่ำโลกมาถึงวันนี้ เราจะเห็น ว่า เมื่อเราได้พูดอะไรออกไปแล้ว การที่จะทำอะไรได้ ตามคำพูดนั้น บางเรื่องหรือหลายๆ เรื่อง ถึงกับต้อง ใช้ฝีมือชนิดหืดขึ้นคอเหมือนกัน มันทำไม่ได้ง่าย ๆ แต่ถ้าเราได้กัดฟันทำตามนั้นให้ได้ เราจะมีฤทธิ์ขึ้นมา ทันที ฤทธิ์ของสัจจะมาจากตรงไหน? ฤทธิ์ของสัจจะมาจากตรงที่ว่า ทำให้เราเค้น เมื่อเราเต้นทุกสิ่งทุกอย่าง แสดงศักยภาพ ลงไป เพื่อรักษาคำพูดของเรา มันก็กลายเป็นว่า เราทุ่มหมดชีวิตลงไปรักษาคำพูดจนกระทั่งมันเป็น นิสัยไปแล้ว เพราะฉะนั้น ตัวของเราจะมีฤทธิ์ขึ้นมา ทันที จะไปหยิบอะไรแล้วมีอยู่อย่างเดียวคือต้องสำเร็จ ไม่สำเร็จไม่ได้ เพราะฉะนั้น การพูดอย่างไรทำ อย่างนั้น ทำอย่างไรพูดเหมือนอย่างนั้น อย่าขยาย สิ่งที่ทำให้มันเกินความจริง อย่าเติมความเห็น และแม่ของเราให้ดีที่สุด ส่วนตัวลงไป ซึ่งเมื่อทำได้ อย่างนี้ฤทธิ์จะเกิดขึ้นมากับ ตัวเรา ทำให้คำพูดทุกคำ กลายเป็นคำประกาศิตขึ้นมา ๓. สะท้อนให้เห็นว่า ต้องดูแลพระในบ้านคือพ่อ อย่าว่าแต่พ่อแม่ที่เลี้ยงเรามาเลย มีพ่อแม่ บางคนไม่มีโอกาสได้เลี้ยงเรา ได้เลี้ยงเรา อาจจะมีเหตุผลหลายๆ อย่าง เช่น พอเราเกิดมาแล้วพ่อแม่แยกทางกัน พ่อ ทำหน้าที่เลี้ยงเรา แต่แม่ไม่ได้เลี้ยงเรา หรือแม่อาจ จะเลี้ยงเรา แต่พ่อไม่ได้เลี้ยง ถามว่าพ่อแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงเรานั้น มีพระคุณ กับเราไหม ? มี มีพระคุณที่ตรงไหน ? ขอให้เรามองภาพนี้สักนิดแล้วจะเข้าใจ สมมุติว่าเราไปทำงาน ลูกของเรา อายุได้ห้าขวบ หกขวบไปเอาดินเหนียวในท้องนามาเล่นในห้อง รับแขก เรากลับมาจากทำงาน เห็นลูกทำดินเหนียว เลอะเต็มห้องรับแขกเลย เราทำอย่างไร เราคงได้ เอาไม้เรียวตีลูกกันบ้าง กัลยาณมิตร ๗๖ พฤษภาคม ๒๕๔๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More