ข้อความต้นฉบับในหน้า
ก็แบ่งเวลาไปดูการกินการอยู่ ไปดูข้าวปลาอาหารของ
พ่อแม่ว่า พร้อมดีแล้วหรือยัง สุขภาพของท่านวันนี้
เป็นอย่างไร ดีแล้วหรือยัง
เมื่อได้เวลาจะออกไปประกอบธุรกิจของตัว ก็
ก้มกราบเท้าพ่อกราบตักแม่ แล้วค่อยไปทำงาน เขา
ท่านเดือดเนื้อร้อนใจแล้ว เมื่อพ่อแม่อยากจะทำบุญ
ทำทานอะไร เขาช่วยจัดการให้เสร็จ ไม่ต้องรอให้
พ่อแม่ต้องเอ่ยปาก ช่วยจัดสรรทุกอย่างให้ท่าน
เรียบร้อย อีกทั้งนึกถึงพระคุณของท่านอยู่เสมอว่า “เมื่อ
ตอนที่เราเล็กๆ แม่พ่อเห็นอะไรอร่อยๆ หรือเห็น
ปรนนิบัติเลี้ยงดูพ่อแม่ผู้มีพระคุณล้นฟ้าของเขาอย่างนี้ ของเล่นอะไร น่าจะให้เราเล่น หรือเห็นเสื้อผ้าตัว
นี่เป็นสิ่งที่เขาตอบแทนกับพระในบ้านอย่างสม่ำเสมอ
ส่วนกับพระนอกบ้าน เมื่อเขาตั้งใจจะไป
ทำบุญทำทานไว้ที่ไหน ได้รับปากหลวงพ่อหลวงพี่เอา
ไว้ที่ไหน หรือรับปากองค์กรการกุศลเอาไว้ที่ไหน เขา
ทำตามที่สัญญาไว้ทุกประการไม่มีผิดพลาดคลาดเคลื่อน
ไม่ว่ามรสุมการค้าจะเกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม ถึงเวลา
เป็นต้องทำให้ได้ ตามที่
ไหนสวยๆ ท่านก็หามาให้ พ่อแม่ไม่ต้องรอให้เราร้องไห้
ไม่ต้องรอให้เราออดอ้อน ท่านก็ขนมาให้” เมื่อเขานึก
ถึงภาพที่พ่อแม่เลี้ยงดูเขามาอย่างดีนี้แล้ว ก็ตั้งใจ
บำรุงพ่อแม่อย่างดี ไม่ต้องรอให้ท่านเอ่ยปากขอ เขา
เห็นอะไรที่ดี มีประโยชน์ต่อพ่อแม่ เขาก็ขนมาบำรุง
บำเรอพ่อแม่เต็มที่ นักธุรกิจกลุ่มนี้ เขาดูแลพระใน
บ้านอย่างวิเศษดีเยี่ยม
สัญญานั้น พูดง่าย ๆ นัก เหตุอดีต หมายถึง “บุญ” ที่ค้ำหลัง ส่วนการดูแลพระนอก
ธุรกิจกลุ่มนี้ “พูดอย่างไรก็ทำ ความรู้ความสามารถเอาไว้ ซึ่งถ้าพูด บ้านของเขาเป็นอย่างไร
อย่างนั้น” ทำหน้าที่ดูแลทั้ง เป็นภาษาธุรกิจ ก็คือ ความเฮงที่ กลุ่มนี้ เมื่อได้สัญญาไว้กับ
พระในบ้านและพระนอก
บ้านอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ติดตัวเขามาข้ามชาติ
พระสงฆ์หรือสัญญากับ
องค์กรสาธารณกุศลว่าจะ
เพราะฉะนั้น ผลที่ได้ในคราวทำธุรกิจ คือ เขา ทำบุญทำทาน จะสนับสนุนอะไร อย่างไร เมื่อไร
ทำตามกำลังบุญ เขาไม่ได้โกงบุญตัวเอง เขาก็ย่อมได้
กำไรเท่าที่เขาตั้งเป้าเอาไว้
ครั้นถึงเวลา เขาพิจารณาเห็นว่ามีกำลังทำได้
นักธุรกิจพวกที่สามนี้ จัดว่าเป็นพวกทำตาม
กำลังบุญ
บุญ”
นักธุรกิจกลุ่มที่ ๔ “พวกท่าเต็มกำลัง
คือ กลุ่มนักธุรกิจที่ตั้งเป้าหมายในการทำงาน
ไว้ว่าจะได้กำไรมากน้อยเท่าไร ถึงเวลาผลตอบแทนที่
ออกมากลับได้เกินเป้าที่ตั้งเอาไว้ทุกที
กลุ่มนี้ คือพวกที่ดูแลพระในบ้าน คือ ดูแล
พ่อแม่อย่างวิเศษบูชาพ่อแม่เอาไว้เหนือหัว ไม่ว่ามีอะไร
จะไม่ปล่อยให้มากระทบท่าน อันเป็นเหตุให้เดือดเนื้อ
ร้อนใจ
นอกจากดูแลพ่อแม่อย่างดีเยี่ยม โดยไม่ให้
มากกว่านั้น เขาจะเพิ่มเติมลงไปในงบประมาณที่ตั้ง
ไว้ตอนแรกทันที
การดูแลพระนอกบ้านของเขาวิเศษอย่างนี้
จึงไม่ใช่ท่าตามกำลังบุญ แต่ต้องใช้คำว่า “ทำเต็มกำลัง
บุญ” เพราะฉะนั้น พอถึงคราวที่ผลบุญตรงนี้ส่ง
ผลออกมา ไม่ว่าเขาจะไปหยิบอะไร แม้จะมีมรสุม
โหมกระหน่ำรุนแรงขนาดไหน มันเฮงเกินคาด ได้
กำไรเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกที่ไป
กำลังบุญ
นักธุรกิจกลุ่มสุดท้ายนี้ จัดเป็นพวกทำเต็ม
๓. ข้อคิดจากพระสูตร
ทั้งหมดนี้ คือ การสะท้อนความคิดให้เรา
กัลยาณมิตร ๗๘
พฤษภาคม ๒๕๕๒