เมืองพาราณสี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 6 หน้า 19
หน้าที่ 19 / 116

สรุปเนื้อหา

เมืองพาราณสี เป็นเมืองหลวงของ แคว้นกาลี ชาวอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า เบนารีส (5613165) ภายหลังได้รับเอกราชจาก อังกฤษแล้วเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น Vลโลก 351 เมืองพาราณสีมีความเจริญรุ่งเรืองมากมา ตั้งแต่สมัยพุทธกาล เป็นแหล่งการค้าและ อุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดในย่านเมืองราชคฤห์ สาวัตถี ไพสาลี และหัวเมืองย่อยๆ รอบ พาราณลี ตำราพุทธศาสนาบางเล่มกล่าวไว้ว่า มหาโครินทะ เป็นสถาปนิกผู้วางผังเมืองและ ออกแบบก่อสร้าง พาราณสีเป็นเมืองศูนย์กลาง ของศาสนาฮินดูมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน มีเทวาลัยอยู่ในเมืองนี้มากกว่า ๒,000แห่ง มี ประชากรมากกว่า 9 ล้านคน เป็นเมืองที่ดึงดูด นักท่องเที่ยวได้มากที่สุดอีกแห่งของอินเดีย คณะของเราออกเดินทางจากเมือง- กุสินารา ในเวลาบ่ายหลังจากรับประทาน อาหารกลางวันและร่วมกันทอดผ้าป่าถวาย ปัจ

หัวข้อประเด็น

- เมืองพาราณสี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เมืองพาราณสี เป็นเมืองหลวงของ แคว้นกาลี ชาวอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า เบนารีส (5613165) ภายหลังได้รับเอกราชจาก อังกฤษแล้วเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น Vลโลก 351 เมืองพาราณสีมีความเจริญรุ่งเรืองมากมา ตั้งแต่สมัยพุทธกาล เป็นแหล่งการค้าและ อุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดในย่านเมืองราชคฤห์ สาวัตถี ไพสาลี และหัวเมืองย่อยๆ รอบ พาราณลี ตำราพุทธศาสนาบางเล่มกล่าวไว้ว่า มหาโครินทะ เป็นสถาปนิกผู้วางผังเมืองและ ออกแบบก่อสร้าง พาราณสีเป็นเมืองศูนย์กลาง ของศาสนาฮินดูมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน มีเทวาลัยอยู่ในเมืองนี้มากกว่า ๒,000แห่ง มี ประชากรมากกว่า 9 ล้านคน เป็นเมืองที่ดึงดูด นักท่องเที่ยวได้มากที่สุดอีกแห่งของอินเดีย คณะของเราออกเดินทางจากเมือง- กุสินารา ในเวลาบ่ายหลังจากรับประทาน อาหารกลางวันและร่วมกันทอดผ้าป่าถวาย ปัจจัยไทยธรรมที่วัดไทยกุสินาราเรียบร้อยแล้ว อิ่มเอิบเบิกบานในบุญเช่นเคย การเดินทางจาก กุสินาราถึงเมืองพาราณสี ตามโปรแกรมการ เดินทางแจ้งไว้ว่า ระยะทาง ๒๗๖ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๗ ชั่วโมง ไม่มีห้องน้ำ ระหว่างทางเช่นเคย แต่ไม่เป็นไรพวกเราหลายคนมี ประสบการณ์แล้ว แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ยอมเรียนรู้เรื่อง ใหม่ๆ ในชีวิตเลย ยืนยันจะใช้ความอดกลั้นให้ถึงที่สุด กลั้นจนถึงห้องน้ำที่โรงแรม ซึ่งก็นับว่าเป็นความอดกลั้นที่ เยี่ยมยอดเพราะการเดินทางจริงใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง เมื่อเริ่มออกเดินทาง อากาศยามบ่ายร้อนระอุ เห็น เปลวแดดเต้นระริกอยู่บนพื้นถนนเบื้องหน้าหา หากแต่สองข้าง ยังเขียวชอุ่มด้วยไม่ใหญ่ และพืชพันธุ์ในไร่นา ด้วยเป็นเวลา หลังอาหารกลางวัน ส่วนใหญ่ในคณะของเราใช้เวลาให้หมด ไปกับการปิดเปลือกตาบ้างอาจเป็นเพราะง่วง แต่บางคนปิด เปลือกตาเพราะกำลังเปิดใจให้สว่างใส การเดินทางมา นมัสการสังเวชนิยสถานพิเศษกว่าการเดินทางท่องเที่ยว ทั่วไปก็ตรงนี้เอง ที่มีศรัทธาหล่อเลี้ยง มีบุญให้ระลึกถึง มี เรื่องราวของมหาบุรุษให้ฟังตลอดการเดินทาง ตะวันเริ่มยอแสงแล้ว รถบัสของเราวิ่งผ่านไร่นา และหมู่บ้านมาหลายแห่ง เวลาผ่านไปเกือบ 4 ชั่วโมง คุณวิไลไกด์ผู้น่ารักของเราก็แจ้งว่าเดี๋ยวเราจะได้แวะเข้า ห้องน้ำกัน เธอย้ำว่าห้องน้ำจริงๆ นะ นับว่าเป็นข่าวดีที่ ท่า ให้ทุกคนมีสีหน้าแจ่มใสขึ้นทันที ว่าแล้วรถก็จอดหน้า โรงแรมแห่งหนึ่ง ผู้เขียนเป็นคนแรกที่กระโจนลงจากรถ วิ่งเข้าไปในโรงแรมก่อนใคร หยุดยืนอยู่กลางล้อบบี้ หันซ้าย ทีขวาที ด้วยสัญชาติญาณและกลิ่นทำให้มั่นใจว่าห้องน้ำ ต้องอยู่ซ้ายมือแน่นอน แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ห้องน้ำ สะอาดใช้ใต้ แน่นอนที่สุดดีกว่าห้องน้ำกลางทุ่งเป็นไหนๆ ขณะคอยคณะของเราเข้าห้องน้ำอยู่นั้น ผู้เขียน มีโอกาสเดินสำรวจด้านหน้าโรงแรม เห็นทางเช้าเขาขุด เป็นร่องขนาดใหญ่ แล้วใช้ท่อกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ ๕ นิ้ว เรียงพาดตามแนวขวางถนน แต่ละท่อ ห่างกันประมาณ ๓-๔ นิ้ว พอให้เท้าคนวางพาดจากท่อหนึ่ง ไปอีกท่อหนึ่งได้ตามจังหวะก้าวเท้า เห็นแล้วว่า ให้อยากรู้ ว่าเขาทำ ไว้เพื่ออะไร ชี้ให้คุณสมใจ เธอผู้มีประสบการณ์ ท่องโลกมาหลายประเทศบอกว่า “คิดว่าคงทำไว้กันไม่ให้ วัวเดินเข้าไปในโรงแรม เพราะที่นิวซีแลนด์ก็ทำอย่างนี้ เหมือนกัน แต่ความห่างของแต่ละท่อเล็กกว่า เขาเอาไว้ กันแกะ” อือม์ ! เห็นจะจริง เพราะถ้าวัวขึ้นเดินเช้ามา กีบเท้าของมันต้องตกลงไประหว่างความห่างของท่อแน่นอน วัวคงไม่ชอบโรงแรมนี้แน่ ถามคุณวิไลว่าโรงแรมนี้ชื่อโรงแรมอะไร ทำไม ใจดีให้เรามาใช้ห้องน้ำได้ คุณวิไลเลือกตอบคำถามหลัง ก่อนว่า เป็นโรงแรมที่บริษัททัวร์เคยพาคณะมาพักเป็น ประจำ รู้จักกันดี ส่วนคำถามแรกที่ว่าโรงแรมนี้ชื่ออะไร คำตอบที่ได้ทำให้ผู้เขียนอึ้งไปเลย “โรงแรมสิทธัตถะค่ะ" หา คุณวิไลตอบด้วยชื่อเดิม ทำไมนะชื่อตั้งร้อยตั้งพันไม่เลือก ทำไมต้องใช้ชื่อนี้ด้วย ถ้าทำ ได้อยากไปบอกให้ผู้บริหาร โรงแรมว่าเปลี่ยนชื่อใหม่เถอะ ขอร้อง! แต่ยังไงก็ยังนับว่า โชคดีที่เราไม่ต้องมาพักโรงแรมแห่งนี้ให้อึดอัดใจทุกครั้งที่ ต้องเอ่ยชื่อโรงแรม รู้สึกถึงความไม่ควรอยู่ตลอดเวลา ส่งตรงข้ามโรงแรมเป็นหมู่บ้านชาวอินเดีย มี ชาวบ้านออกมายืนลูพวกเรา ชี้ชวนให้กันดูแล้วลงยิ้มแสดง กัลยาณมิตร มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕ | 967
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More