ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อท่านให้ศีลให้พร เป็นที่ปลื้มใจแทน
ไมตรีที่โยมหยิบยื่น
หลังจากสาธุชนกลับบ้าน หลวงพ่อให้สามเณร
ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย ทุกรูปต่างตั้งใจกันอย่างเต็มที่
แม้ตลอดวันที่ผ่านมา จะเหน็ดเหนื่อยหนักหนาเพียง
ไหนก็ตาม
ได้เวลาตื่น สามเณรแบ่งเป็นสองสาย ซ้ายกับ
ขวา สะพายบาตรเหล็กใบเขื่องขึ้นบ่า ออกบิณฑบาต
โปรดสาธุชน
- บางรูปออก
๑๖ นาทีถัดมา
ภาพคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ใน
หมู่บ้าน ก็เป็นเพียงภาพ
แห่งความหลังที่ยาก
ลืมเลือน
ดั่งนกน้อยเปียม
อิสระ ที่สามารถโผบินไป
สุดฟ้าไกลไร้กังวล มีเพียง
ปีกและขนเป็นภาระ
ทว่า หากเป็นนก
ที่ทนๆ หน่อยจะเป็นการ
(ที่สุด)
วันที่ ๒-๓-๔-๕-๖
เริ่มต้นขึ้นบนทางหลวง อากาศดุดันมากกว่าเมื่อวาน
บางรูปออกอาการปวดไหล่ บางรูปขาแพลง บางรูปสูญเสีย
ปลาสเตอร์ปิดแผลไปเกือบครึ่งโหล บางรูปเท้าพอง บางรูป
รองเท้าฉีกขาด จำต้องต่อกรกับยางมะตอย ๒ ต่อสอง
บางรูปผิวแตก และทุกรูปผิวเข้มเกินจำเป็น
อย่างไรก็ตาม การเดินทางยังดำเนินต่อไปไม่
หยุดยั้ง คณะหยุดพักเพียง ๑๐ นาที ที่ศาลาริมทางทุกๆ
๕,๐๐๐ เมตร และพัก ๑ ชั่วโมงเต็ม ในช่วงร้อนสุดของวัน
- เมื่อเดินผ่านตามแหล่งชุมชน ก็ทำให้รู้ว่า เมือง
ข้าพเจ้าแทบไม่เชื่อว่าบาตรใหญ่เท่าลูก
บาสเกตบอล ยังล้นแล้วล้นอีกด้วยอาหาร
คาวหวาน
เมื่อบิณฑบาตเสร็จ ทุกรูปก็น่า
ภัตตาหารที่ได้มาทั้งหมดรวมกันในถาด นั่ง
เรียงแถว แล้วส่งต่อตามลำดับภันเต
อาวุโส(ผู้เจริญ-ผู้มีอายุ)
หลวงพ่อท่านบอกเคี้ยวให้ละเอียด
ฉันช้าๆ ฉันนานๆ จะได้ฉันได้เยอะๆ เพราะ
ต่อแต่นี้ไปเราจะฉันกันมื้อเดียวเท่านั้น!
พวกเรามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ความ
รู้สึกอย่างไรหนอ ที่รออยู่ตอน 5 โมงเย็น
ฉันเสร็จปับ มีเวลาล้างบาตร เก็บ
สัมภาระข้าวของ ๑๔ นาที
ไทยไม่ร้อนและแล้งอย่างที่คิด
๗๖
รสชาณโส มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖