ข้อความต้นฉบับในหน้า
ส
ไนวนจีน : เสยาเหลียงจือ
ปัญญาของลาด่า
ก
าลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองกุ้ยโจวซึ่ง
เป็นเมืองที่ไม่เคยมีสัตว์อยู่ชนิดหนึ่งที่เรา
เรียกกันว่า ลา และชาวเมืองกุ้ยโจวเองต่างคนต่างก็ไม่
เคยเห็นกันว่า ลามีลักษณะรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร
จึงทำให้ไม่มีใครรู้จักลาเลย
วันหนึ่ง มีชายคนหนึ่งเดินทางไปต่างเมือง
ขากลับเขาก็ได้นำเอา “ลา” กลับมาที่เมืองกุ้ยโจวด้วย
แต่เขาไม่กล้าเอาลาเข้าไปในเมืองจึงปล่อยมันไว้ที่เชิง
เขาใกล้ๆ กับตัวเมืองกุ้ยโจว
ตามเชิงเขานี้เอง มีสัตว์อยู่หลายชนิด และใน
บรรดาสัตว์ทั้งหลาย เสือมักจะออกมาให้เห็นบ่อยๆ ใน
วันนั้นเอง ก็มีเสือออกมา เมื่อเสือเห็นลาเข้า รู้สึกกลัว
เพราะความที่ไม่เคยเห็นลามาก่อน จึงทำให้มันไม่กล้าเข้า
ไปใกล้ลา และเมื่อใดที่ลาส่งเสียงร้อง เสือจะตกใจรีบวิ่ง
หนีไปให้ไกลจากลา แรกๆ ลาเองก็รู้สึกกลัวเสือ แต่พอ
เห็นเสือวิ่งหนีมันแล้ว มันคิดว่าเสือในเมืองนี้คงจะไม่
รู้จักว่ามันเป็นเพียงลาธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้นเอง
อง หาก
๖๐๔ 1 กัลยาณนิดๆ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔
จะเทียบกับเสือแล้ว ฉะนั้นมันจะต้องไม่ถูกเสือจับกิน
อยางแน่นอน
จนวันเวลาผ่านไปนานวันเข้า เสือเสาสังเกตลู
พฤติกรรมต่างๆ ของลา และเริ่มเคยชินกับเสียงของลา
จนไม่รู้สักกลัวลาอีกต่อไป ในที่สุดวันหนึ่งเสื่อก็ค่อยๆ
เดินเข้ามาใกล้ลาและแกล้งเบียดกระทบเพื่อดูว่าลาจะ
ทําอย่างไรกับมัน เจ้าลารู้สึกโกรธเสือมากจึงทำท่ายกขา
ขึ้นเตะเสือ เสือจึงรู้ความจริงว่า ลานั้นแม้รูปร่างจะ
ใหญ่โตก็จริง แต่ปัญญาของลามีเพียงเท่านี้เอง เสือจึง
จับลากินเป็นอาหาร
“ปัญญาของลาดา” เป็นคำพังเพยเปรียบเทียบ
การลบหลู่ดูหมิ่นผู้ที่ด้อยความรู้ความสามารถ ขณะเดียว
กันเป็นการชี้ให้เห็นว่า การแสดงออกในหลายๆ อย่าง
นั้นเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงระดับสดีปัญญาอยู่ในตัว เหมือนกับ
ที่เรามักจะเปรียบเทียบกันว่า หากเราอยากรู้ว่าใครเป็น
อย่างไร ให้สังเกตดูที่คำพูด และการกระทำของเขาได้