ชีวิตประจำวันของเด็กวัด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 6 หน้า 45
หน้าที่ 45 / 116

สรุปเนื้อหา

กวาดและถูพื้นไม้กระดานแข็งขนาดใหญ่ ลานวัด และขั้นบันไดเจดีย์ เพราะว่า ญาติโยมที่มาทำบุญทุกคน ต้องถอดรองเท้าเดิน เด็กวัดต้องตักน้ำให้พระ ผู้ใหญ่ดื่มและสรงน้ำ เวลาพระออกบิณฑบาต เด็กวัดสองคนก็จะต้องหามไม้คาน ที่ปลายสองด้านมีกระจาดมีฝาปิดคอยรับอาหารที่ล้นบาตร เวลาพระฉัน ก็ ต้องนั่งรอรับใช้อยู่ใกล้ๆ รอจนท่านฉันเสร็จ เมื่อเด็กวัดทุกคนกินอาหารเสร็จแล้ว จากนั้น ก็ถึงเวลาเรียนหนังสือ อ่านเขียน ทำโจทย์เลขง่ายๆ ทองศีลและธรรมะเป็นตอนๆ ตะโกนแข่งกันท่อง จนสุดเสียง เด็กๆ เลียนเสียงลึกๆ ของพระอาจารย์ ทองวลีต่อวลี จนหมดวัน พอตกค่ำ ทุกคนกลับไปกินข้าวเย็นที่บ้าน เพราะพระไม่ฉันมื้อเย็น กลับมาใหม่ ตอนพระอาทิตย์ตกดิน ทองสิ่งที่เรียนเมื่อตอนกลางวันและที่เรียนเมื่อหลายวัน ก่อนรวมกันทีเดียว ตกกลางคืน สวดมนต์พร้อมกัน

หัวข้อประเด็น

- ชีวิตประจำวันของเด็กวัด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กวาดและถูพื้นไม้กระดานแข็งขนาดใหญ่ ลานวัด และขั้นบันไดเจดีย์ เพราะว่า ญาติโยมที่มาทำบุญทุกคน ต้องถอดรองเท้าเดิน เด็กวัดต้องตักน้ำให้พระ ผู้ใหญ่ดื่มและสรงน้ำ เวลาพระออกบิณฑบาต เด็กวัดสองคนก็จะต้องหามไม้คาน ที่ปลายสองด้านมีกระจาดมีฝาปิดคอยรับอาหารที่ล้นบาตร เวลาพระฉัน ก็ ต้องนั่งรอรับใช้อยู่ใกล้ๆ รอจนท่านฉันเสร็จ เมื่อเด็กวัดทุกคนกินอาหารเสร็จแล้ว จากนั้น ก็ถึงเวลาเรียนหนังสือ อ่านเขียน ทำโจทย์เลขง่ายๆ ทองศีลและธรรมะเป็นตอนๆ ตะโกนแข่งกันท่อง จนสุดเสียง เด็กๆ เลียนเสียงลึกๆ ของพระอาจารย์ ทองวลีต่อวลี จนหมดวัน พอตกค่ำ ทุกคนกลับไปกินข้าวเย็นที่บ้าน เพราะพระไม่ฉันมื้อเย็น กลับมาใหม่ ตอนพระอาทิตย์ตกดิน ทองสิ่งที่เรียนเมื่อตอนกลางวันและที่เรียนเมื่อหลายวัน ก่อนรวมกันทีเดียว ตกกลางคืน สวดมนต์พร้อมกัน เข้านอนที่วัด แล้วลุกขึ้น มาก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเป็นอย่างนี้ทุกวัน อยู่วัดนานๆ เข้า เจ๋งเติบโตสูงใหญ่กว่าคนอื่นๆ ทั้งๆ ที่มีงานที่ต้อง ทำให้เสร็จรายวันยาวเหยียด แต่เจ๋งอาศัยความได้เปรียบของร่างกายทั้งสูงกว่า และแข็งแรงกว่า ทำงานได้มาก เวลาเรียน ความจำก็ดีมาก ห้องเรียนในวัดหรือ ยอง ไม่เหมือนห้องเรียนแบบยุโรปที่มีโต๊ะเก้าอี้พร้อม เด็กหนึ่งคนต่อโต๊ะเก้าอี้ หนึ่งชุดอะไรอย่างนั้น แล้วก็ความเงียบในห้อง ยกเว้นเสียงครูหรือนักเรียนลัก หนึ่งคนพูด นี่เป็นโรงเรียนฝรั่งที่เพิ่งมีในย่างกุ้งสมัยนั้น แต่ในโรงเรียนวัดทั่วไป เด็กผู้ชายเรียนหนังสือรวมกันในห้องใหญ่ห้องเดียวกันทุกคนทุกวัยและทุกขั้น แต่ละคน จะมีกระดานชนวนหรือหนังสือวางอยู่บนพื้นข้างหน้า นั่งหมอบเรียน บนพื้นข้างๆ เพื่อน ก้มตัวลงเขียนอ่านแล้วก็ตะโกนท่องทุกสิ่งทุกอย่างที่พระ อาจารย์บอกให้ท่อง เสียงของเจ๋งดังกว่าใครๆ จนกลบเสียงของคู่แข่ง เจ๋งนั่ง เอาศอกและเข่าขย่มตัวถอยหน้าถอยหลังเข้าจังหวะท่องและสวด พลางยกขา ให้สูงที่สุดเท่าที่จะกล้ายกทำท่าเตะต่อยลมๆ แล้งๆ ข่มขวัญคู่แข่ง ตะโกนท่องผิดๆ เพื่อให้พระอาจารย์ที่นั่งฟังอยู่ปลายห้องแยกไม่ออกว่าเสียงใครต่อเลี้ยงใคร ทำให้คู่แข่งของเจ๋งต้องโดนดุ และถูกลงโทษ วิธีทำโทษของพระอาจารย์ ถึง แม้จะรุนแรงแต่ก็น่าขำมากกว่า เด็กผู้ชายจอมขี้เกียจทั้งหลาย จะต้องเอามือสองข้างไขว้หน้าอกแล้ว เอานิ้วมือของมือตรงกันข้ามจับหูของตัวเองไว้ แล้วต้องนั่ง ลุกขึ้นยืน แล้วก็ นั่งลงใหม่ ยืนสดับนั่งอย่างนี้ไปเรื่อยๆ มีเด็กอีกคนหนึ่ง ซึ่งมักจะเป็นเด็กดีที่ ไม่ถูกลงโทษมายืนร้องเพลงประสานเสียงร่วมกับนักเรียนที่ถูกลงโทษพร้อมกันว่า “ตา-เต่ง ตา-เต่ง” แปลว่า ยืน-นั่ง ยืน-นั่ง หรือถ้าพระอาจารย์อยากล้อเล่น ก็ จะให้เด็กชนเอาเด็กดีแบกหลังแล้ววิ่งแข่งกันในสวน แต่คนที่ไม่เชื่อฟังคำสอน ของครูบาอาจารย์และมีนิสัยไม่ซื่อตรง จะต้องถูกเฆี่ยนอย่างหนักเพราะถือว่า ท่าผิดศีลธรรมและมีหน้าที่ที่ต้องอบรมเด็กให้เป็นคนดี พ่อแม่เด็กได้อนุญาต พระอาจารย์ตอนส่งมอบลูกให้มาเข้าโรงเรียนวัดไว้แล้วว่า “โซ ยิน นา นา เยก ปา" แปลว่า ถ้ามันซน ก็ดีมันแรงๆ เลยท่าน 3 () กัลยาณมดร มิถนายน พ.ศ. ๒๕๒๕๔๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More