ข้อความต้นฉบับในหน้า
กลับบ้านจึงหมดไปจากใจ เพราะอยากมาเที่ยววัด
พระธรรมกาย ส่วนน้องอาร์มก็ตั้งใจฟิกโดยไม่ปริปากบ่น
ลักค่า ทั้งคุณพ่อคุณแม่และพระอาจารย์ก็เป็นห่วง เกรงว่า
จะไปไม่ไหว แต่ก็ทำตามระเบียบวินัยได้เป็นอย่างดี
ทำให้ได้รับคัดเลือก เป็นนาคยุวธรรมทายาท หนึ่งในห้า
ผู้ได้รับผ้าไตรคุณธรรมจากท่านนายอำเภอ
ในวันบวชน้ำตาเย็นแห่งความปลื้มปีติของโยมพ่อ
โยมแม่ ก็ได้รินหลั่งอาบแก้มโดยไม่ได้เจตนา เพราะได้
เห็นชายผ้าเหลืองของลูกเณร ซึ่ง
ไม่น่าเชื่อว่าลูกชายตัวเล็กๆ จะ
สามารถฝึกฝนตนเอง มาเป็น
สมณะน้อยพุทธบุตร ให้ได้กราบ
อย่างสนิทใจอย่างนี้ และที่สำคัญ
ยิ่งไปกว่านั้นคือ สามเณรยังมีผล
การปฏิบัติธรรมเป็นเยี่ยม คือ
สามารถนั่งสมาธินึกดวงแก้ว
และองค์พระได้ชัดใสสว่างเหมือน
พระจันทร์วันเพ็ญ
"ผมนั่งสมาธิแล้วมีความ
สุขมากครับ เพราะในกลางท้อง
มีดวงแก้วและองค์พระเยอะแยะ
ก็ยังไม่ลบเลือนไปจากทำเนียบของสามเณรน้อยอรหันต์
ผู้ทรงอภิญญา
ใครจะรู้ว่า หนูน้อยบัณฑิตคนนี้แหละ คืออดีต
มหาทุคคตะผู้แสนยากไร้ที่เกิดในสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า
เนื่องจากมีกัลยาณมิตรมาชักชวนให้ถวายทานกับภิกษุสงฆ์
สักรูปหนึ่งจะได้ไม่ต้องยากจนข้ามชาติ เขาจึงแสวงหา
ภัตตาหารมาเลี้ยงพระ ๑ รูป พอรุ่งเช้าหาพระที่จะมาเป็น
เนื้อนาบุญไม่ได้ เพราะเพื่อนลืมนิมนต์พระไว้ให้ แต่อาศัย
ผมนั่งสมาธิแก้วมีความสุขมาก
ครับ เพราะในกลางท้องมีดวง
แก้ว
และองค์พระเยอะแยะ
มากมาย ผมอยากรู้ว่าองค์
ทระองค์สุดท้ายเป้นอย่างไร้ก้าง
ยังนับไม่สดชกที ผมบวชครั้งนี้
มหากรุณาของพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้า ทำให้มหาทุคคตะได้ทำบุญ
ใหญ่ ด้วยจิตที่เลื่อมใสถวายทาน
กับพระพุทธเจ้าแม้เพียงครั้งเดียว
ได้ส่งผลให้เขาไปบังเกิดในสวรรค์
มีวิมานสว่างไสว เสวยทิพยสมบัติ
ถึง ๑ พุทธันดร
๑
พอมายุคสมัยของพระ-
พุทธเจ้าของเรา มหาทุคคตะมา
บังเกิดเป็นลูกเศรษฐี ได้นามกร
เทออยากตอบ ทนพระคุณของ
พ่อแม่ครับ
จากพระสารีบุตรว่า บัณฑิต เธอ
อายุได้เพียง ๗ ขวบเท่านั้น ก็
ปรารภกับพ่อแม่ว่าจะบวช หมู่
มากมาย ผมอยากรู้ว่าองค์พระองค์สุดท้ายเป็นอย่างไรบ้าง
ยังนับไม่สุดชักที ผมบวชครั้งนี้เพื่ออยากตอบแทน
พระคุณของพ่อแม่ครับ” น้ำเสียงที่แจ่มใสชัดถ้อยชัดคำ
ของสามเณรที่ให้สัมภาษณ์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บ่งบอกถึง
จิตใจที่ใสบริสุทธิ์ยังไม่มีมลทินโลกเช้ามาเกาะเป็นสนิมในใจ
ทำให้ผู้เขียนนึกถึงพุทธพจน์บทหนึ่งว่า
โย หเว ทหโร ภิกฺขุ ยุญฺชติ พุทฺธสาสเน
โสม์ โลก์ ปภาเสติ
อนุภา มุตโตว จนฺทิมา
ถึงแม้จะเป็นเพียงเด็กหนุ่ม แต่ถ้าฝึกฝนใจในทางพระพุทธ
ศาสนา ก็สามารถที่จะส่องโลกนี้ให้สว่าง เหมือน
หระจันทร์หันจากเมฆหมอกส่องโลกนี้ให้สว่างไสวได้ฉะนั้น
ส่วนในพระไตรปิฎกได้บันทึกเรื่องราวของ
สามเณรอรหันต์รูปหนึ่ง ผู้รักในการฝึกฝนอบรมตนเอง
สามารถเอาธรรมชาติมาขบคิดเป็นธรรมะสอนตนเองได้
แม้เวลาผ่านไปกว่าสองพันห้าร้อยปี ชื่อบัณฑิตสามเณร
ญาติเห็นความตั้งใจดีเช่นนั้น ก็ไม่กล้าชัดศรัทธา เพราะ
ทั้งครอบครัวก็มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว
จึงน่าไปขอบวชกับพระสารีบุตรเถระ
พระเถระถามว่า “อายุแค่นี้ จะไหวรี เป็นสามเณร
อยากได้ของร้อนก็ได้ของเย็น อยากได้ของเย็นก็ได้ของร้อน
ไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่เป็นฆราวาส มีหมอนไม้ใช้หนุน
แล้วหนูจะทนไหวหรือ"
หนูน้อยก็เรียนว่า “จะทำตามที่พระอาจารย์
แนะน่าพร่ำสอนทุกอย่างครับ” ความเด็ดเดี่ยวของหนูน้อย
ผู้มีบุญ ทำให้พระอาจารย์มิอาจที่จะปฏิเสธ เพราะความคิด
อันยิ่งใหญ่เช่นนี้ แม้เทวดาก็อนุโมทนา !!
เมื่อบวชแล้ว ก็ตั้งใจฟิกฝนตนเองอย่างเต็มที่
ฟักตัวอยู่ในวัดได้ ๗ วัน เห็นว่ากิริยามารยาทน่าเลื่อมใส
พอสมควรแล้ว พระอุปัชฌาย์ก็พาออกบิณฑบาต ใน
ระหว่างทางสามเณรบัณฑิตสังเกตเห็นชาวนากำลังไขน้ำ
แแแมคา มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๗ ๓๓