ข้อความต้นฉบับในหน้า
จากพืจตาใบที่สุดก็มาถึงจนได้ วัดสมอราย (ชื่อดั้งเดิมของวัดโขา) สร้างขึ้นแน่นอนเมื่อใด ไม่มีคโหโบ
ใกโเป็นผู้สร้างก็ไม่มีไกโด้ แต่เท่าที่รับกันมาได้ ประวัติของวัดนี้เริ่มมีบันทึกใบสมัขโตนโกสินทร์ตอนต้นนี้แหละ
วัดสมอราชเป็นวัดอยู่นอกตัวเมืองขึ้นใน มีลักษณะเป็นป่าใหญ่คืบ เต็มไปด้วยฝูงลังอาศัยอยู่มาก คือเป็นวัดป่ายสมถะ
คือห้ามมิให่มลูกศิษย์วัด เวลาเข้าหลังกลับจากปีผฑบาต แล้ว พระทุกรูปจะนำอาหารมาเฉลี่ยกับ แล้วจึงฉัน
ฉันเสร็จต่างก็แบกบ้านไปว่าเพลุสมผธโโบได้ไปไม่อย่างเกงกโด ด้วยเพราะมีประเทศที่ห้ามมิให้ในต้นไม้ใหญ่ลง
"ได้เพียงกวาดลานวัดให้สะอาดเท่านั้น จึงให้วัดนี้คงสภาพป่าใหญ่ทับห่มโนเหมาะแก่กาโปรตี โโมจริงๆ
และเริ่มมาเป็น รู้จักกันอย่างกว้างขวาง เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (โชการที่ ๒)
หนึ่งนบวชแล้ว ได้มาประทับอยู่หวัดนี้ เนื่องจากทรงเลื่อมใสในข้อวัดโปฏิบัติของพระปลกพิศาลเถระ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส
ทำให้พระบโมวงศานุวงศ์ เจ้าบายขึ้นงูใหญ่อีกหลายพระองค์ ก็ได้มายบวชหรือประทับดิบเพื่อเจริญสปผธโโม
พระบโม[ปของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประดิษฐานอยู่ภายในพระจุไปสถ
แต่ที่ทำให้วัดนี้รู้จักกับอย่างแพโหลาบมากที่สุด ก็คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (โชกาลที่ ๔)
หลังจากที่พระองค์ทรงยนวชที่วัดพระศ?โตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) แล้ว พระองค์หนึ่งมาประทับที่วัดมหาธาตุ
เพื่อศึกษาพระป?ชติธโโมจบแตกฉาบและเขียวขาลุ!
ยลจากที่ทรงศึกษาอย่างทั่วถึงจริงจัง ทำให้พระองค์ต้องการ
กาโป๊ปฟูขอวัดโปฏิบัติของคณะสงฆ์ให้กโกโคและงดงาม
ซึ่งก่อตั้งคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย หรือเรียกขึ้นๆ ว่าธรรมบุต ขับที่วัดสมอรายแห่งนี้
และเนื่องจากทรงเล็งเห็นว่า วัดสมอโดยได้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตโบถึง ๒ พระองค์ คือ
สมเด็จพระบโมชนกนาถ (โชกาลที่ ๒) และพระองค์เอง จึงได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า "วัดราชาธิวาส"
ส้นโชสมัยของพระองค์แล้ว วัดราชาธิวาส ก็เอื้อมไหโมลงเป็นอันมาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(โจกาลที่ ๔) และสมเด็จพระเจ้าบโมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ผู้หญิงเป็นสถาปนึกพระทัย หรืออีกนัยหนึ่ง
สถาปนึกเอกแห่งกรุงโคนไกสินทร์ ก็ทโงมาบูโตะปฏิสังขโวัดราชาธิวาส ให้งดงามโดดเด่นเป็นสง่าพระศาสนา
งมีศิลปกรรมที่หโงกผค่าดังนี้
ตั้งหากมีคว มิถุนายน พ.ศ. ๒๕^1 ๖๕