เมืองเย และวัฒนธรรมท้องถิ่น วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 6 หน้า 43
หน้าที่ 43 / 116

สรุปเนื้อหา

สวนเต็มไปด้วยกระท่อมไม้ไผ่ และต้นไม้ที่กิ่งก้านห้อยย้อยดกด้วยผลไม้ น้ำใน ลำธารใสไหลรินน่าลงว่าย หรือจะลงไปยังปลายลำธารสู่ โนเล วา ปากน้ำออก ทะเลก็ได้ มีหอยนางรมและปลาทะเลตัวอ้วนๆ หาดทรายมีเจดีย์บนเนินดินสูง มั่นคง เปลือกหอยเกลื่อนกล่นตามชายหาด รถไฟไปเมืองเย ขึ้นมาจากมะละแหม่ง และเรือยนต์พาไปชมสวนหรือทะเลได้ภายในสองชั่วโมง วัยรุ่นเมืองเย รักการอ่าน มีนิตยสารดีด็อค (06/0^) และชุดนักสืบภาษาอังกฤษที่มีคนเอาติดใส่กระเป๋า มาให้จากย่างกุ้ง ได้หนังสือมาแล้ว ก็พากันทอดร่างนอนอ่านบนชานเรือนที่ทำ ด้วยไม้ไผ่ทอดตัวลงเหนือสายน้ำ ในขณะที่คนเฒ่าคนแก่และป้าน้าอา มั่งคุยกัน ไปข้างๆ คอยมองดูเด็กๆ ด้วยสายตาชื่นชมลูกหลาน ไม่มีใครมีโอกาสเที่ยวเตร่ ในที่ที่สว่างไสวด้วยแสงสีนีออน เพราะเมืองเย มีแต่สวนผลไม้ ลำธารและ

หัวข้อประเด็น

- เมืองเย และวัฒนธรรมท้องถิ่น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สวนเต็มไปด้วยกระท่อมไม้ไผ่ และต้นไม้ที่กิ่งก้านห้อยย้อยดกด้วยผลไม้ น้ำใน ลำธารใสไหลรินน่าลงว่าย หรือจะลงไปยังปลายลำธารสู่ โนเล วา ปากน้ำออก ทะเลก็ได้ มีหอยนางรมและปลาทะเลตัวอ้วนๆ หาดทรายมีเจดีย์บนเนินดินสูง มั่นคง เปลือกหอยเกลื่อนกล่นตามชายหาด รถไฟไปเมืองเย ขึ้นมาจากมะละแหม่ง และเรือยนต์พาไปชมสวนหรือทะเลได้ภายในสองชั่วโมง วัยรุ่นเมืองเย รักการอ่าน มีนิตยสารดีด็อค (06/0^) และชุดนักสืบภาษาอังกฤษที่มีคนเอาติดใส่กระเป๋า มาให้จากย่างกุ้ง ได้หนังสือมาแล้ว ก็พากันทอดร่างนอนอ่านบนชานเรือนที่ทำ ด้วยไม้ไผ่ทอดตัวลงเหนือสายน้ำ ในขณะที่คนเฒ่าคนแก่และป้าน้าอา มั่งคุยกัน ไปข้างๆ คอยมองดูเด็กๆ ด้วยสายตาชื่นชมลูกหลาน ไม่มีใครมีโอกาสเที่ยวเตร่ ในที่ที่สว่างไสวด้วยแสงสีนีออน เพราะเมืองเย มีแต่สวนผลไม้ ลำธารและทะเล สองฟากส่ง บรรพบุรุษของชาวเมืองเย เป็นคนมอญ ที่เดินทางมาจากทางทิศ- ตะวันออกของทิเบต เข้ามาอาศัยอยู่ ในพม่าก่อนศตวรรษที่ ๕ แผ่ขยาย ตามชายส่งเทือกเขาตะนาวศรี สร้าง อาณาจักรที่ท่าถอน คนเหล่านี้ เรียก กันว่า ตะเลง ซึ่งอาจจะหมายถึง สถานที่แห่งหนึ่งในอินเดียชื่อ ตะลิง ดนะ ตั้งอยู่บนส่งมัทราส มาศึกษา และนับถือศาสนา ปะปนกับสายเลือด- ดราวิเตียน จนกระทั่ง ตะเลงปัจจุบัน มีผิวคล้ำกว่าเพื่อนบ้าน คือ ไทยใหญ่ และกะเหรี่ยง ภาษาที่พูดเป้นภาษาตะเลง ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองที่ไม่ใช่ภาษาพม่า และไม่พูดกันทีอื่นใดในพม่าอีกแล้ว เมืองเย ตกอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ ๕๔ ปี หมู่บ้านทางภาคใต้ของพม่าไม่ค่อยจะมีอะไรแตกต่างกันมากนัก แต่คน เมืองเยจะได้ยินเรื่องน่าตื่นเต้นมาจากเมืองใหญ่กว่าอยู่เสมอ อย่างเมืองมะละแหม่ง และย่างกุ้ง ว่าคนที่มั่น แต่งตัวตามสมัยนิยม มีเงินทองร่ำรวย พูดเขียนภาษา อังกฤษได้ และทำงานมีเกียรติ เป็นข้าราชการตามเมืองต่างๆ ส่วนคนเฒ่าคนแก่ เมืองเยที่มีนาข้าว ทำไร่ปลูกผัก มีสวนผลไม้ก็ถือว่ารวยที่สุดแล้ว ไม่จำเป็น งไปเที่ยวที่ไหนอีก ตอง เจ๋ง กำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเด็ก ต้องอยู่กับแม่และน้องชายอีก ๓ คน และน้องสาวอีก ๒ คน เขาเป็นลูกชายคนโต เหมือนกับเด็กผู้ชายทั่วไปในหมู่บ้าน พออายุได้ ๘-๗ ขวบ หลังจากที่ใช้ชีวิตสนุกสนานตามประสาเด็กชนแล้ว คือ เล่นทั้งวัน ว่ายน้ำในลำธาร เที่ยวเล่นไปมาตามถนนในหมู่บ้าน จะหยุดก็ต่อ เมื่อหิวหรือเหนื่อยจนหมดแรงเท่านั้น พอตกกลางคืน ก็จะขอร้องคนที่โตกว่า กัลยาณ หว มิถุนายน พ.ศ. ๒*** CO
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More