นิทานเกี่ยวกับลมหนาว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 11 หน้า 29
หน้าที่ 29 / 133

สรุปเนื้อหา

หรือหาดใหญ่เป็นต้น หลาย ๆ ครอบ ครัวไม่มีเงินซื้อเสื้อกันหนาว ซื้อผ้าห่ม อย่างเรา ต้องนั่งผิงไฟตอนกลางคืน เด็ก ๆ บางคนเผลอหลับล้มลงไปถูก ไฟลวกเอาแทบตายก็มี น่าสงสารมาก เลยค่ะ ถ้าหลานคนไหนมีเสื้อผ้าพอจะ แบ่งปันกันได้ก็เก็บรวบรวม แล้วส่ง ไปช่วยพี่น้องร่วมชาติของเราที่ขาด แคลนด้วยนะคะ หลาน ๆ จะได้บุญ ได้กุศลมากทีเดียวค่ะ สำหรับนิทานที่น้าอึดจะเล่าให้ฟัง ในวันนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับลมหนาวเช่น กันหลาน ๆ เชื่อไหมคะว่า ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุชรา ๒ รูป อุตส่าห์บุกป่า ฝ่าดง เดินทางเป็นเวลาแรมเดือนมา เฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อให้พระองค์ ทรงตัดสินเรื่องที่ตนเถียงกันไม่มี ใครยอมแพ้ ในหัวข้อที่ว่า ข้างขึ้นหรือ ข้างแรมกันแน่ที่อากาศหนาว ดูซิคะ เรื่องเพียงเท่านี้ก็ไม่ยอมลงให้กัน ไม่ยอมยุติ แต่พระพุทธองค์

หัวข้อประเด็น

- นิทานเกี่ยวกับลมหนาว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒๖ หรือหาดใหญ่เป็นต้น หลาย ๆ ครอบ ครัวไม่มีเงินซื้อเสื้อกันหนาว ซื้อผ้าห่ม อย่างเรา ต้องนั่งผิงไฟตอนกลางคืน เด็ก ๆ บางคนเผลอหลับล้มลงไปถูก ไฟลวกเอาแทบตายก็มี น่าสงสารมาก เลยค่ะ ถ้าหลานคนไหนมีเสื้อผ้าพอจะ แบ่งปันกันได้ก็เก็บรวบรวม แล้วส่ง ไปช่วยพี่น้องร่วมชาติของเราที่ขาด แคลนด้วยนะคะ หลาน ๆ จะได้บุญ ได้กุศลมากทีเดียวค่ะ สำหรับนิทานที่น้าอึดจะเล่าให้ฟัง ในวันนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับลมหนาวเช่น กันหลาน ๆ เชื่อไหมคะว่า ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุชรา ๒ รูป อุตส่าห์บุกป่า ฝ่าดง เดินทางเป็นเวลาแรมเดือนมา เฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อให้พระองค์ ทรงตัดสินเรื่องที่ตนเถียงกันไม่มี ใครยอมแพ้ ในหัวข้อที่ว่า ข้างขึ้นหรือ ข้างแรมกันแน่ที่อากาศหนาว ดูซิคะ เรื่องเพียงเท่านี้ก็ไม่ยอมลงให้กัน ไม่ยอมยุติ แต่พระพุทธองค์ก็ทรงมีพระ เมตตาอย่างยิ่งทีเดียว ทรงช่วยตัดสินให้ ว่าเรื่องที่เถียงกันอยู่น่ะ ไม่มีใครถูก เลยทั้งคู่ แล้วปัญหานี้ เมื่อชาติก่อน โน้นพระองค์ก็เคยทรงตอบให้ไปครั้ง หนึ่งแล้ว แต่ทั้งสองจำไม่ได้ ชาติ นี้จึงได้ย้อนกลับมาถามปัญหาเดิมอีก พระภิกษุทั้งสองได้ฟังแล้วก็ แปลกใจว่า เอ... เมื่อชาติก่อนเราก็เคย ถามปัญหานี้แล้วหรือนี่ พระทั้งสองยิ่ง อยากรู้เรื่องในอดีตชาติของตนเป็น ทวีคูณ จึงกราบทูลอาราธนาพระพุทธ องค์ให้ทรงเล่าเรื่องราวในอดีตชาติของ ตนให้ฟัง เรื่องก็มีดังนี้ค่ะ ณ เชิงเขาแห่งหนึ่ง เป็นที่อาศัย ของสัตว์ ๒ ชนิดคือ ราชสีห์ และเสือ- โคร่ง ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันไม่เคยทะ เลาะเบาะแว้งกันเลย ถึงแม้สัตว์ทั้งสอง จะอยู่ร่วมถ้ำเดียวกัน แต่ก็ไม่ชอบออก ไปหากินพร้อมกัน ราชสีห์ชอบ ออกล่าเหยื่อในคืนข้างขึ้นเดือ หงาย เพราะคิดว่ามองเห็นสัตว์ อื่น ๆ ชัดเจนดี จับง่ายกว่าคืน เดือนมืด เมื่อราชสีห์ออกล่าสัตว์ จนดึกดื่น ก็รู้สึกว่าอากาศหนาวจัด ลงทุกที ๆ จึงคิดว่า อากาศจะ หนาวในดินร่าง น ฝ่ายเสือโคร่งมักออกล่าเหยื่อ ในคืนข้างแรมเดือนมืด เพราะชอบ ซุ่มโจมตีตามวิสัยเสือ ครั้นพอดึก เช้า ๆ อากาศก็เย็นลงจนหนาวจึง คิดว่า อากาศหนาวเพราะเป็นดิน ข้างแรม สัตว์ทั้งสองมีความเชื่อฝังใจเช่นนี้ มาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่ง ราชสีห์กับ เสือโคร่งได้นั่งคุยกันถึงเรื่องทั่ว ๆ ไป คราวหนึ่งเสือโคร่งพูดขึ้นว่า “แหม...ถึงคืนข้างแรมที่ไรอากาศ หนาวจัดทุกที ไม่รู้เป็นยังไง” ราชสีห์ได้ฟังก็แย้งขึ้นทันทีว่า “อะไรกันเพื่อน คืนข้างขึ้นต่าง หากที่อากาศหนาว เราออกไปล่าเหยื่อ กลับมาทีไร หนาวสั่นไปทั้งตัวทุกที “ข้างขึ้นนะเหรอหนาว? เรานอน อย่างอบอุ่นสบาย ไม่เห็นจะหนาวสัก หน่อย ข้างแรมต่างหากที่หนาว เสือ โคร่งด้าน ทั้งเสือโคร่งและราชสีห์ต่างโต้เถียง กัน จากเสียงค่อย ๆ ก็เริ่มดังขึ้น ๆ จนถึง ที่สุดก็ขู่คำรามใส่กันลั่นป่า แต่ถึงอย่าง ไรก็ตกลงกันไม่ได้ว่าคืนไหนกันแน่ที่ อากาศหนาวกว่ากัน ในที่สุด สัตว์ทั้ง สองก็นึกถึงฤาษีตนหนึ่งซึ่งบำเพ็ญตบะ อยู่ที่เชิงเขา จึงพากันไปหาฤาษีให้ท่าน ช่วยตัดสินปัญหาให้ ฤาษีกล่าวว่า “ดูหรือเจ้าทั้งสอง อุตส่าห์เถียงกัน เสียงดังลั่นป่าด้วยเรื่องแค่นี้ ความหนาวน่ะ ไม่ได้เกิดเพราะข้างขึ้นหรือข้างแรมหรอก แต่ความหนาวเกิดเพราะลม ถ้ามี ลมพัดมาเขาก็จะรู้สึกหนาว เพราะ ฉะนั้น เจ้าทั้งสองไม่มีใครแพ้ใครชนะใน เรื่องนี้” ทั้งเสือโคร่งและราชสีห์ต่างพอใจ ในคำตัดสิน และรู้ว่าที่แท้ตนเองต่างเข้า ใจผิดด้วยกันทั้งคู่ หลงเถียงกันอยู่ตั้ง นาน เมื่อทราบคำตอบที่ถูกต้องแล้วจึง พากันลาฤาษีกลับ ด้วยความสุขใจ เป็นอย่างไรบ้างคะ หลาน ๆ เห็นความแปลกของคนเราไหมคะ ขนาด เรื่องที่เถียงกันอยู่ในชาติหนึ่ง เมื่อมาเกิด อีกชาติหนึ่ง ยังติดใจในเรื่องเดิม ถกเถียง กันในเรื่องเดิมอีกจนได้ ตราบใดที่เรา ยังวนเวียนอยู่ในวัฏสงสาย คือการ เวียนว่ายตายเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนี้ เราก็คงจะทำอะไรที่ซ้ำ ๆ คล้าย ๆ กัน 1 อยู่นั่นแหละค่ะ ชอบอะไรไม่ชอบอะไร อย่างไรก็มักจะเป็นไปในทำนองเดิมอีก เพราะฉะนั้น ใครที่ดีใจหรือเสียใจเรื่อง อะไร ก็จงอย่าให้ถึงกับที่เรียกว่า ดีใจ กรี๊ดกร๊าดจนเนื้อเต้น หรือเสียใจจนกิน ไม่ได้นอนไม่หลับ พาลจะตายเขา เพราะ เรื่องที่เราดีใจหรือเสียใจก็อาจจะเป็น เรื่องเก่า ๆ ที่เราเคยเจอมาแล้วทั้งนั้น ผู้ ที่มีปัญญาเข้าใจอย่างนี้แล้ว จึง ได้พยายามให้ทาน รักษาศี เจริญภาวนา เพื่อหาทางไปให้ พ้นเสียจากวัฏสงสายไงล่ะคะ สวัสด Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More