ความรักและความห่วงใยในครอบครัว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 11 หน้า 97
หน้าที่ 97 / 133

สรุปเนื้อหา

ของบุคคลเหล่านี้ทั้งหญิงชายคือการ ฟ้อนร่า ร้องเพลง และการแสดงกายกรรม กระโดดขึ้นไปบนแป้นสูงหลายสิบศอก หมุนตัวฟ้อนรำ ขับร้อง หรือแสดงกล อื่น ๆ ประชาชนที่มาชุมนุมดูนั้นเนื่อง แน่นนับจำนวนร้อยจำนวนพัน ผู้ที่ อยู่เบื้องหลัง ต้องใช้เตียงวางแล้วขึ้น ไปยืนดูบนนั้น และที่อยู่หลังออกไป อีกก็ต้องน่าเอาเตียงมาซ้อนกันสอง ชั้นๆ ยืนดูเป็นการสนุกสนาน ดังได้สดับมา ชายหนุ่มคนหนึ่ง ชื่อ อุคคเสนะ เป็นบุตรเศรษฐีแห่ง กรุงราชคฤห์ มีความหลงใหลในรูปโฉม และศิลปะแห่งการฟ้อนการขับเพลง ของบุตรีหัวหน้านักฟ้อน ถึงกับอ้อนวอน บิดาให้สู่ขอให้ เมื่อไม่เป็นที่ตกลงกัน ก็ออกจากบ้านตามไปกับคณะนักฟ้อน นั้น และหัวหน้านักฟ้อนมีความเอ็นดู ก็ยอมยกบุตรีให้ แต่เพราะเหตุที่ทำ อะไรไม่เป็น เนื่องจากเคยเป็นอยู่อย่าง บุตรเศรษฐี จึงเป็นที่ดูห

หัวข้อประเด็น

- ความรักและความห่วงใยในครอบครัว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ของบุคคลเหล่านี้ทั้งหญิงชายคือการ ฟ้อนร่า ร้องเพลง และการแสดงกายกรรม กระโดดขึ้นไปบนแป้นสูงหลายสิบศอก หมุนตัวฟ้อนรำ ขับร้อง หรือแสดงกล อื่น ๆ ประชาชนที่มาชุมนุมดูนั้นเนื่อง แน่นนับจำนวนร้อยจำนวนพัน ผู้ที่ อยู่เบื้องหลัง ต้องใช้เตียงวางแล้วขึ้น ไปยืนดูบนนั้น และที่อยู่หลังออกไป อีกก็ต้องน่าเอาเตียงมาซ้อนกันสอง ชั้นๆ ยืนดูเป็นการสนุกสนาน ดังได้สดับมา ชายหนุ่มคนหนึ่ง ชื่อ อุคคเสนะ เป็นบุตรเศรษฐีแห่ง กรุงราชคฤห์ มีความหลงใหลในรูปโฉม และศิลปะแห่งการฟ้อนการขับเพลง ของบุตรีหัวหน้านักฟ้อน ถึงกับอ้อนวอน บิดาให้สู่ขอให้ เมื่อไม่เป็นที่ตกลงกัน ก็ออกจากบ้านตามไปกับคณะนักฟ้อน นั้น และหัวหน้านักฟ้อนมีความเอ็นดู ก็ยอมยกบุตรีให้ แต่เพราะเหตุที่ทำ อะไรไม่เป็น เนื่องจากเคยเป็นอยู่อย่าง บุตรเศรษฐี จึงเป็นที่ดูหมิ่นแม้แห่งภริยา ของตน ต้องกลายเป็นคนเลี้ยงลูกและ เฝ้าเกวียนเป็นต้น ในที่สุดทนต่อถ้อยคำ เสียดสีแห่งภริยาของตนไม่ไหว จึงเข้า ไปหาหัวหน้านักฟ้อน ขอให้สอนวิชาให้ อาศัยความตั้งใจและพากเพียรก็มีความ สามารถยิ่งกว่าคนอื่น ๆ ทั้งได้ชื่อว่าเป็น บุตรแห่งเศรษฐีก็ยิ่งเป็นที่สนใจของคนดู เป็นพิเศษ บ่ายวันนั้นสุรเสนะได้รับอนุญาต จากท่านบิดา ให้ไปกับสหายบางคน ผู้เคยไปชมหมู่บ้านโกฏิคามด้วยกัน เพื่อ ดูนักฟ้อนเหล่านี้ และได้ไปอาศัยเตียง ร้อนเตียงของผู้อื่นร่วมยืนดูกับเขาด้วย การเปิดโอกาสแก่สุรเสนะเช่นนี้ เป็น ความประสงค์ของธนิยะที่ต้องการให้ ๒. มญาติมญจ บุตรของตนรู้จักเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ กว้าง ขวางด้วยตนเอง ส่วนธนิยะก็คงคุม การค้าขายอยู่ ณ ขบวนเกวียน ซึ่งคง จะเนื่องจากมีคนมาชุมนุมกันมากจึง ขายดีผิดปกติ ถึงเวลาจวนเย็น ขณะที่ธนิยะ สั่งเลิกการค้า สหายสองคนผู้ร่วมทาง ไปกับสุรเสนะ ก็วิ่งเข้ามาละล่ำละลัก บอกข่าวร้ายเกี่ยวกับบุตรของธนิยะว่า จะต้องกลายเป็นโจรปล้นเมืองก่อความ พินาศฉิบหาย อย่าให้ใครมีความสุขได้ ก็อยากจะทำให้ลมแค้น และถ้าคนอย่าง ธนิยะเป็นศัตรูของไพศาลีแล้ว ก็จะ เป็นศัตรูที่น่าเกรงขามคนหนึ่ง แต่ความ คิดอีกทางหนึ่งก็เกิดขึ้นมาว่า ผู้ฉลาด ย่อมหาวิธีหาให้เกิดผลดีมาก และ มีทางเสียน้อยที่สุด ดังนี้ความอึดอัด ที่จะกลายเป็นเรื่องฆ่าฟันกันนั้นก็ระงับ ไป ประกอบกับธนิยะเป็นคนไม่ เห็นแก่ตัว เรื่องที่บุตรของตนถูก ช่วงชิงไปนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว การ จะน่าหมู่ในที่เหลือมาร่วมต่อสู้ ล้มตายเพื่อตนและบุตรของตนนั้น ดูเป็นการตีราคาชีวิตบุตรของตน ตะลึงนิ่งอึ้งไปเป็นครู่ มีแววตาเป็น เท่านั้นว่าสูงยิ่ง แต่ชีวิตของคนอื่น ประกายด้วยความรู้สึกว่าเป็นการข่มเหง ไม่สำคัญอะไร อาจสละเพื่อแลก น้ำใจกันอย่างรุนแรง จิตใจของนักรบ เปลี่ยนกับบุตรของตนได้ ชาวขับ ได้มาสู่ธนิยะอีกขณะหนึ่ง ทำให้อึดอัด เกวียนเหล่านี้มิได้มีบุตรภรรยา หรือมารดาบิดาผู้ห่วงใยคอยฟัง ได้มีชายฉกรรจ์ประมาณสิบคนเศษเรียก สุรเสนะให้ลงไปข้างล่าง แล้วช่วยกัน จับมัดมือพาขึ้นมามุ่งตรงไปยังกรุง ไพศาลี ตนมีกำลังน้อยไม่สามารถต้าน ทานอย่างไรได้ เมื่อได้สดับข่าวอันมิได้เคยคาดคิด ว่าจะเป็นไปได้ดังนั้น ธนิยะก็ถึงกับ ว่าจะตามอาละวาดให้เห็นฝีมือไว้บ้าง ความรักความห่วงใยในบุตรก็ท่วมท้น ขึ้นมาผสม ทำให้เพิ่มความโกรธขึ้นเป็น ทวีคูณ แต่พอฉุกคิดว่า ความโกรธ ไม่ช่วยให้ประสบความดีงามหรือ ความสำเร็จผลใด ๆ พุทธศาสนิกชน จะต้องไม่ทำการใด ๆ ด้วยใช้ ความโกรธเป็นเครื่องมือ จึงรีบระงับ ข่าวอยู่เบื้องหลังดอกหรือ? บุคคล เหล่านั้นจะรู้สึกอย่างไรว่า บุตร ของตน สามีของตน หรือญาติพี่ น้องของตน ต้องเสียสละชีวิตเพื่อ แลกชีวิตบุตร รองนายกองเกวียน แต่เพียงคนเดียว เรื่องส่วนตัวจะ และเปลี่ยนสีหน้าให้ปกติ ไตร่ตรองหา ต้องเป็นเรื่องส่วนตัว จะเอาเปรียบ ลู่ทางที่จะแก้ไขเอาสุรเสนะกลับคืนมา ให้ผู้อื่นมาเสียสละแทนตนนั้น ให้จงได้ เมื่อระลึกว่าตนยังจะต้องรับ หาใช่วิสัยของผู้มีธรรมไม่ เมื่อ ตัดสินใจดังนี้ ธนิยะก็สั่งเรียกประชุม ชาวขับเกวียนทั้งปวงโดยด่วน ซึ่งต่าง ก็รีบมาฟังคำสั่งของธนิยะด้วยใจอัน ผิดชอบต่อหมู่เกวียน และชาวขับเกวียน หลายร้อยคน ก็ทำให้เกิดความคิดสับสน กันหลายประการ ในทางหนึ่งคือเกณฑ์ ชายฉกรรจ์ที่ได้ฝึกหัดอาวุธไว้ดีแล้ว แยกออกจากหมู่เกวียนไปเตรียมการ ต่อสู้แย่งชิงสุรเสนะมาให้ได้ และถ้า เร่าร้อน ในข่าวเกี่ยวกับสุรเสนะนั้น ธนิยะได้ยืนขึ้นบนเกวียนของตน กล่าวกับคนขับเกวียนทั้งหลายว่า Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More