การคิดถึงความไม่จีรังของชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 11 หน้า 100
หน้าที่ 100 / 133

สรุปเนื้อหา

ที่วนเวียนเป็นรุ่น ๆ อยู่ทุก ๆ วัน เหมือนดวงอาทิตย์ขึ้นแล้วก็ตกไป แล้วก็ขึ้นมาอีก แล้วตกไปอีก ถ้า อดีตเป็นของเหลวไหล ปัจจุบัน ซึ่งกำลังกลายเป็นอดีตก็จะถึงความ เป็นของไม่จีรังยั่งยืนไปด้วย แม้ อนาคตซึ่งจะกลายมาเป็นปัจจุบัน แล้วจะกลายไปเป็นอดีตก็คงเช่น เดียวกัน พอนึกมาถึงอย่างนี้ ธนิยะก็คลาย ความวิตกกังวล รู้สึกว่ามีใจปลอดโปร่ง และหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เวลารุ่งเช้า ได้มีการโกลาหล ภายในบ้านของภีมเสนะแม่ทัพหน้า และผู้เป็นประธานการสอดแนมทั้งปวง ของแคว้นวัชชี รองจากสหเสนาบดี ภีมเสนะเป็นผู้กำหนดแผนการทั้งหลาย เสนอให้เสนาบดีทราบ และมีจารบุรุษ อยู่ทั่วทุกแคว้นใกล้เคียง รู้ความเคลื่อน ไหวของพ่อค้าและทหาร ซึ่งจะเดินทาง หรือกำลังเดินทางไปมาผ่านแคว้นนั้น แคว้นนี้เป็นอย่างดี ภีมเสนะรู้จนกระทั่ง ว่าธนิยะ

หัวข้อประเด็น

- การคิดถึงความไม่จีรังของชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ที่วนเวียนเป็นรุ่น ๆ อยู่ทุก ๆ วัน เหมือนดวงอาทิตย์ขึ้นแล้วก็ตกไป แล้วก็ขึ้นมาอีก แล้วตกไปอีก ถ้า อดีตเป็นของเหลวไหล ปัจจุบัน ซึ่งกำลังกลายเป็นอดีตก็จะถึงความ เป็นของไม่จีรังยั่งยืนไปด้วย แม้ อนาคตซึ่งจะกลายมาเป็นปัจจุบัน แล้วจะกลายไปเป็นอดีตก็คงเช่น เดียวกัน พอนึกมาถึงอย่างนี้ ธนิยะก็คลาย ความวิตกกังวล รู้สึกว่ามีใจปลอดโปร่ง และหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เวลารุ่งเช้า ได้มีการโกลาหล ภายในบ้านของภีมเสนะแม่ทัพหน้า และผู้เป็นประธานการสอดแนมทั้งปวง ของแคว้นวัชชี รองจากสหเสนาบดี ภีมเสนะเป็นผู้กำหนดแผนการทั้งหลาย เสนอให้เสนาบดีทราบ และมีจารบุรุษ อยู่ทั่วทุกแคว้นใกล้เคียง รู้ความเคลื่อน ไหวของพ่อค้าและทหาร ซึ่งจะเดินทาง หรือกำลังเดินทางไปมาผ่านแคว้นนั้น แคว้นนี้เป็นอย่างดี ภีมเสนะรู้จนกระทั่ง ว่าธนิยะเป็นเพื่อนของจันทรายณะ มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธ และเป็น พ่อค้าเกวียนที่มีความรู้ความฉลาด และระแวงว่าอาจเป็นไส้ศึกให้แคว้น มคธได้ จึงสั่งคนให้ส่งข่าวความเคลื่อน ไหวของขบวนเกวียนเป็นระยะ ๆ ใน ครั้งหลังเมื่อทราบว่ามาถึงนาฬิกคามแล้ว จึงได้ส่งทหารไปจับตัวสุรเสนะผู้เป็น บุตรของธนิยะมาขังไว้ในที่แห่งหนึ่ง เพื่อสอบถามและให้บอกความจริง เกี่ยวกับแคว้นมคธ และอีกประการหนึ่ง ก็จะได้เป็นเครื่องประกันมิให้ธนิยะ ก่อการใด ๆ อันเป็นภัยแก่วัชชี ด้วย เป็นห่วงว่าบุตรที่ถูกจับจะเป็นอันตราย ในหัวค่ำที่ล่วงมาแล้ว ภีมเสนะ ยังสนทนากับภริยาอย่างร่าเริงถึงความ สำเร็จในการจับกุมสุรเสนะผู้เป็นบุตร ของธนิยะมาได้ โดยไม่เสียทหารและ ไม่มีใครกล้าขัดขวาง ภริยาของทีมเสนะ ก็พลอยชื่นชมในความรอบคอบ และ ความสามารถของสามีไปด้วย แต่ครั้น ถึงเวลาเช้ากลับปรากฏว่าบุตรชายอัน เป็นที่รักของตนได้หายไปอย่างไม่มี ร่องรอยใด ๆ ก็เกิดความตื่นเต้นตกใจ สั่งให้ค้นหากันทั่วบ้านและบริเวณใกล้ เตียง เมื่อติดตามค้นหาอย่างไรก็ไม่พบ จนสายเช่นนั้น ภริยาของทีมเสนะก็ร้อง ให้ฟูมฟายรำพันถึงบุตรพร้อมกับเร่งสามี ให้รีบติดตามมาให้ได้ ทีมเสนะก็นึก ไม่ถึงว่า บุตรชายของตนจะหายไป ที่ไหนได้ ยิ่งพูดถึงว่าจะมีใครมาลักพา ไป ก็คงจะต้องอยู่ในกรุงไพศาลีนี้เอง คนภายนอกหามีโอกาสเข้ามาได้ไม่ เพราะได้สั่งกวดขันเฝ้ายามกันทุกประตู มิได้ประมาท แม้ทหารยามที่เฝ้าหน้า เคหสถานของตนก็มิได้เห็นผู้ใดแปลก ปลอมเข้ามา จึงเป็นอันจนใจและรู้สึก มืดมนมิรู้ที่จะทำประการไร ยิ่งเห็น ภริยาคร่ำครวญรบเร้าหนักเข้าก็กลัดกลุ้ม นัก ยืนกอดอกเดินไปมาอยู่ภายในบ้าน แล้วก็นั่งลงครู่หนึ่งก็ผลุดลุกขึ้นอีกเล่า นาน ๆ จะมีนายทหารเข้ามาหา และ แต่ละคนที่เข้ามานั้น ก็บอกแต่ว่าเที่ยว ถามสืบดูแล้วไม่ได้ร่องรอยอะไรเลย กล่าวถึงเหตุการณ์ทางกองเกวียน เมื่อรุ่งสว่างและขณะที่ชาวเกวียนทั้ง หลายกำลังหุงหาอาหารอยู่นั้น ธนิยะ ได้เดินไปที่เกวียนกลางขบวนอันได้คุม ตัวลูกชายของทีมเสนะไว้ พอดีกับเด็ก หนุ่มตื่นลืมตาขึ้น เห็นตนมานอนอยู่ ในเกวียนก็แปลกใจ ธนิยะจึงกล่าวว่า “ดูก่อนมาณพ! ฉันต้องขออภัย ที่นำเธอมาไว้ในที่นี้ แต่ขอให้ความ มั่นใจอย่างหนึ่งว่า เธอจะมิได้รับอัน ตรายใด ๆ และจะได้รับความสะดวก สบายทุกอย่างตลอดเวลาที่พักอยู่ ณ ที่นี้ เธอคงจะทราบแล้วว่าบิดาของเธอ ได้พรากลูกชายของฉันผู้เป็นพ่อค้า ไม่ เกี่ยวข้องกับการบ้านเมืองหรือการทหาร ของแคว้นใด ๆ ฉันเป็นคนชังสงคราม และสนับสนุนสันติ แต่บิดาของเธอก พยายามดึงฉันให้เข้าไปเกี่ยวข้องจนได้ ทั้งยังพรากลูกชายอันเป็นที่รักไปอย่าง ใจเย็น มิได้นึกว่าฉันผู้เป็นบิดาจะรู้สึก อย่างไรบ้าง ดูก่อนมาณพ! ถ้าเป็นสมัย ก่อน ที่มือของฉันยังต้องการให้โลหิต แปดเปื้อนอยู่ การตอบแทนด้วยความ พยาบาทมาดหมายก็คงจะเกิดขึ้น อย่าง น้อยในขณะที่ฉันเข้าไปถึงในบ้านของ เธอได้ ชีวิตหลายชีวิตก็คงเป็นพลีแก่ ความพยาบาทอาฆาตนั้น แต่ฉันต้อง การเพียงสอนบิดาของเธอให้รู้ว่า ความ รักลูกนี้ คนธรรมดาทุกคนเขามีความ รู้สึกกันอย่างไร แล้วนำใจของผู้อื่น มาเปรียบเทียบกับใจของตนดูบ้าง กับ อีกประการหนึ่ง ฉันต้องการที่จะได้เธอ มาเป็นเครื่องประกันความปลอดภัย แห่งลูกชายของฉัน หรือเพื่อแลกเปลี่ยน กันก็ได้ ดูก่อนมาณพ! ฉันจะดำเนิน การในวันนี้ บางทีเธออาจจะได้กลับแต่ เวลาที่ประตูเมืองยังไม่ทันปิด ครั้นแล้วธนิยะก็เดินกลับไปสู่ เกวียนของตน ปล่อยให้มาณพนั้นนั่งอยู่ ในเกวียนด้วยความคิดต่าง ๆ มีขาย หนุ่มร่างกำยำไม่น้อยกว่าสี่คนคอย ควบคุมอยู่อย่างเคร่งขรึมตลอดเวลา อ่าน ฉบับหน้า Kalyanamitra.org ๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More