การแสดงธรรมและการเคารพในพระธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 11 หน้า 69
หน้าที่ 69 / 133

สรุปเนื้อหา

พระเจ้าพิมพิสาร แม้เป็นพระโสดาบัน แล้วก็ตาม ยังถูก โอรสของพระองค์เอง เอามีดโกนผ่าเท้า จนตาย ศัสตราวุธ คลุมไปทั้ง ๒ อย่าง โบราณท่านพูดง่าย ๆ คนที่มี ศัสตราอาวุธอยู่ในมือ จะเป็นหอกเป็น ดาบเป็นธนูเป็นตะพด อย่าได้ไปเตือน มัน คุณแม่บ้านทั้งหลาย ถ้าสามีกำลัง กินเหล้าอย่าเพิ่งไปเตือนอะไรเดี๋ยว ขวดเหล้า แก้วเหล้าจะลอยมาลงหัวเอา แม้คำเตือนจะเป็นความจริงมีประโยชน์ สักเท่าใดก็อย่าเตือนเช่น ไปเตือนว่า คุณพี่เจ้าขา เหล้านี่ไม่ดีนะคะ อย่าไป กินเลยค่ะ เสียสุขภาพหมด! ต่อให้พูด เสียงอ่อนเสียงหวานยังไง ก็ไม่แคล้ว เจ็บตัวเหมือนกันเพราะเขากำลังเมา แม้พระภิกษุก็เช่นกัน ถ้าจะเตือน ใคร เห็นเขามีศัสตราอาวุธอยู่ในมือ อย่าเพิ่งเตือน พวกเราที่ไปบอกบุญ เหมือนกัน ถ้าเขากำลังพกมีดพกปืน อยู่ อย่าเพิ่งไปเตือนสติ ไปพูดธรรมะ

หัวข้อประเด็น

- การแสดงธรรมและการเคารพในพระธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระเจ้าพิมพิสาร แม้เป็นพระโสดาบัน แล้วก็ตาม ยังถูก โอรสของพระองค์เอง เอามีดโกนผ่าเท้า จนตาย ศัสตราวุธ คลุมไปทั้ง ๒ อย่าง โบราณท่านพูดง่าย ๆ คนที่มี ศัสตราอาวุธอยู่ในมือ จะเป็นหอกเป็น ดาบเป็นธนูเป็นตะพด อย่าได้ไปเตือน มัน คุณแม่บ้านทั้งหลาย ถ้าสามีกำลัง กินเหล้าอย่าเพิ่งไปเตือนอะไรเดี๋ยว ขวดเหล้า แก้วเหล้าจะลอยมาลงหัวเอา แม้คำเตือนจะเป็นความจริงมีประโยชน์ สักเท่าใดก็อย่าเตือนเช่น ไปเตือนว่า คุณพี่เจ้าขา เหล้านี่ไม่ดีนะคะ อย่าไป กินเลยค่ะ เสียสุขภาพหมด! ต่อให้พูด เสียงอ่อนเสียงหวานยังไง ก็ไม่แคล้ว เจ็บตัวเหมือนกันเพราะเขากำลังเมา แม้พระภิกษุก็เช่นกัน ถ้าจะเตือน ใคร เห็นเขามีศัสตราอาวุธอยู่ในมือ อย่าเพิ่งเตือน พวกเราที่ไปบอกบุญ เหมือนกัน ถ้าเขากำลังพกมีดพกปืน อยู่ อย่าเพิ่งไปเตือนสติ ไปพูดธรรมะ ถ้าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเจ็บตัว เพราะว่า โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว อะไรที่ถูกต้องมักไม่ ค่อยถูกใจ การไปเตือนเป็นความถูกต้อง แต่คนถูกเตือนไม่ถูกใจ ศัสตราอาวุธ จะแล่นมาเล่นงานเอาง่าย ๆ พระเจ้าพิมพิสาร แม้เป็นพระ โสดาบันแล้วก็ตาม ยังถูกโอรสของ พระองค์เองเอามีดโกนผ่าเท้าจนตาย ถามว่ามีเวรอะไร พบว่าชาติในอดีต ท่านทำความผิดพลาดไว้ประการหนึ่ง คือ เวลาเข้าโบสถ์เข้าวิหาร ไม่ถอด รองเท้า ไม่ให้ความเคารพกับสมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ให้ความ เคารพกับพระอรหันต์ซึ่งกำลังเทศน์ อยู่ในโบสถ์ ถึงเวลาก็เดินปัง ๆ เข้าไป ด้วยเวรนั้นติดตัวมาเลยถูกผ่าเท้า ในที่สุดก็ตาย สำหรับพวกเราก็ขอฝากไว้ ด้วยนะ อย่าใส่รองเท้าเข้าไปในโบสถ์ ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อย่าว่าแต่สถาน ศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนาอันเป็น สิ่งเคารพสูงสุดของเราเลย แม้แต่สถาน ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาอื่นก็ไม่ควรใส่รองเท้า เข้าไป จะเป็นการดูหมิ่นศาสนาของ เขา ข้อ ๒. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ ไปในยาน” ยาน ในที่นี้หมายถึง คานหาม ข้อ ๕. “ภิกษุพึงทำความศึกษา | ถ้าเรายืนอยู่แล้วเขานั่งอยู่บนคานหาม ว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ สวมเขียงเท้า” ข้อ ๖. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ สวมรองเท้า” เขียงเท้า คือ เกี๊ยะ จริง ๆ คือ ประเภทเดียวกันกับรองเท้า โบราณให้ความเคารพในพระ ธรรม ถ้าจะฟังธรรมจากใครต้องให้ผู้ นั้นอยู่ในที่สูงกว่า เพราะฉะนั้น แม้จะ ขึ้นมาฟังเทศน์เขาก็ถอดรองเท้าเสียก่อน แต่ปัจจุบันทำผิด ๆ พลาด ๆ บางคน สวมรองเท้าเข้าไปในโบสถ์ก็มี แล้ว มาขอให้เทศน์ให้ฟัง อย่าไปเทศน์ เพราะเขายังไม่ให้ความเคารพ ไม่ให้ ความเลื่อมใสในพระธรรมเลย พูดไป ก็เหมือนเอาธรรมะไปยัดเยียด ต่อเมื่อ ไหร่ลงมาแล้วจึงจะสอนให้ ยกเว้นเขา ป่วยปะงาบ ๆ จำเป็นต้องหามกันมา อย่างนั้นเทศน์ให้ฟังได้เพราะลงมา ไม่ไหวแล้วเป็นกรณีพิเศษ (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More