การมองพุทธศาสนาในสายตาฝรั่ง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 11 หน้า 38
หน้าที่ 38 / 133

สรุปเนื้อหา

เป็นเพียงการเชื่อถือยึดถือของคนเพียง กลุ่มเดียว ซึ่งก็ไม่มีบทบาทอะไรมากนัก เมื่อเขามองทำนองของพุทธศาสนาด้วย อคติจิตเช่นนี้ เพชรที่ควรนำมาประดับ ยอดมงกุฎของพระมหากษัตริย์ ก็เลย ถูกเหยียบย่ำบดบังเหมือนซ่อนอยู่ใน โคลนตม จะมีผู้รู้คุณค่าก็เฉพาะคน กลุ่มน้อย และยังเป็นการรู้เฉพาะตัว เสียอีก เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก! สาเหตุที่ฝรั่งกล่าวว่า พุทธศาสนา มิได้ถือเป็นศาสนา เพราะศาสนาของเรา ไม่มีประกาศิตจากพระเจ้าเหมือนศาสนา อื่น ๆ ระบบการสอนธรรมะละเอียดลุ่มลึก เป็นเหตุเป็นผลแก่กันของพุทธศาสนา ก็ถูกมองไปในลักษณะของปรัชญาวาที เขาเชื่อว่า ศาสนาจะต้องมีพระเจ้าผู้ ทรงมหิทธานุภาพเหนือสรรพสิ่งทั้งปวง ศาสนาต้องประกอบด้วยสิ่งที่ทำให้เชื่อ Oriel College ว่า พระเจ้าเป็นผู้ช่วยมนุษย์ให้เข้าสู่ สรวงสวรรค์ได้ ถ้าเขามอ

หัวข้อประเด็น

- การมองพุทธศาสนาในสายตาฝรั่ง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เป็นเพียงการเชื่อถือยึดถือของคนเพียง กลุ่มเดียว ซึ่งก็ไม่มีบทบาทอะไรมากนัก เมื่อเขามองทำนองของพุทธศาสนาด้วย อคติจิตเช่นนี้ เพชรที่ควรนำมาประดับ ยอดมงกุฎของพระมหากษัตริย์ ก็เลย ถูกเหยียบย่ำบดบังเหมือนซ่อนอยู่ใน โคลนตม จะมีผู้รู้คุณค่าก็เฉพาะคน กลุ่มน้อย และยังเป็นการรู้เฉพาะตัว เสียอีก เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก! สาเหตุที่ฝรั่งกล่าวว่า พุทธศาสนา มิได้ถือเป็นศาสนา เพราะศาสนาของเรา ไม่มีประกาศิตจากพระเจ้าเหมือนศาสนา อื่น ๆ ระบบการสอนธรรมะละเอียดลุ่มลึก เป็นเหตุเป็นผลแก่กันของพุทธศาสนา ก็ถูกมองไปในลักษณะของปรัชญาวาที เขาเชื่อว่า ศาสนาจะต้องมีพระเจ้าผู้ ทรงมหิทธานุภาพเหนือสรรพสิ่งทั้งปวง ศาสนาต้องประกอบด้วยสิ่งที่ทำให้เชื่อ Oriel College ว่า พระเจ้าเป็นผู้ช่วยมนุษย์ให้เข้าสู่ สรวงสวรรค์ได้ ถ้าเขามอบตัวเป็นบุตร พระเจ้า และถ้าไม่มีความเชื่อดังกล่าว แล้ว ก็ไม่อยู่ในข่ายที่จะถือเป็นศาสนาได้ อันที่จริงแล้ว คำว่า Buddhism ที่ฝรั่งเรียกศาสนาของเรานั้น ตรงกับ ความหมายในภาษาของเราว่า พระธรรม เขาจึงเกิดความคิดว่าคำว่า Buddhism ไม่ใช่ศาสนา เพราะตามความหมาย ของเขา ศาสนาจะต้องมีศาสดาหรือ พระเจ้า มีคำสอน มีระบบองค์การ ของศาสนิกชนนั้น ๆ มีการแสดงตน เป็นสาวกของศาสนาอย่างเปิดเผย แต่ฝรั่งรู้จักเพียงพระธรรมคำสอนของ พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเพียงองค์ประกอบ หนึ่งในพระรัตนตรัยเท่านั้น เขาไม่เคย ได้ศึกษาหรือมองเห็นภาพการบังเกิด ขึ้นของพระพุทธองค์ ผู้ทรงค้นพบ สัจธรรมอันสูงสุดมาประกาศแก่ชาวโลก ฝรั่งส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักหรือรู้ว่ามี พระสงฆ์ เป็นทายาทสืบต่อและสืบ ทอดพุทธธรรมเป็นจำนวนมากมายใน เมืองไทย เขาไม่เคยเรียนรู้ว่า ความ เป็นอยู่ของพระสงฆ์มีระบบและเป็น ระเบียบแบบแผนที่มั่นคงยืนนานมา กว่าสองพันปีมาแล้ว แม้แต่ชาว พุทธตั้งแต่สมัยโบราณกาล ก็มีการแสดง ตนเป็นพุทธมามกะกันตลอดมาจนถึง ปัจจุบัน โดยมีการกล่าววาจาว่า “พุทธ สรณ์ คจฉามิ ธมมสรณ์ คจฉามิ สงฆ์ สรณ์ คัจฉามิ” หรือ “ข้าพเจ้า ขอถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ” การประกาศนี้เป็นพิธีการ ทางศาสนาอย่างชัดแจ้ง ไม่แตกต่าง อะไรกับการประกาศความเชื่อในศาสนา ของชาวคริสต์เลย หากจะมองด้วยสายตาที่เป็นธรรม ศาสนาทั้งหลายในโลกนี้อาจจะแบ่งเป็น ๒ พวกใหญ่ ๆ คือ ศาสนาที่เน้นหนัก ทางด้านอารมณ์และความเชื่อ และ ศาสนาที่เน้นหนักทางเหตุผลและปัญญา ศาสนาตามความหมายในกลุ่มแรกจะ ดึงความเชื่อ ศรัทธา หรือความรักบูชา ต่อสิ่งที่ตนยึดถือเป็นที่พึ่งอย่างสุดชีวิต จิตใจ คำสอนในศาสนากลุ่มนี้ก็จะเป็น การระดมความภักดีต่อสรณะนั้น ๆ การสร้างความกลัวให้เกิดขึ้นว่า ถ้าผู้ใด ฝ่าฝืนคำสอนอันเป็นบัญชาของสรณะ ของตนแล้ว ก็จะได้รับความทุกข์ทรมาน แสนสาหัส แต่ถ้าบุคคลใดกลับใจมา เชื่อถือ แสดงความภักดีต่อพระศาสดา แล้ว ก็จะได้รับสิทธิพิเศษเหนือมนุษย์ อื่นที่มิได้เป็นสาวกของศาสดาของตน แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นคนดีมีศีลธรรมเพียงใด ก็ตาม ศาสนาในกลุ่มนี้คือศาสนาที่ Kalyanamitra.org ๓๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More