ข้อความต้นฉบับในหน้า
พ่อแม่มากขนาดนี้ เมื่อเรียนสำเร็จแล้ว
คุณพ่อคุณแม่ก็ไปรับกลับบ้าน ก่อน
กลับก็เที่ยวรอบโลกกันก่อน....ช่างเป็น
ชีวิตที่อบอุ่นและอบอวลไปด้วยความสุข
เสียจริง ๆ
เมื่อกลับมาเมืองไทยแล้ว ไปเป็น
อาจารย์ที่แผนกคหกรรมศาสตร์ มหา
วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในสมัยที่หลวง
สุวรรณวาจกกสิกิจ เป็นอธิการบดี สอน
อยู่ได้ปีกว่า ก็ลาออกมาช่วยคุณพ่อ
ทำธุรกิจที่ดิน และเปิดกิจการโรงเรียน
อนุบาลของตนเองคือ โรงเรียนอนุบาล
วรางคณา โดยใช้อาคารที่มีอยู่ด้านหลัง
บ้านเป็นโรงเรียน ทำอยู่ราว ๕ ปีจึงเลิก
สาเหตุเพราะ
“เหนื่อยค่ะ”
เหนื่อยทั้งกาย ทั้งใจ แม้จะทำอยู่
ไม่นาน แต่ผู้ที่เคยเป็นลูกศิษย์ลูกหา
ของเธอ ก็ได้ดิบได้ดีไปหลายคน บางคน
ก็จบด็อกเตอร์ไปแล้ว ยังมีศิษย์เก่า
บางคนที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนครูของ
เขาอยู่เลย
เมื่อครั้งเป็นเด็ก เธอได้รับความรัก
ความเอ
มเอื้ออาทรจากคุณพ่อคุณแม่อย่าง
ดียิ่ง นอกจากในด้านการศึกษาอบรม
โดยทั่วไปแล้ว คุณพ่อยังแนะนำให้ฟัง
“ธรรมะ” จากวิทยุเป็นประจำอีกด้วย
พื้นฐานทางด้านธรรมะของเธอจึงมี
ไม่น้อยเลย
ด้วยธรรมะที่มีอยู่ในใจ เธอจึง
เป็นผู้ที่มีความกตัญญู และรู้วิธีที่จะ
แสดงกตเวทีต่อคุณพ่อคุณแม่ด้วย เธอ
มักจะมาที่วัดพระธรรมกายพร้อมกับ
คุณพ่อคุณแม่อยู่บ่อย ๆ เพื่อมาทำทาน
และปฏิบัติธรรม ถึงแม้ท่านทั้งสองจะ
แก่ชรา เดินเหินไม่สะดวก คุณพ่อต้อง
นั่งรถเข็น คุณแม่นั่งพับเพียบไม่ไหว
ต้องนั่งเก้าอี้ เธอก็พามา จนกระทั่ง
ในระยะหลัง ๆ ที่ท่านทั้งสองเจ็บป่วย
อยู่นาน จึงได้ห่างเหินวัดไปบ้าง เพราะ
ต้องคอยพะวง เอาใจใส่พยาบาลท่าน
อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
แม้บัดนี้ บุพการีทั้งสองท่านจะ
ล่วงลับไปแล้ว แต่ความรักและคุณความดี
ที่ท่านมีให้ มิได้เสื่อมสลายไปด้วย ยัง
ตราตรึงอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืม และ
ยังได้ถ่ายทอดไปสู่ “น้องแจง” หรือ
“ชนัสถ์นันท์ สุขุมพานิช” ผู้เป็นดวงใจ
ของคุณพ่อคุณแม่ เป็นกุลสตรีที่มีความรู้
ความสามารถสมวัย ขณะนี้ น้องแจง
กำลังศึกษาอยู่ปีสุดท้ายของคณะอักษร
ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย
เลือกภาษาญี่ปุ่นเป็นวิชาเอก นอกจาก
นั้น น้องแจงยังมีความสามารถพิเศษ
ทางดนตรีอย่างที่เรียกว่า “ออกงานได้”
ทีเดียว
ในฐานะที่เป็นแม่ของลูก คุณ
เพ็ญศรีกล่าวว่า
“อยากให้ลูกเข้าวัด มีธรรมะเป็น
ที่พึ่ง การเรียนหนังสือนั้น เป็นบันได
ขั้นแรกสำหรับดำรงชีวิตในโลกเพื่อหา
เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แต่การที่เราจะใช้
ชีวิตอย่างคุ้มค่าสมกับที่ได้เกิดมาเป็น
มนุษย์นั้น ก็ควรจะได้รู้ธรรมะ จะได้
ใช้ชีวิตไปในทางที่ถูกต้อง ธรรมะเป็น
ที่พึ่งตลอดกาลของคนเรา โลกมนุษย์เป็น
ดินแดนสำหรับสร้างบารมี จึงควรใช้เวลา
ทุกวินาทีให้มีประโยชน์”
ด้วยพื้นฐานจิตใจที่มีธรรมะครอง
อยู่แล้วเช่นนี้ เมื่อหลวงพ่อธัมมชโย
เชิญชวนให้เป็นประธานกฐินครั้งนี้
คุณเพ็ญศรี พร้อมด้วยคุณไพศาล จึงรับ
บุญใหญ่ครั้งนี้ด้วยความยินดี พร้อมกับ
คำกล่าวของหลวงพ่อ ซึ่งเป็นประดุจ
คำพรที่ตอกย้ำถึงภาระอันทรงคุณค่า
นี้ว่า
“คนที่เป็นประธาน ไม่ใช่เป็น
ง่าย ๆ เขาเลือกกันมาแล้ว ไม่ใช่เป็น
กันได้ทุกคน
และสำหรับบุคคลที่เลือกสรรแล้ว
พิธีทอดกฐินในวันนั้น คงจะตราตรึง
อยู่ในความทรงจำ เป็นประวัติชีวิตที่
เมื่อได้ระลึกถึงครั้งใด ก็นำความชุ่มชื้น
อิ่มเอิบ ปีติใจมาสู่ทุกครั้ง ดังคำพูดที่
คุณเพ็ญศรีและคุณไพศาลกล่าวกับเราว่า
“รู้สึกปีติ ไม่นึกไม่ฝัน เป็นบุญ
อย่างมาก"
ทำดีดียิ่ง ความดี
ดียิงยิงปรานี นอบน้อม
ดีเลิศประเสริฐศรี ดีรอบ
ดีเท่าที่เพียบพร้อม แน่แท้ “ธรรมกาย”
เราชาวกัลยาณมิตร ขอกราบ
อนุโมทนาบุญในมหากุศลของ
ท่านทั้งสอง ด้วยความปีติปราโมทย์
อย่างสุดซึ้ง ตราบนิจนิรันดร์
๑๑๒
Kalyanamitra.org