ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข้อ ๒๔. “ภิกษุพึงทำความศึกษา
ว่า เราจักไม่ฉันเลียริมฝีปาก”
ปากเปรอะเพราะตักข้าวคำใหญ่
หรือกับข้าวเป็นน้ำมันมาก ต้องหา
ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษเช็ดหน้า เช็ด
ปากติดตัวไว้ อย่าใช้ลิ้นเลียริมฝีปาก
แม้แต่เอามือเช็ดก็ไม่ควร บางคนติด
นิสัยเลียริมฝีปากทั้งขณะพูดและขณะกิน
เป็นกิริยาไม่น่าดู ต้องแก้ไขให้ได้
ข้อ ๒๔. “ภิกษุพึงทำความศึกษา
ว่า เราจักไม่เอามือเปื้อนจับภาชนะ
น้ำ”
มือเปื้อนจับภาชนะน้ำยังไม่ค่อย
ห่วง ห่วงพวกเราเมื่อเวลาดื่มน้ำ โดย
เฉพาะพวกผู้หญิง เวลาดื่มน้ำรู้เลยว่า
ใครดื่มเพราะลิปสติคมันติดอยู่ที่ขอบ
แก้วนั่นแหละ ใครก็ตามที่ดื่มน้ำแล้ว
ให้มีคราบติดอยู่ที่แก้วน้ำ จะเป็นคราบ
ลิปสติคหรือคราบมัน ๆ ถือว่าใช้ไม่ได้
แล้ว แต่ก็พบอยู่บ่อย ๆ
แก้ไขเสียมิฉะนั้นจะถูกตำหนิ
ว่า กินน้ำแค่นี้ก็กินไม่เป็น ยิ่งเรียนมา
สูง ๆ ต้องระวังตัวมาก เทคนิคง่าย ๆ
ก็มีเพียงว่า แตะริมฝีปากกับขอบถ้วย
นิดหนึ่งอย่าถึงกับอมขอบถ้วย แล้วดื่ม
น้ำลงไปรับรองทำอย่างนี้ไม่มีคราบ
ติดหรอก บางคนทำท่ากินน้ำอย่างกับ
จะกินถ้วยเข้าไปด้วย
ในหมู่พระภิกษุเท่าที่พบบ่อย ๆ
ก็ตอนออกเดินธุดงค์ ท่านต้องมีกาน้ำ
ติดตัวไปด้วย พวกเราชาวบ้านที่ทำงาน
กลางแจ้งบางทีก็ใช้กาน้ำขวดน้ำเหมือน
กัน พอจะกินน้ำจากกา บางคนยกขึ้น
แล้วเอาปากอมพวยกาดื่มอีก ๆ เลย
อย่างนี้หมดท่า น้ำที่เหลือใครเขาจะ
กินเพราะคุณได้เติมน้ำลายลงไปด้วย
แล้ว ทางที่ดีควรรินน้ำใส่ฝากาแล้วดื่ม
ก็จะดูเรียบร้อยกว่า ถึงจะยกชิ้นต่อเนื่อง
กลางอากาศก็ไม่น่ารังเกียจ
ข้อ ๓๐.
“ภิกษุพึงทำความศึกษา
ว่า เราจักไม่เอาน้ำล้างบาตร มีเมล็ดข้าว
เทในบ้าน”
ถ้าฉันข้าวแล้วล้างบาตรเทลงใน
บ้านเขา เมล็ดข้าวเกลื่อนบ้าน คนที่
สะเทือนใจมากคือแม่บ้าน เพราะแสดง
ว่ากับข้าวกับปลาที่เขาทำถวายนี่ไม่ดี
ไม่อร่อยท่านจึงฉันไม่หมด เททิ้งเสีย
บ้าง หรือไม่อย่างนั้นก็ฟ้องถึงความ
สะเพร่า ความไม่รู้จักประมาณ ความไม่
ประหยัด
ฝากพวกเราไว้ด้วยนะ ไปกิน
อาหารบ้านใครก็ดี ให้ตักข้าวแต่น้อย
ถ้าไม่อร่อยก็ยังฝืนกินจนหมดจาน
ถ้าอร่อยก็เติมใหม่อีกได้ จะได้ไม่เหลือ
ติดจาน ถ้าเราตักมากไปจนกินไม่หมด
อย่างนี้แม่ครัวหน้าเสีย เพราะแสดงว่า
เขาทำกับข้าวไม่อร่อย ถนอมน้ำใจคน
ไว้บ้าง
บางทีไม่ใช่แม่ครัวทำกับข้าวไม่
อร่อยหรอก แต่เราได้แวะกินที่อื่นมา
บ้างแล้ว พอเขาคะยั้นคะยอให้กินอีก
ความที่ไม่รู้จักประมาณท้อง ผักเสีย
มากแล้วกินไม่หมดเหลือตั้งครึ่งค่อนจาน
แม่ครัวเขาไม่รู้หรอกว่าเป็นเพราะอะไร
นอกจากเดาว่ากับข้าวไม่อร่อย นั่งใจ
แล้วไปว่าทำกับข้าวแล้วชาวบ้านกิน
ไม่ลง
สิ่งละอันพันละน้อยอย่างนี้แหละ
มีความหมายมาก ถ้าเรารู้จักถนอม
น้ำใจคน ไปถึงไหนก็ไม่อด เขาจะเตรียม
ข้าวปลาอาหารไว้ต้อนรับเราเสมอ
แต่ถ้าเราเลือกอาหาร หรือทำให้เขา
เกิดปมด้อยว่าเขาทำอาหารไม่อร่อย
ไปถึงไหนอดหัวโตเลย ถ้าทำอย่าง
หลวงพ่อว่า ไปถึงไหนมีกินเรื่อย กอง
เสบียงของเรามีอยู่ตลอด ๒ ข้างทาง
หมวดที่ ๓ ธัมมเทสนาปฏิสังยุต
เป็นเรื่องของการรู้จักดูกาลเทศะ
ในการตักเตือนคน หรือการเทศนา
สั่งสอนใครให้เขารับได้ ไม่ใช่นึกอยาก
จะพูดธรรมะก็พูดเรื่อยไป บางคนมี
ความรู้ธรรมะ อยากให้ใครต่อใครรู้
๖๔
Kalyanamitra.org