การเสด็จมาของพระพุทธเจ้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 11 หน้า 80
หน้าที่ 80 / 133

สรุปเนื้อหา

อาตมภาพ เป็นอริยวงศ์ พระพุทธเจ้าในอดีต ทุก ๆ พระองค์ ทรงกระทำอย่างนี้ ทั้งนั้น ตามปฏิญาณที่ทรงให้ไว้เมื่อเสด็จผ่านมา ทางราชคฤห์สมัยเมื่อแสวงหาโมกขธรรม ได้รับวัดเวฬุวัน สวนไม้ไผ่ เป็นอาราม สงฆ์แห่งแรกในพระพุทธศาสนาแล้ว ข่าวกระฉ่อนทั่วไปทั้งพระนครราชคฤห์ และเมืองใกล้เคียง ทรงได้อัครสาวกซ้าย ขวาคือ พระธรรมเสนาบดีสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ เป็นกำลัง สำคัญ ในเวลาเย็นชาวราชคฤห์มีมือ ถือดอกไม้ธูปเทียน และน้ำปานะ มีน้ำ อ้อยเป็นต้น ไปสู่อารามเวฬุวัน เพื่อฟัง พระธรรมเทศนาและถวายน้ำปานะแก่ พระภิกษุสงฆ์ พระเจ้าสุทโธทนะทรงส่งทูตมา ทูลเชิญพระผู้มีพระภาค เพื่อเสด็จกลับ พระนคร แต่ปรากฏว่าทูต ๙ คณะแรก ไปถึงแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาเสี มาเสอม ใสศรัทธาขอบรรพชาอุปสมบทและ มิได้ทูลเสด็จพระพุทธองค์ ต่อมาถึง ทูตคณะ

หัวข้อประเด็น

- การเสด็จมาของพระพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อาตมภาพ เป็นอริยวงศ์ พระพุทธเจ้าในอดีต ทุก ๆ พระองค์ ทรงกระทำอย่างนี้ ทั้งนั้น ตามปฏิญาณที่ทรงให้ไว้เมื่อเสด็จผ่านมา ทางราชคฤห์สมัยเมื่อแสวงหาโมกขธรรม ได้รับวัดเวฬุวัน สวนไม้ไผ่ เป็นอาราม สงฆ์แห่งแรกในพระพุทธศาสนาแล้ว ข่าวกระฉ่อนทั่วไปทั้งพระนครราชคฤห์ และเมืองใกล้เคียง ทรงได้อัครสาวกซ้าย ขวาคือ พระธรรมเสนาบดีสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ เป็นกำลัง สำคัญ ในเวลาเย็นชาวราชคฤห์มีมือ ถือดอกไม้ธูปเทียน และน้ำปานะ มีน้ำ อ้อยเป็นต้น ไปสู่อารามเวฬุวัน เพื่อฟัง พระธรรมเทศนาและถวายน้ำปานะแก่ พระภิกษุสงฆ์ พระเจ้าสุทโธทนะทรงส่งทูตมา ทูลเชิญพระผู้มีพระภาค เพื่อเสด็จกลับ พระนคร แต่ปรากฏว่าทูต ๙ คณะแรก ไปถึงแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาเสี มาเสอม ใสศรัทธาขอบรรพชาอุปสมบทและ มิได้ทูลเสด็จพระพุทธองค์ ต่อมาถึง ทูตคณะที่ ซึ่งมีกาฬุทายีมหา อำมาตย์เป็นหัวหน้าไปถึงวัดเวฬุวัน ขอบรรพชาอุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาค แล้วจึงทูลอาราธนาพระพุทธองค์ตาม พระดำรัสของพระพุทธบิดา พระผู้มีพระภาค มีพระอรหันต ขีณาสพจำนวนประมาณสองหมื่นเป็น บริวาร เสด็จจากกรุงราชคฤห์สู่นคร กบิลพัสดุ์วันละโยชน์ ๆ รวม ๖๐ วัน ในระหว่างทางได้ประทานพระธรรม เทศนาโปรดประชาชนให้ดำรงอยู่ใน คุณวิเศษต่าง ๆ ตามอุปนิสัย จนกระทั่ง ถึงนครกบิลพัสดุ์ พระพุทธบิดา เตรียมรับเสด็จ พระพุทธองค์ โดยสร้างวัดนิโครธาราม ถวายเป็นพุทธนิวาส การเสด็จมาของ พระพุทธองค์ครั้งนี้ เป็นที่ชื่นชมโสมนัส ของพระประยูรญาติยิ่งนัก เพราะเป็น เวลา ๗ ปีแล้วที่พระองค์จากไป โดย พระญาติมิได้เห็นเลยแม้แต่เงาของพระ องค์ วันรุ่งขึ้น พระผู้มีพระภาคเสด็จ ออกบิณฑบาตผ่านมาทางปราสาท ของพระบิดา พระเจ้าสุทโธทนะทอด พระเนตรเห็นแล้วรีบเสด็จลงไป จับ ชายจีวรของพระองค์แล้วกล่าวว่า “สิทธัตถะ ทำไมเจ้าจึงทำอย่างนี้ ตระกูลของเจ้าเป็นคนขอทานหรือ ศากย วงศ์ไม่เคยทำเลย เจ้าทำให้วงศ์ของพ่อ เสีย บ้านของเจ้าก็มี ทำไมจึงไม่ไปรับ อาหารที่บ้าน เที่ยวเดินขอทานชาวบ้าน อยู่ พ่อจะเอาหน้าไปไว้ไหน พ่อเป็น จอมคนในแผ่นดิน เป็นกษัตริย์ ลูกมา ท่าตนเป็นขอทาน” “มหาบพิตร?” เสียงนุ่มนวล กังวานจากพระโอษฐ์พระผู้มีพระ ภาค “บัดนี้อาตมภาพมิใช่ศากย วงศ์แล้ว อาตมภาพเป็นอริยวงศ์ เป็นพุทธวงศ์ พระพุทธเจ้าในอดีต ทุก ๆ พระองค์ทรงกระทำอย่างนี้ ทั้งนั้น อาตมภาพทำเพื่อรักษาวงศ์ ของอาตมภาพมิให้สูญหาย สำหรับ บ้านอาตมภาพก็ไม่มี อาตมภาพ เป็นอนาคาริกมุนี ผู้ไม่มีเรือน” “ช่างเถอะสิทธัตถะ เจ้าจะเป็น วงศ์อะไร จะมีเรือน หรือไม่มีเรือนพ่อ ไม่เข้าใจ แต่เจ้าเป็นลูกของพ่อ เจ้า จากไป 6 ปีเศษ พ่อคิดถึงเจ้าสุดประ มาณ พิมพาหรือก็คร่ำครวญถึงแต่เจ้า ราหุลเล่ามีบิดาเหมือนไม่มี เจ้าจะต้องไปบ้าน ไปพบลูก พบชายา และพระญาติที่แก่เฒ่า” เวลานี้ ว่าแล้วพระเจ้าสุทโธทนะก็นำ เสด็จพระพุทธองค์ไปสู่พระราชวัง ถวาย ยาทนียโภชนียาหารอันประณีตสมควร แก่กษัตริย์ พระผู้มีพระภาคแสดง พระธรรมเทศนาโปรดให้พระบิดา มหาปชาบดีโคตมีพระน้านาง เป็นพระสกทาคามี และพระนาง เป็นพระโสดาบัน แล้วเสด็จกลับ (อ่าน อฉบับหนั ยูนิโครธาราม Kalyanamitra.org ๗๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More