ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตามบ้าง แต่ไม่รู้จักกาลเทศะในการ
พูด กลายเป็นการพูดเพ้อเจ้อไป บางที
กลายเป็นกดต่ำทำให้ธรรมะเสียค่าไป
ก็มี
ในสมัยโบราณ พระนักเทศน์ทั้ง
หลายท่านให้ความเคารพในธรรมมาก
เวลาท่านจะเทศน์ ท่านต้องล้างมือ
ฟอกมือให้สะอาดเสียก่อน จึงจะหยิบ
คัมภีร์ใบลานขึ้นมา ท่านกลัวคัมภีร์
จะเปื้อน และถึงแม้จะล้างมือสะอาด
แล้วแต่ยังมีกลิ่นติดอยู่ท่านก็ไม่ยอม
ต้องไปล้างไปฟอกอีกหลายครั้ง ท่านว่า
เป็นการแสดงความเคารพในธรรมด้วย
กาย
บางท่านถึงกับเอาน้ำอบไทย
หยดลงไปในมือให้มีกลิ่นหอมเสียก่อน
จึงไปหยิบคัมภีร์ได้
หยิบคัมภีร์แล้วท่านยังให้ความ
เคารพในคัมภีร์อีก พวกเราเคยเห็นไหม
สมุดใบลานที่พระใช้เทศน์ แผ่นยาว ๆ
มีผ้าห่ออยู่แล้วมีเชือกผูก เวลาท่าน
จะแก้เชือก ท่านไม่เอามือข้ามคัมภีร์
เด็ดขาด ท่านว่าเป็นการไม่ให้ความ
เคารพพระธรรม
บางองค์ไม่รู้จักธรรมเนียม พอ
คว้าพระคัมภีร์ใบลานได้ ทั้ง ๆ ที่มี
ผ้าห่อ เชือกผูกอยู่ก็ไม่ยอมแก้ ดึงออก
มาทั้งปีกเลย ท่านจะตำหนิว่า หนอยแน่!
นี่จะเทศน์หรือจะชักดาบซ้อมรบ ท่าน
ถือว่าไม่ให้ความเคารพในพระธรรม
พระอาจารย์เจ้าในอดีต ปู่ย่าตา
ยายของเราให้ความเคารพแม้กระทั่ง
คัมภีร์ถึงปานนี้ แม้ที่สุด คนเดี๋ยวนี้
๖๐ - ๗๐ ปีขึ้นไปก็ยังมีทำอยู่
ที่อายุ
คือถ้าจะหยิบหนังสือธรรมะมาอ่านต้อง
กราบเสียก่อน ๓ ครั้ง อ่านเสร็จแล้วก็
ต้องกราบอีก ๓ ครั้ง แล้วจึงเอาไปไว้
ทเดิม
พวกเราเดี๋ยวนี้หยาบกันมาก
หนังสือสวดมนต์ที่แจกไป พอสวดเสร็จ
ก็พับครึ่งยัดเข้ากระเป๋าหลังนั่งทับ อย่าง
นี้ทั้งชาติไม่มีทางเห็นธรรมะหรอก ก็ใจ
มันหยาบอย่างนั้น ขนาดมีรูปสมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่หน้าปก ยังพับ
เสียบก้นได้ นี่ไปถึงบ้านจะเอาเข้าไปใช้
ในห้องส้วมเสียก็ไม่รู้
แค่หยิบหนังสือธรรมะก็พอจะบอก
ได้ว่า เมื่อไหร่จะเห็นธรรมะ
เรามาดูกันต่อไปว่า วิธีที่จะทำ
ความเคารพในพระธรรม หรือในการ
อบรมสั่งสอน เขามีธรรมเนียมทำอย่างไร
บ้าง จะได้ทำอย่างถูกต้อง
ข้อ ๑. “ภิกษุพึงทำความศึกษา
ว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้
มีร่มในมือ”
ถ้าเขายังเห็นแก่ความสบาย ถือ
ร่มกันแดด กันลม ก็แสดงว่าเขายังไม่
เห็นคุณค่าของการฟังธรรมะ ยังไม่ให้
ความเคารพต่อธรรมะเท่าที่ควร ยังไม่
พร้อมจะฟังธรรม
ข้อ ๒. “ภิกษุพึงทำความศึกษา
ว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้
มีไม้พลองในมือ”
ใครถือไม้พลอง ไม้ตะพด อย่าได้
ไปเทศน์อะไรให้ฟัง เพราะโดยทั่วไป
คำสอนที่ถูกต้อง มักจะไม่เป็นที่ถูกใจ
ของคนพาล ถ้าไม่ถูกใจเมื่อได้ไม้พลอง
ไม้ตะพดนั้นมันจะแฟนกบาลเราเข้า
อย่าเชียวนะ! คนมีอาวุธอยู่ในมือ อย่า
ไปเทศน์ไปเตือนเด็ดขาด เดี๋ยวจะเจ็บ
ตัว
ข้อ ๓.
“ภิกษุพึงทำความศึกษา
ว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้
คนมีศัสตราในมือ”
ข้อ ๔. “ภิกษุพึงทำความศึกษา
ว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้
มีอาวุธในมือ”
คำว่า “ศัสตรา” กับ “อาวุธ” ต่าง
กันอย่างไร
อาวุธ
ศัสตรา หมายถึงของมีคม ส่วน
- หมายถึงของไม่มีคม เช่น ลูกปืน
ไม่มีคม เป็นอาวุธแต่ไม่ใช่ศัสตรา ถ้าดาบ
เป็นศัสตรา แต่เดี๋ยวนี้เราใช้ปนกัน เรียก
O
Kalyanamitra.org
๖๔