ข้อความต้นฉบับในหน้า
สอ
วันนี้ตื่นเช้ามารู้สึกง่วงนอน
เพราะเมื่อคืนช่วงแรกนอนไม่ค่อยหลับ
เนื่องจากเพื่อนที่นอนกลดข้าง ๆ คุยกัน
ส่งเสียงรบกวน นอนไปก็นึกโมโหไป
ตั้งใจว่า พรุ่งนี้เถอะจะจดชื่อส่งให้พี่เลี้ยง
ไปทำกุศลวิวัฒน์ แต่พอนั่งสมาธิไป
เรื่อย ๆ ก็คลายความโมโหลง เลยไม่ได้
ท่าอะไรเขา การนั่งสมาธินั้นผม
กำหนดนิมิตดวงแก้วไม่ค่อยได้ เลย
เปลี่ยนเป็นองค์พระแก้วรู้สึกดีขึ้น แต่
ยังมองได้ไม่ชัดเจน เห็นเป็นเพียง
รูปร่างขององค์พระเท่านั้น บางทีก็ใส
เป็นแก้ว แต่น้อยมาก เห็นเพียงประเดี๋ยว
เดียว บางครั้งก็เผลอสติคิดถึงเรื่องต่าง ๆ
เมื่อได้สติก็กำาหนดองค์พระใหม่ แต่คำ
ภาวนา “สัมมา อะระหัง” ก็ท่องไป
เรื่อย ๆ มีบางทีควบคุมใจไม่ค่อยอยู่
มีเรื่องสับสนในใจก็ต้องลืมตาและนั่ง
เฉย ๆ บางทีคิดปลงสังขารตัวเองที่เกิด
มาแล้วนี้ก็มีแต่ทุกข์ทั้งนั้น แม้แต่ตัวเรา
เองขนาดเข้ามาทางธรรมยังมีความทุกข์
ต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองที่ควบคุมไม่ค่อย
ได้ เมื่อคิดเทียบกับทางโลกมันก็ยิ่งมี
ทุกข์มากกว่ามากมายทีเดียว แล้วทำ
อย่างไรจึงจะพ้นทุกข์ ก็เห็นจะต้องทำ
ตามพระพุทธเจ้าที่ทรงสั่งสอนไว้เท่านั้น
พอคิดได้อย่างนี้จิตใจก็เริ่มสงบลงบ้าง
ทําสมาธิต่อไป
๒ พฤษภาคม ๒๕๒๙
“ยิ่งกว่าได้เงินแสน”
ผมตื่นนอนตอนตี ๒
๒ ทำธุระส่วน
ตัวเสร็จก็แต่งตัวเดินทางไปวัดเบญจม
บพิตรฯ ไปกินอาหารเช้าที่วัด มีขนมปัง
และนมถั่วเหลือง 6 กล่อง รู้สึกตื่นเต้น
เล็กน้อยที่วันนี้เราจะเป็นสามเณร เป็น
เหล่ากอของสมณะ การกระทำก็คงต้อง
สารวมให้มากกว่าเก่า พอ ๗ โมงเช้า
เดินแถวออกมาเดินวนรอบพระอุโบสถ
๓ รอบ ระหว่างที่เดินก็ทำสมาธิไปด้วย
แต่ไม่ค่อยดี เพราะตื่นเต้นที่มีคนมาถ่าย
ภาพมากมาย พอเดินเสร็จก็กลับ
ไปพักผ่อน ตอน 6 โมงเช้าออกมารับ
ผ้าไตร ระหว่างที่เดินมาที่โบสถ์
มีความตื่นเต้นอีก ในใจก็คิดว่าวันนี้ใคร
จะมามอบผ้าไตรให้เราบ้างหนอ พ่อจะ
มาหรือเปล่า แม่จะมาหรือเปล่า พอ
กราบพระประธานแล้วก็ออกมารับผ้าไตร
เมื่อเดินมาตรงหมายเลขรู้สึกตื่นเต้นมาก
ผมไม่กล้ามองว่าใครมาบ้าง แต่มีความ
ผม
รู้สึกว่ามีแม่นั่งอยู่ข้างหน้ากลุ่มนั้น
รู้สึกว่าทันทีที่ผมมายืนต่อหน้าท่าน ผม
เห็นท่านหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้น ผมทราบ
ทันทีว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น ผมรีบก้มหน้า
ไม่มองอะไรทั้งนั้น ถ้าผมไม่ทำอย่าง
นี้ผมต้องร้องไห้ โฮ ๆ แน่ ๆ เลย พอ
สัญญาณฆ้องดังขึ้นผมกราบท่าน ๓ ครั้ง
แล้วกล่าวค้าขอขมาท่าน ในช่วงนั้นผม
ตื่นเต้นจริง ๆ
ง ๆ มือสั่น คำขอขมาก็ชัดบ้าง
ไม่ชัดบ้าง พอรับผ้าไตรมาก็เดินออกจาก
วิหารคด ในช่วงเดินออกมานี้ น้ำ
ตาผมคลอเบ้าตา มันจะไหลเสียให้ได้
ตื้นตันใจจนบอกไม่ถูก ได้ยินเสียงสะอื้น
เบา ๆ จากผู้ปกครองคนอื่น ๆ เกือบทั้ง
วิหาร ต
เมื่อนึกถึงบรรยากาศอย่างนี้ขึ้นมา
ทีไรน้ำตาจะไหลเสียทุกครั้งไป ที่จริง
แล้วความหวังของพ่อแม่ก็คืออยากจะ
ให้ลูกได้บวชในพระพุทธศาสนา เพียง
แค่นี้ก็ชื่นใจอย่างที่สุดแล้ว
ถึงเวลา ๑๑ โมง ก็รับประทาน
อาหารพล
พอบ่าย ๓ โมงผมก็เข้าพิธี
บรรพชา ตอนบรรพชานี้ก็เหมือนกัน
ที่จริงแล้ว
ความหวังของ
พ่อแม่ก็คือ
อยากจะให้ลูก
ได้บวชใน
พระพุทธศาสนา
เพียงแค่นี้ก็ชื่นใจ
อย่างที่สุดแล้ว
รู้สึกตื่นเต้น มือสั่น ใจเต้นตุ้บ ๆ ไม่เป็น
จังหวะเลย นึก ๆ แล้วก็ขำตัวเองเหมือน
กันที่เรื่องธรรมดากลับทำตื่นเต้นไปได้
พอบรรพชาเสร็จก็ออกมารับบาตรกับโยม
พ่อโยมแม่ พอรับบาตรแล้วก็พบปะ
พูดคุยกับญาติโยม ตอนนี้จึงได้ทราบว่า
มีใครมาร่วมพิธีบรรพชาของผมบ้าง
มีโยมพ่อ โยมแม่ โยมพี่ ๒ คน และเพื่อน
ของโยมพี่เป็นคนถ่ายภาพให้โยม
แม่บอกว่าปลื้มใจมาก ได้เงินหมื่นเงินแสน
ก็ไม่ดีใจเท่ากับได้บวชลูกของตัวเอง
ผมเองก็ดีใจมากที่ได้ตอบแทนคุณของ
พ่อแม่ทำให้ท่านมีความสุขใจ และทำ
ในสิ่งที่ท่านหวังไว้ได้สำเร็จ
๓ พฤษภาคม ๒๕๒๙
"การบิณฑบาตในวันแรก"
ผมเดินออกบิณฑบาตในสายที่ 4
โดยมีหลวงพี่วดินเป็นผู้นำทาง ในวันนี้
ออกลายมากเพราะเสียเวลาในการจัด
รูปแถวแบ่งจำนวนสามเณรออกบิณฑ
บา
Kalyanamitra.org