ข้อความต้นฉบับในหน้า
สัมพันธ์
ดิฉันศรัทธาพี่วุฒิสารมาก จะมี
สักกี่คนที่ทุ่มเทให้กับงานพระศาสนา
จนสว่างคาตาอยู่เสมอ ๆ ดิฉันกำลังเบิก
บาน ดีใจที่ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประ
โยชน์
ปฏิหาริย์วันสิ้นปีเก่า
วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
๒๕๒๙ ดิฉันต้องกลับมารับเวรดูแล
นิสิตหอพักอย่างเศร้าสร้อย ไม่มีใคร
ยอมแลกเวรด้วย เพราะทุกคนมีโปรแกรม
กันแล้วทั้งสิ้น ดิฉันหาหนังสือธรรมะ
มาอ่านให้ใจสงบ พอใจสงบแล้วจึง
นึกอธิษฐานว่า ถ้ามีบุญพอขอให้ได้ไป
ร่วมงานธุดงค์ปีใหม่ ที่วัดด้วยเถิด
พยายามนึกถึงพระประธานในโบสถ์
บ่อย ๆ แล้วปาฏิหาริย์ก็ปรากฏ อาจารย์
ผู้ปกครองอีกท่านหนึ่งลงมาที่ห้องทำงาน
อาสาอยู่เวรแทนให้เพราะโทรฯ ไปหา
เพื่อนแล้วไม่เจอ เลยขี้เกียจออกไป
ข้างนอก ดิฉันตื่นเต้นมาก รีบลาไป
แต่งตัวชุดอุบาสิกา วิ่งไปวัดพระธรรม
กายทันที
คืนวันขึ้นปีใหม่ ดิฉันอยู่ใต้รุ่ง
พอสว่างก็กระวีกระวาดจะกลับไปเข้าเวร
ต่อ โชคดีอีกแล้วที่มีตายายคู่หนึ่งเรียก
ดิฉันขึ้นรถโดยที่ยังไม่ได้โบกมือด้วยซ้ำ
ทั้ง ๆ ที่มีคนคอยยืนโบกรถกันอยู่เป็น
แถวท่านมาส่งดิฉันถึงอนุสาวรีย์ชัย
สมรภูมิ ทำให้ดิฉันกลับมาอยู่เวรทันเวลา
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ดิฉันอยากจะเรียก
ว่าเป็นปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อและ
พระธรรมกาย
กินแต่บุญเก่า
ระหว่างนี้ กัลยาณมิตรพี่วิษณุ
สมุหวิญญู หัวหน้าฝ่ายระดมธรรม
ได้ชักชวนดิฉันให้มาเป็น “วิทยากรแก้ว”
อยู่เรื่อย ๆ พี่วิษณุถามถึงคำตอบที่ไร
ก็ได้แต่ยิ้มไปยิ้มมา จะไม่ให้ลังเลได้
อย่างไร ก็ขณะนั้น ดิฉันมีชีวิตสุขสบาย
มีงานราชการทำถึง ๒ แห่ง เงินเดือน
ค่าตอบแทน ค่าประชุม เบี้ยเลี้ยงเดินทาง
มากกว่าครึ่งหมื่น ๒ ขั้นก็ได้ไปแล้ว ปี ๕
ก็ได้ไปแล้ว ที่พักก็ฟรี น้ำไฟก็ฟรี เสื้อผ้า
ก็มีคนซักรีดให้ ห้องพักก็มีคนมาทำ
ความสะอาดให้ ตอนเช้าก็มีรถมารับ
ไปทำงาน ข้าวปลาอาหารก็ไหว้วาน
คนงานหรือนิสิตซื้อมาให้ทานถึงที่ได้
ไม่มีภาระทางบ้านที่จะต้องส่งเสีย ไป
ไหนมาไหนก็อิสระ ไม่ต้องขออนุญาต
ใคร ตัวคนเดียวและได้อยู่ในถิ่นสัปปายะ
มาตลอด ๑๓ ปีที่อยู่กรุงเทพฯ ได้แต่งตัว
สวย ๆ เที่ยวสบาย ๆ ชอปปิ้ง เพลิน ๆ
ตามใจปรารถนา แต่เมื่อมาทบทวนถึง
สิ่งดี ๆ ทั้งหมดที่ตนได้รับในชีวิต ก็ชัก
เอะใจว่า อะไรหนอบันดาลให้ชีวิต
คนอื่น
ผลอะไรสักอย่างหนึ่งอยู่เบื้องหลัง ทำไม
อื่น ๆ ถึงไม่ได้รับอย่างเราบ้างล่ะ
พอได้คิดก็คิดได้ว่าคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่คงเป็นเพราะบุญที่ทำไว้ดีแล้วแต่
ปางไหนก็ไม่รู้ แล้วนี่เราจะมัวมานั่งกิน
แต่บุญเก่าอยู่หรืออย่างไร เราตั้งอยู่
ในความประมาทแท้ ๆ ถ้าบุญเก่าหมด
แล้วเราจะเป็นอย่างไรกันนี่ คิดอย่าง
นั้นแล้วก็หันมาสร้างแต่ บุญ ๆ ๆ
ค่าของธรรมะ
ธรรมะที่พี่วิษณุให้นั้นมีค่ามาก
มากกว่าเงินทองทั้งหมดในโลกนี้ก็ว่าได้
พี่วิษณุบอกว่า
ชีวิตเหมือนการเดินทาง เรา
เดินทางมาแล้วหลายร้อยหลายพันชาติ
ชาตินี้ก็เหมือนกับผ่านไปอีกหลักกิโล
เมตรหนึ่ง และยังต้องเดินทางไปอีก
หลายร้อยหลายพันชาติ ตราบใดที่ยัง
ไปไม่ถึงฝั่งนิพพาน เราก็ต้องเวียนตาย
ของเราสุขสบายอย่างนี้ จะต้องมีเหตุ | เวียนเกิดอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด เรามี
Kalyanamitra.org
๕๗