สัมพันธ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 11 หน้า 60
หน้าที่ 60 / 133

สรุปเนื้อหา

สัมพันธ์ ดิฉันศรัทธาพี่วุฒิสารมาก จะมี สักกี่คนที่ทุ่มเทให้กับงานพระศาสนา จนสว่างคาตาอยู่เสมอ ๆ ดิฉันกำลังเบิก บาน ดีใจที่ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประ โยชน์ ปฏิหาริย์วันสิ้นปีเก่า วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ๒๕๒๙ ดิฉันต้องกลับมารับเวรดูแล นิสิตหอพักอย่างเศร้าสร้อย ไม่มีใคร ยอมแลกเวรด้วย เพราะทุกคนมีโปรแกรม กันแล้วทั้งสิ้น ดิฉันหาหนังสือธรรมะ มาอ่านให้ใจสงบ พอใจสงบแล้วจึง นึกอธิษฐานว่า ถ้ามีบุญพอขอให้ได้ไป ร่วมงานธุดงค์ปีใหม่ ที่วัดด้วยเถิด พยายามนึกถึงพระประธานในโบสถ์ บ่อย ๆ แล้วปาฏิหาริย์ก็ปรากฏ อาจารย์ ผู้ปกครองอีกท่านหนึ่งลงมาที่ห้องทำงาน อาสาอยู่เวรแทนให้เพราะโทรฯ ไปหา เพื่อนแล้วไม่เจอ เลยขี้เกียจออกไป ข้างนอก ดิฉันตื่นเต้นมาก รีบลาไป แต่งตัวชุดอุบาสิกา วิ่งไปวัดพระธรรม กายทันที คืนวันขึ้

หัวข้อประเด็น

- สัมพันธ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สัมพันธ์ ดิฉันศรัทธาพี่วุฒิสารมาก จะมี สักกี่คนที่ทุ่มเทให้กับงานพระศาสนา จนสว่างคาตาอยู่เสมอ ๆ ดิฉันกำลังเบิก บาน ดีใจที่ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประ โยชน์ ปฏิหาริย์วันสิ้นปีเก่า วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ๒๕๒๙ ดิฉันต้องกลับมารับเวรดูแล นิสิตหอพักอย่างเศร้าสร้อย ไม่มีใคร ยอมแลกเวรด้วย เพราะทุกคนมีโปรแกรม กันแล้วทั้งสิ้น ดิฉันหาหนังสือธรรมะ มาอ่านให้ใจสงบ พอใจสงบแล้วจึง นึกอธิษฐานว่า ถ้ามีบุญพอขอให้ได้ไป ร่วมงานธุดงค์ปีใหม่ ที่วัดด้วยเถิด พยายามนึกถึงพระประธานในโบสถ์ บ่อย ๆ แล้วปาฏิหาริย์ก็ปรากฏ อาจารย์ ผู้ปกครองอีกท่านหนึ่งลงมาที่ห้องทำงาน อาสาอยู่เวรแทนให้เพราะโทรฯ ไปหา เพื่อนแล้วไม่เจอ เลยขี้เกียจออกไป ข้างนอก ดิฉันตื่นเต้นมาก รีบลาไป แต่งตัวชุดอุบาสิกา วิ่งไปวัดพระธรรม กายทันที คืนวันขึ้นปีใหม่ ดิฉันอยู่ใต้รุ่ง พอสว่างก็กระวีกระวาดจะกลับไปเข้าเวร ต่อ โชคดีอีกแล้วที่มีตายายคู่หนึ่งเรียก ดิฉันขึ้นรถโดยที่ยังไม่ได้โบกมือด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่มีคนคอยยืนโบกรถกันอยู่เป็น แถวท่านมาส่งดิฉันถึงอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ ทำให้ดิฉันกลับมาอยู่เวรทันเวลา เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ดิฉันอยากจะเรียก ว่าเป็นปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อและ พระธรรมกาย กินแต่บุญเก่า ระหว่างนี้ กัลยาณมิตรพี่วิษณุ สมุหวิญญู หัวหน้าฝ่ายระดมธรรม ได้ชักชวนดิฉันให้มาเป็น “วิทยากรแก้ว” อยู่เรื่อย ๆ พี่วิษณุถามถึงคำตอบที่ไร ก็ได้แต่ยิ้มไปยิ้มมา จะไม่ให้ลังเลได้ อย่างไร ก็ขณะนั้น ดิฉันมีชีวิตสุขสบาย มีงานราชการทำถึง ๒ แห่ง เงินเดือน ค่าตอบแทน ค่าประชุม เบี้ยเลี้ยงเดินทาง มากกว่าครึ่งหมื่น ๒ ขั้นก็ได้ไปแล้ว ปี ๕ ก็ได้ไปแล้ว ที่พักก็ฟรี น้ำไฟก็ฟรี เสื้อผ้า ก็มีคนซักรีดให้ ห้องพักก็มีคนมาทำ ความสะอาดให้ ตอนเช้าก็มีรถมารับ ไปทำงาน ข้าวปลาอาหารก็ไหว้วาน คนงานหรือนิสิตซื้อมาให้ทานถึงที่ได้ ไม่มีภาระทางบ้านที่จะต้องส่งเสีย ไป ไหนมาไหนก็อิสระ ไม่ต้องขออนุญาต ใคร ตัวคนเดียวและได้อยู่ในถิ่นสัปปายะ มาตลอด ๑๓ ปีที่อยู่กรุงเทพฯ ได้แต่งตัว สวย ๆ เที่ยวสบาย ๆ ชอปปิ้ง เพลิน ๆ ตามใจปรารถนา แต่เมื่อมาทบทวนถึง สิ่งดี ๆ ทั้งหมดที่ตนได้รับในชีวิต ก็ชัก เอะใจว่า อะไรหนอบันดาลให้ชีวิต คนอื่น ผลอะไรสักอย่างหนึ่งอยู่เบื้องหลัง ทำไม อื่น ๆ ถึงไม่ได้รับอย่างเราบ้างล่ะ พอได้คิดก็คิดได้ว่าคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คงเป็นเพราะบุญที่ทำไว้ดีแล้วแต่ ปางไหนก็ไม่รู้ แล้วนี่เราจะมัวมานั่งกิน แต่บุญเก่าอยู่หรืออย่างไร เราตั้งอยู่ ในความประมาทแท้ ๆ ถ้าบุญเก่าหมด แล้วเราจะเป็นอย่างไรกันนี่ คิดอย่าง นั้นแล้วก็หันมาสร้างแต่ บุญ ๆ ๆ ค่าของธรรมะ ธรรมะที่พี่วิษณุให้นั้นมีค่ามาก มากกว่าเงินทองทั้งหมดในโลกนี้ก็ว่าได้ พี่วิษณุบอกว่า ชีวิตเหมือนการเดินทาง เรา เดินทางมาแล้วหลายร้อยหลายพันชาติ ชาตินี้ก็เหมือนกับผ่านไปอีกหลักกิโล เมตรหนึ่ง และยังต้องเดินทางไปอีก หลายร้อยหลายพันชาติ ตราบใดที่ยัง ไปไม่ถึงฝั่งนิพพาน เราก็ต้องเวียนตาย ของเราสุขสบายอย่างนี้ จะต้องมีเหตุ | เวียนเกิดอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด เรามี Kalyanamitra.org ๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More