ข้อความต้นฉบับในหน้า
ละก้อ ขอให้แก้ไขเสีย เดี๋ยวจะเป็นเวรเป็นกรรมติดตัวไป
อย่างนี้
ร่วมบุญ ร่วมกรรม
บุญหรือกรรมที่นำให้มาพบกัน
ถาม หลวงพ่อครับ คนที่เคยทำงานร่วมกัน แสดงว่า
ได้สร้างบุญร่วมกันมาใช่ไหม?
ตอบ ไม่แน่ คนที่มาเจอกันมี ๒ พวก พวกหนึ่งบุญ
ดึงมาเจอกัน อีกพวกบาปถึงมาเจอกัน มันจองเวรกันมา
ดึงมาจนกระทั่งเจอกัน ไม่เคยรู้จักชื่อกันเลย พอเจอกัน
ก็เกิดเรื่องทันที อย่างหมากับแมวไม่ต้องรู้จักกัน เจอกัน
ก็กัดกันเลย งูเห่ากับพังพอน ไม่พูดพร่ำทำเพลง เจอหน้า
กันเป็นกัดกันทันที มันเป็นของมันอย่างนี้ เรียกว่าบาป
มันเลี้ยงไว้ ดึงดูดมาเจอกัน ตรงกันข้ามกับคนบางคนแม้
ไม่รู้จักกันมาก่อน พอเจอะหน้ากันก็รู้สึกสนิทสนมเหมือน
กับญาติของตัวเอง อย่างนี้บุญให้มาเจอ
ตกงาน
กรรมอะไรหนอที่ทำให้เราตกงาน
ถาม คนที่ตกงาน หางานทำเท่าไร ๆ ก็ไม่ได้ แสดงว่า
คน ๆ นั้นไม่ได้ทำบุญร่วมกับใครเลยหรือครับ ถ้าหากเข้าใจ
ถูกจะเป็นไปได้หรือที่คน ๆ หนึ่งไม่เคยทำบุญร่วมกับใครเลย?
คอบ คนตกงานมีหลายกรณี
พวกหนึ่ง งานมีให้ทำแต่มันเลือก อย่างนี้เป็นปัจจุบัน
กรรม ปล่อยให้ตกงานไปเถอะ อีกพวกหนึ่งกรรมเก่า งาน
มีเขาก็ไม่รับมัน พวกนี้ได้แก่คนยังไง เคยเจอไหมที่เราไป
บอกบุญแล้วโดนไล่ คนพวกนี้แหละเวลาหางานทำ หางาน
ย้ากยาก ขนาดคนมาบอกบุญยังไล่ พอถึงคราวตัวเองเข้า
ไปหางานที่ไหน ๆ ก็โดนไล่พอกันเชียว ตั้งแต่โบราณแล้ว
ใครมาบอกบุญถึงบ้าน จะมากจะน้อย เขาก็ทำตามกำลัง
ตามสมควร ที่จะไล่เขาก็ไม่ไล่ ขอฝากไว้ด้วย
เกิดเป็นชาย-หญิง
หากจะเกิดทั้งที พยายามสร้างบุญให้ดีก็จะ
เลือกเกิดได้
ถาม การที่คนเราเกิดเป็นชายและหญิงนั้น ทำบุญ
ต่างกันอย่างไร?
ตอบ ที่เกิดมาเป็นรายก็เพราะรักษาศีลข้อ ๓ มาดี
ส่วนที่เป็นหญิง การทำบุญด้านอื่นก็อาจเหมือนกับผู้ชาย
แต่ทราบเอาไว้ว่าในอดีตผิดศีลกาเม ขณะนี้กำลังใช้กรรม
ที่เกิดจากเศษกรรมผิดศีลกาเมอยู่ ฉะนั้นก็ตั้งใจรักษาศีล
ของตัวให้ดี โดยเฉพาะศีลข้อ ๓ ให้ดีเยี่ยม ไม่ช้าก็ได้กลับมา
เป็นชาย ถ้าขณะเป็นหญิงไปผิดศีลข้อ ๓ อีก เช่น นอกใจ
สามีของตัว ถ้าอย่างนั้นยิ่งหนักข้อไปอีก โอกาสจะกลับ
มาเกิดเป็นผู้ชายยากแสนยาก
วิกาลโภชนา
ค
ถ้าจะถือศีลกินข้าวเที่ยงล่ะ จะเป็นยังไง
ถาม กรณี ถือศีล ๘ จะรับประทานอาหารเวลา
๑๒.๐๐ น. - ๑๓.๐๐ น. ได้ไหม?
ตอบ ไม่ค่อยเหมาะ เพราะคำว่า “วิกาลโภชนา”
ความจริงท่านก็ไม่ได้บอกแน่นอนว่าเป็นเวลาเท่าไร คำว่า
“วิกาล” แปลว่าไม่ใช่กาล ที่เรานิยมคือหลังเที่ยงเป็นเวลา
ไม่ใช่กาล แต่ว่าเอาละ เราทำงานราชการหรือติดงาน
อะไรหนัก ๆ เที่ยงไม่ทันก็อย่าให้เกิน ๑๒.๐๐ น. - ๑๒.๐๐ น.
เพราะมันไม่สวย ไม่งั้นจะว่าบ่ายได้ไหม บ่ายสองโมงได้ไหม
บ่ายสามโมงได้ไหม มันไม่จบ เอาว่าเที่ยงถ้ามีเศษอย่า
ให้ถึงบ่ายเลย ไม่งั้นมันไม่จบ แล้วก็ต้องเป็นกรณีที่มีความ
จำเป็นจริง ๆ ไม่ใช่ว่าหาทางเลี่ยง
กรวดน้ำ
ถ้าเราไม่กรวดนํ้าเอง แต่ให้ผู้อื่นกรวดน้ำาแทน
จะได้ผลเหมือนกันหรือไม่
ถาม การกรวดน้ำอุทิศแผ่ส่วนบุญนั้น ในงานพิธีบุญ
ที่มีสาธุชนมาก ๆ ถ้าหากจะให้ตัวแทนเป็นผู้กล่าวนำ
คำอุทิศ แล้วเรากล่าวตาม และให้ตัวแทนเป็นผู้กรวดน้ำแทน
ด้วยจะได้ไหมครับ
ตอบ การกรวดน้ำในงานพิธีมีตัวแทนเขากรวดแล้ว
ไม่จำเป็นจะต้องมีคำกล่าวอะไรเพิ่มเติม เพราะว่าขณะที่
กำลังกรวดน้ำ เป็นเวลาเดียวกับที่พระสงฆ์กำลังให้พร
ถ้าเรากล่าวอะไรไป ก็ไปขัดจังหวะกับพระภิกษุ เพราะฉะนั้น
Kalyanamitra.org
MOT