มนุษย์ไม่รู้ตัว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 11 หน้า 61
หน้าที่ 61 / 133

สรุปเนื้อหา

& E มนุษย์ไม่รู้ตัว ว่าประมาท ซ้ำร้ายพอมีคนบอก กลับหาว่าคนบอก งมงายเสียอีกด้วย เวลาในโลกมนุษย์ไม่ถึง ๑๐๐ ปี เราดูว่า ยาแต่ที่จริงสั้น เทียบแล้วเท่ากับวันหนึ่ง กับคืนหนึ่งในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทา นั้นเอง เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะมนุษย์ เกิดมาแล้วประมาทไม่ค่อยสร้างบุญ ในช่วงชีวิตมนุษย์ ๑๐๐ ปีนั้น ถ้าเอาวัน เวลานาทีที่เขาได้ทำบุญมาเรียงต่อ ๆ กันแล้วไม่ถึง ๑๐ เดือนด้วยซ้ำ นอกนั้น ใช้ชีวิตหมดเปลืองไปกับการนอนเสีย ๑ ใน ๓ ของชีวิต การทำงานหรือเรียน หนังสือเสีย ๑ ใน ๓ และบำรุงบำเรอ ขันธ์ ๕ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เสียอีก ใน ๓ ของชีวิต ถ้าคิดเป็นรายวันจะ เห็นได้ชัดว่า ใน ๒๔ ชั่วโมง เรานอน เสีย 6 ชั่วโมง เวลาที่เหลือก็หมดไป กับการล้างหน้า อาบน้ำ แต่งตัว กิน คุย เล่น อ่านหนังสือ ดูทีวี ฯลฯ เวลาที่ จะเอา

หัวข้อประเด็น

- มนุษย์ไม่รู้ตัว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

& E มนุษย์ไม่รู้ตัว ว่าประมาท ซ้ำร้ายพอมีคนบอก กลับหาว่าคนบอก งมงายเสียอีกด้วย เวลาในโลกมนุษย์ไม่ถึง ๑๐๐ ปี เราดูว่า ยาแต่ที่จริงสั้น เทียบแล้วเท่ากับวันหนึ่ง กับคืนหนึ่งในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทา นั้นเอง เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะมนุษย์ เกิดมาแล้วประมาทไม่ค่อยสร้างบุญ ในช่วงชีวิตมนุษย์ ๑๐๐ ปีนั้น ถ้าเอาวัน เวลานาทีที่เขาได้ทำบุญมาเรียงต่อ ๆ กันแล้วไม่ถึง ๑๐ เดือนด้วยซ้ำ นอกนั้น ใช้ชีวิตหมดเปลืองไปกับการนอนเสีย ๑ ใน ๓ ของชีวิต การทำงานหรือเรียน หนังสือเสีย ๑ ใน ๓ และบำรุงบำเรอ ขันธ์ ๕ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เสียอีก ใน ๓ ของชีวิต ถ้าคิดเป็นรายวันจะ เห็นได้ชัดว่า ใน ๒๔ ชั่วโมง เรานอน เสีย 6 ชั่วโมง เวลาที่เหลือก็หมดไป กับการล้างหน้า อาบน้ำ แต่งตัว กิน คุย เล่น อ่านหนังสือ ดูทีวี ฯลฯ เวลาที่ จะเอาไปสร้างบุญจริง ๆ จัง ๆ แทบจะหา ไม่ได้ นี่แหละคือเหตุผลที่ว่า ทำไมบุญ ของเราจึงยังไม่เต็มเปี่ยมและไม่เข้าถึง พระนิพพานเสียที มนุษย์ไม่รู้ตัวว่าประ มาทซ้ำร้ายพอมีคนบอก กลับหาว่าคน บอกงมงายเสียอีกด้วย ทะนงตน ราวกับ บุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งที่แท้จริงของเรา เสบียงอื่นเราไม่อาจนำติดตัวไปได้ ไม่ว่า เราจะสะสมเงินทองไว้มากเท่าไรก็ตาม ก็ไม่อาจนำติดตัวไปได้ อย่าว่าแต่สมบัติ นอกกายเลย ของที่ติดกับตัวเราอยู่แท้ๆ เช่น ดวงตาอันงดงาม นิ้วมืออันเรียวยาว เราก็ไม่อาจเอาติดตัวไปได้ ฟังธรรมะพี่วิษณุแล้ว จึงเริ่มเข้าใจ ถึงคำว่า "เวียนว่ายตายเกิด” อย่างจะ แจ้งแตกฉานก็ตอนนั้นเอง และเข้าใจ ลึกซึ้งทีเดียวว่า เหตุใดพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าจึงตรัสปัจฉิมโอวาทในวาระสุดท้าย ว่า อย่าประมาท โอกาสทอง วันเวลาไม่เคยรอใคร ชีวิตเป็น ของน้อย เดี๋ยววัน เดี๋ยวคืน เหลือเวลา ที่เราจะสร้างบุญได้น้อยลงไปทุกวัน ๆ ใครบ้างจะรับประกันว่าเราจะแก่ตาย ที่คิดไว้ว่าคงจะตายเมื่ออายุ ๗๐ ๘๐ ปีนั้น มันไม่แน่! แต่ยังหนักใจอยู่อีกหน่อยว่า ดิฉัน ยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่เลย พี่วิษณุไขปัญหาของดิฉันว่า แม้ เราจะไม่ได้ตอบแทนท่านด้วยเงินทอง ว่าตนรู้ดีกว่าพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ พวกนี้ชอบเรือปลายปากกาชาวบ้าน มากกว่าปลายปากกาของพระอรหันต์ ซึ่งเป็นทรัพย์ภายนอกเป็นของหยาบ ที่เขียนไว้ในพระไตรปิฎก ชอบคิดว่า แต่บุญที่เราตั้งหน้าสะสมไว้นั้น ตนเป็นคนมองการณ์ไกล แต่ก็ไม่เห็น จะไกลเกินร้อยปี! เมื่อเราอุทิศให้พ่อแม่ ท่านก็จะ ได้รับในรูปของทรัพย์ละเอียดที คนที่ฉลาดย่อมหาเสบียงไว้ใช้ จะติดตัวท่านข้ามภพข้ามชาติไปได้ ในการเดินทางไกลในวัฏสงสาร รู้จัก หาที่พึ่งให้แก่ตน เราไม่อาจยึดเหนี่ยว ใครไว้เป็นที่พึ่งได้ตลอด พ่อแม่ของเรา ท่านก็อยู่กับเราไปได้อีกไม่กี่ปี พี่น้องเรา ไม่ใช่ตอบแทนเฉพาะชาตินี้เท่านั้น เมื่อท่านหลับตาลาโลก บุญที่ลูก ส่งให้นี่แหละคือสิ่งที่ท่านต้องการ เมื่อแต่งงานแล้วก็ต่างคนต่างไป เพื่อน เพราะจะเป็นที่พึ่งของท่านได้ ถึง ฝูงเราก็ยึดเกาะไว้ไม่ได้ตลอด เพราะ เวลานั้นท่านจะระลึกได้เองว่าลูก ฉะนั้น ควรที่จะมองหาที่พึ่งที่ถาวรแก่ตน คนไหนที่ท่านพึ่งได้มากที่สุด Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More