ข้อความต้นฉบับในหน้า
1 ก ง ก า ล ยุ ค 0 0
สรุปอารยธรรมตะวันตก
กับพระพุทธศาสนา
1
๑
กุชูละได้นํา
ระมาณ ค.ศ.๔๘ เกิดการเปลี่ยนแปลง ครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่
ครั้งใหญ่ เมื่อมีการรุกไล่ของพวกด้วยสี กองทัพข้ามภูเขา กุละและโอรสคือ วีมะกทม
เสส (Vima Kadphises) ได้อำนาจเหนือบริเวณ
ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย
ในประเทศจีน ลงมายังแคว้นบัคเตรีย
และบริเวณใกล้เคียงในเอเชียกลาง
พวกนี้แบ่งแยกกันอยู่เป็นเผ่าเป็นอิสระต่อ
กัน จนกระทั่งกุละกทุฒิเสส (Kujula Kadphises)
แห่งเผ่ากุษาณะได้รวบรวมอำนาจหมู่ต่าง ๆ เข้า
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในระยะใดระยะหนึ่งของ
พระศากยมุนีในขณะบำเพ็ญ
ทุกรกิริยา พระวรกายทรุด
โทรมจากการทรมานพระองค์
เพื่อแสวงหาพระสัมมาสัม
โพธิญาณ เป็นประติมากรรม
หินสมัยคันธาระ ราวคริสต์
ศตวรรษที่ ๒ ภายหลังจาก
ราชวงศ์กุษาณะ เจริญรุ่งเรืองมากในยุค
ของกษัตริย์พระนามว่า กนิษกะ (Kaniska) ซึ่ง
ขึ้นครองราชย์ประมาณ ค.ศ.๑๒๐ ได้ปกครอง
สืบต่อจากวีมะกทุฒิเสส โดยอาจมีช่วงเว้นระยะ
สั้น ๆ พระเจ้ากนิษกะได้ปกครองภาคตะวันตก
ของอินเดียทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดมาจนถึง
พาราณสี และอาณาจักรในเอเชียกลางของ
พระองค์ก็แผ่ออกไปอย่างกว้างขวาง
สมัยนี้นับว่า มีความสำคัญมากในส่วนที่
เกี่ยวกับประวัติพุทธศาสนา และตามที่เชื่อถือกัน
ในหมู่พุทธศาสนิกชนทางเหนือ พระเจ้ากนิษกะ
ทรงทรมานพระองค์อยู่ 5 ปี
พระโพธิสัตว์จึงมั่นใจว่า
การบำเพ็ญทุกรกิริยาไม่มี
ประโยชน์ จึงได้เริ่มปฏิบัติ
ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ที่ยิ่งใหญ่มีซากที่เหลือตกค้าง
อยู่มากมายที่พิสูจน์ถึงความสำคัญและความนิยม
ในพุทธศาสนาในหมู่ประชาชนในระยะนี้ และ ณ
ทางสายกลาง
บัดนั้นเองที่พุทธศาสนาเริ่มแผ่ออกไปในเอเชีย
กลางและตะวันออกไกล ความคุ้นเคยบาง
ประการของศาสนาอินเดียนี้ได้เข้าไปถึงจีนแล้ว
แต่ยังมิได้มีอิทธิพลสำคัญประการใดจน ณ บัดนี้
เริ่มลงตั้งแต่ฉบับที่ ปีที่
๕๓ ๕ พฤษภาคม ๒๕๓๓
โดย ชัยสิริ สมุทวณิช
๖๒ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖