พระพากุละเถระ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 2 หน้า 90
หน้าที่ 90 / 112

สรุปเนื้อหา

ปสาทะปรารถนาบรรพชาอุปสมบท ในพระธรรมวินัย จึงกราบทูลขอ บรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา ต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อได้รับพุทธานุญาต ให้ บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ได้ฟังพระโอวาทที่พระองค์ทรงสั่ง สอนในทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่าน ประกอบความเพียรด้วยความไม่ ประมาท จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณ ๔ ประ การ ในเวลารุ่งอรุณของวันที่ 6 นับจากที่ได้บรรพชาอุปสมบทมาแล้ว พระพากุละเถระได้ประกอบ กิจในพระพุทธศาสนาด้วยความเคร่ง ครัดในเนสัชชิกธุดงค์คือ ถือการนั่ง ไม่ยอมนอนและถืออรัญญิกธุดงค์คือ อยู่ป่าเป็นวัตร ในระหว่างที่พระพากุละเถระ ยังเป็นฆราวาสอยู่ในช่วงอายุ ๘๐ ปีนั้น ปรากฏว่า ท่านไม่เคยเจ็บไข้ ได้ป่วยเลยแม้เพียงเล็กน้อย และ เมื่อมาบวชในพระพุทธศาสนาประ มาณ ๘๐ ปี ท่านไม่เคยจำพรรษา ในบ้าน และเป็น

หัวข้อประเด็น

- พระพากุละเถระ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ปสาทะปรารถนาบรรพชาอุปสมบท ในพระธรรมวินัย จึงกราบทูลขอ บรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา ต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อได้รับพุทธานุญาต ให้ บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ได้ฟังพระโอวาทที่พระองค์ทรงสั่ง สอนในทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่าน ประกอบความเพียรด้วยความไม่ ประมาท จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณ ๔ ประ การ ในเวลารุ่งอรุณของวันที่ 6 นับจากที่ได้บรรพชาอุปสมบทมาแล้ว พระพากุละเถระได้ประกอบ กิจในพระพุทธศาสนาด้วยความเคร่ง ครัดในเนสัชชิกธุดงค์คือ ถือการนั่ง ไม่ยอมนอนและถืออรัญญิกธุดงค์คือ อยู่ป่าเป็นวัตร ในระหว่างที่พระพากุละเถระ ยังเป็นฆราวาสอยู่ในช่วงอายุ ๘๐ ปีนั้น ปรากฏว่า ท่านไม่เคยเจ็บไข้ ได้ป่วยเลยแม้เพียงเล็กน้อย และ เมื่อมาบวชในพระพุทธศาสนาประ มาณ ๘๐ ปี ท่านไม่เคยจำพรรษา ในบ้าน และเป็นผู้ไม่มีโรคภัย เบียดเบียน ไม่เคยต้องทำการรักษา พยาบาลด้วยเภสัช แม้สมอเพียง ชิ้นเดียวท่านก็ไม่เคยฉัน มูลเหตุที่ท่านไม่เคยมีอาพาธ ในปัจจุบันชาตินี้ ก็เป็นเพราะผล บุญกุศลที่ได้เคยถวายยาและตั้งความ ปรารถนาไว้ในอดีตชาตินั่นเอง พระ ผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกย่องให้พระ พากุละเถระเป็นเอตทัคคะดังปรากฏ 66 อาตมาเป็นผู้ไม่มีอาพาธ แม่เพียงเล็กน้อยชั่วเวลา เพียงรีดนมโค ไม่เคยฉันยา แก่โรคอาพาธ โดยที่สุด แม้เพียงยาดองผลสมอ ไม่เคยนั่งพิงพนัก และ ไม่เคยนอนในที่ใดที่หนึ่งเลย 99 ในพระบาลีคัมภีร์อังคุตตรนิกายเอก นิบาตว่า “ภิกษุทั้งหลาย พระพากุละ เถระเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ผู้ เป็นสาวกของตถาคตในทางมีอาพาธ น้อย” พระพากุละเถระเมื่อได้สำเร็จ เป็นพระอรหันต์และได้รับตำแหน่ง เอตทัคคะแล้ว ท่านได้ให้โอวาทแก่ ภิกษุทั้งหลายท่ามกลางสงฆ์ในสมัย ก่อนการปรินิพพานเป็น ๓ คาถาว่า “ผู้ใดไม่ทํางานที่ต้องทําก่อน แต่มุ่งจะทำในภายหลังผู้นั้นจะพลาด จากเหตุที่จะให้เกิดสุขและจะเดือด ร้อนภายหลัง” (ผู้ใดไม่ทํางานที่ต้องทําก่อน คือ เมื่อเวลาก่อนที่จะถูกโรคภัยและ ความชราเข้ามาเบียดเบียน ไม่ทำงาน ที่ควรทำ ที่จะนำประโยชน์เกื้อกูล และความสุขมาให้ตน ด้วยคิดว่า จะทำในภายหลัง แต่เมื่อเวลาล่วง ไปแล้ว ร่างกายถูกโรคภัยไข้เจ็บ และความชราเข้ามาเบียดเบียน จึง คิดจะเรียกเวลาให้กลับคืนมาเพื่อ ตนจะได้ย้อนกลับไปทำงานที่คิดว่า จะทำได้ ซึ่งก็สายไปเสียแล้ว เขาจึง ต้องได้รับความเดือดร้อนในขณะนั้น) “บุคคลจะกระทำสิ่งใด จึงควร กล่าวถึงสิ่งนั้น ไม่กระทำสิ่งใด อย่า กล่าวถึงสิ่งนั้น ผู้ไม่กระทำได้แต่พูด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่าไม่ดี” (คนพูดอย่างใด ทําอย่างนั้น เท่านั้น ย่อมงดงามโดยอำนาจของ สัมมาปฏิบัติ ไม่ใช่งามโดยอย่าง ๘๘ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More