ข้อความต้นฉบับในหน้า
ระลึกถึงคุณพระเพลิง พระพาย พระธรณี
พระคงคา เป็นที่พึ่ง หมอเสกขมิ้นกับปูนทา
หลังทาท้อง แล้วจึงขึ้นอยู่บนกระดาน และรับ
ประทานยาแก้โลหิตเช้าเย็นกว่าจะออกไฟ แต่
การทำนอนไฟนั้น บ้างก็นอนอยู่ครบเดือน บ้าง
ไม่ครบเดือน สุดแต่จะอยู่ได้”
...ต้องนิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์
ตั้งเครื่องพิธีพราหมณ์ มีบายศรี หัวหมู เป็ด ไก่
และหม้อรกที่เก็บไว้ ก็ต้องน่า มาเข้าพิธีด้วย
เมื่อพระสวดมนต์เสร็จแล้วโทรก็จะต้องเอาหม้อ
รกไปห่า พิธีฝัง ซึ่งในพิธีนี้เขาจะปลูกมะพร้าว
ทองด้วย มะพร้าวทองนี้ก็คือ มะพร้าวที่เอา
กระดาษเงินกระดาษทองปิดนั่นเอง เมื่อปลูกแล้ว
ในขุนช้างขุนแผนก็กล่าวถึงการอยู่ไฟว่า ก็ใช้น้ำมนต์พรมและรดมะพร้าวที่ปลูก รวมทั้ง
อยู่ครบเดือนจึงจะดี
“แม่ข้านอนไฟให้ร้อนทั่ว
เดือนหนึ่งออกไฟไม่หมองมัว
(หอพระสมุดแห่งชาติ, ๒๕®๐ : ๕)
หม้อรกนั้นด้วยถือกันว่า ถ้ามะพร้าวเจริญงอก
งามดี เด็กนั้นก็จะมีความสุขสมบูรณ์ นอกจาก
นี้พิธีฝังรกเขายังมีเคล็ดอีกอย่างหนึ่งคือ คนที่
ถือหม้อรก ถือมะพร้าวเงินมะพร้าวทองนั้น จะ
การฝังรก
ต้องสมมุติชื่อว่า นายบุญมั่น นายบุญคง นาย
บุญมี นายบุญยัง และถ้าจะหาคนที่มีชื่ออย่าง
สมัยโบราณเมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว นี้จริงๆ ได้ก็จะเป็นการดี.... หวังให้เกิดสิริมงคล
ทมอตำแยจะตัดรกล้างให้สะอาดหมดจด ใส่
และความเจริญ”
หม้อตาลแล้วใส่เกลือทับรกไว้ เชื่อกันว่าจะ
ป้องกันไม่ให้ทารกเจ็บป่วยหรือเป็นพุพองได้ การตั้งชื่อทำขวัญ
แล้วนำ หม้อตาลที่ใส่รกนั้น วางไว้ริมเตาไฟที่
มารดาใช้อยู่ไฟ เชื่อกันว่าจะทำ ให้ลายสะดือ
ทารกแห้งเร็ว (ที่จริงแล้วคงช่วยให้รกสุก ไม่
เหม็นเน่ามากกว่า) เมื่อครบ ๓ วัน บิดาจะนำ
หม้อรกไปฝัง มักจะฝังวันเดียวกับวันที่ท่า พิธี
ตั้งชื่อเด็ก บางแห่งก็ท่า วันเดียวกับวันร่อนกระ
ดังหรือบางแห่งฝังรกวันเดียวกับวันที่ทารกเกิด
ในการฝังรก เขาต้องกำหนดที่ฝังด้วย
โดยดูว่าเด็กเกิดวันใด จะต้องฝังรกไว้ที่ใด เขา
มีตำราบอกไว้เช่น เด็กเกิดวันศุกร์ ต้องฝังรก
ไว้โคนต้นไทร เป็นต้น ถือว่าจะเกิดสิริมงคล
เมื่อบุตรนอนอยู่ในกระด้งครบ ๓ วัน
บิดามารดาที่มีฐานะดีก็จะให้คนทำ บายศรีปาก
ชาม ขวัญ และยกบุตรจากกระด้งเพื่อเอาลง
นอนเปลตามธรรมเนียมซึ่ง สมบัติ พลายน้อย
(๒๕๐๒ : ๓๙-๓๙) กล่าวว่าต้องมีเครื่องพิธีใส่
ลงในเปลด้วย คือ
“ถุงใส่ข้าวตอก ข้าวเปลือก ถั่วเขียว
งา เมล็ดฝ้าย ของเหล่านี้ใส่ในถุงผ้าหรือแพรสี
ต่างๆอย่างตะหนึ่งกำมือ...มีหินบดทั้งแม่และลูก
ฟักเขียวหนึ่งลูก จัดการอาบน้ำทาแป้งเด็กให้
ขาว ถ้าเป็นชายใส่สมุดดินสอลงไปด้วย ล้า
แก่เด็ก ขากลับบ้านต้องทักไม้ไร่พืชผลติดมือ เป็นหญิงก็ใส่เข็มใส่ด้าย เมื่อพร้อมแล้วจะทำ
มาด้วยอาทิ อ้อย ข้าวโพด ทั้งนี้เพื่อเป็นเคล็ด
ว่าเด็กนั้นโตขึ้นจะได้สมบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน เป็น
คนขยัน รู้จักทำ มาหากินและได้พืชผลงอกงาม
นั่นเอง
ถ้าคนมีฐานะดี เขาจะทำ พิธีเติมตำรา
ดังที่ สมบัติ พลายน้อย (๒๕๐๒ : ๖๓) อธิบาย
ไว้ดังนี้
พิธีเวียนเทียนจนครบ ๓ รอบ... เอาด้ายสาย
สิญจน์ปัดเคราะห์โศก โรคภัยออกไปทางปลาย
มือข้างละ ๓ ที... เอาด้ายสายสิญจน์ใหม่เสก
ด้วยพระเวทผูกข้อมือเด็ก....กระแจะจันทน์เพิ่ม
ที่หน้าผาก แล้วอวยพร...หลั่งน้ำมนต์ลงในเปล
เอาใบมะตูมวางลงในเปล แล้วเริ่มที่หัวนอน
นำ ถุงต่างๆ ที่เตรียมไว้ลงในเปลทั้งสองข้าง
/ไา กัลยาณมิตร
สิงหาคม ๒๕๓๙ เป็น