ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชิเคดมไข้เากที่รักแม่มากที่ Abl
กลัวแดด กลัวโคลน แล้วก็เล่าเรื่องพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
สมัยยังเป็นพระโพธิสัตว์ ชาตินั้นท่านเกิดมาในตระกูล
พราหมณ์ที่ร่ำรวยมาก มีชื่อว่า สุเมธ เมื่อมารดาบิดาของ
ท่านเสียชีวิตลง เจ้าหน้าที่คลังสมบัติก็มาเปิดคลังให้ท่าน
ดูทรัพย์ที่สะสมกันมาถึง ๓ ชั่วโคคร ท่านเป็นคนมีปัญญา
จึงเห็นว่า ทรัพย์สมบัตินี้ไม่สามารถนำติดตัวไปได้เมื่อถึง
เวลาตาย จึงได้แจกจ่ายสมบัติออกเป็นทาน แล้วออกบวช
เป็นคาบล
เหาะได้
ท่านก็ทำความเพียรจนได้สมาบัติ 5 มีฤทธิ์
ธ
วันหนึ่ง ท่านเหาะเข้ามาในเมือง ก็เห็นคนเยอะแยะ
จึงถามว่า ทำอะไรกัน ก็ได้ค่าตอบว่า กำลังทำทางให้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์จะเสด็จมาที่เมืองนี้ สุเมธ
ดาบสฟังแล้วก็เกิดศรัทธาและอยากจะทำบ้าง จึงขอท่า
ที่ก็
ชาวเมืองเห็นท่านมีฤทธิ์ จึงให้ท่าที่ที่เจิ่งนองด้วยน้ำแฉะ
ที่สุด เมื่อถึงเวลาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมา ทุกๆ
ทำเสร็จแล้ว ที่ของสุเมธดาบสเหลือเพียง ๑ ช่วงตัว ที่ยัง
ท่าไม่เสร็จ เวลานั้นพระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มาถึง
แล้ว สุเมธดาบสจึงตัดสินใจ ทอดกายเป็นสะพานให้พระ
ทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันตสาวก ๑ แสน
องค์ท่านไป เมื่อทุกองค์เดินผ่านกันไปหมดแล้ว พระที่นั่ง
กรสัมมาสัมพุทธเจ้าก็หันกลับมาพยากรณ์ว่า สุเมธดาบสนี้
อสงไขยกับ 6 แสนมหากัปจะได้ตรัสรู้พระอนุตตร
สัมมาสัมโพธิญาณ สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อีก
(ฮ
ชิ
แล้วหลวงพ่อท่านก็พูดต่อว่า ให้ลูกๆ เอาแบบอย่าง
สุเมธดาบส อย่ากลัวแดดให้ออกมา เสร็จแล้วท่านก็กล่าว
บูชาพระ ต่อไปก็เชิญประธานในพิธีคือ คุณอนันต์ กับ คุณ
บุญชัย ไปรับแผ่นทองคำวจากหลวงพ่อ แล้วนำไปวางไว้
บนพานเพื่อจะนำไปหล่อพระธรรมกายประจำตัว จากนั้น
สาธุชนจึงเดินไปวางแผ่นทองคำๆไว้บนพาน เสร็จแล้วพระ
เดชพระคุณหลวงพ่อก็น่าบูชาพระเป็นอันเสร็จพิธี วันนั้นก็
เป็นวันประวัติศาสตร์วันหนึ่งของชาวพุทธเลยนะคะ เมื่อ
ถึงเวลาที่ธรรมกายเจดีย์สร้างเสร็จ มหาชนทั่วโลกก็พากัน
มาขม นุ่นเชื่อว่าคนที่มาชม ทุกคนต้องอยากมีส่วนร่วมใน
การสร้างอย่างแน่นอน เราทุกคนโชคคที่มีโอกาสได้ร่วม
สิงหาคม ๒๕๓๙
.
บุญในครั้งนี้ จะได้ไม่เสียดายในภายหลังว่าไม่ได้มีส่วน
ร่วมงานบุญใหญ่
หลังจากวันนั้น ๒-๓ วัน น.ร.อภิญญาก็ได้มีโอกาส
ไปช่วยเก็บงานด้วยค่ะ ก็เก็บกระสอบ กระสอบที่ปูนั่งนะคะ
แล้วเอาไปล้างที่หน้าวัด โดยการเอาแปรงขัดถู แล้วจึงตาก
ก็ใช้น้ำในคลองนั่นแหละค่ะ รู้สึกสนุกกันมาก ทุกคนชอบ
มากค่ะ เพราะไม่เคยได้มีโอกาสท่าเลย พอวันวิสาขบูชา
ม่านไปไม่นาน น.ร.อภิญญาก็ได้มีโอกาสไปปล่อยปลาที่
จ.สิงห์บุรี แต่ไม่ครบทั้งหมดเพราะพี่กุ้งกับพี่ผึ้งขึ้นดอยไป
ก่อน แต่ไม่เป็นไรค่ะ นั่นก็ยังเหมือนเดิม จากกันก็ต้องคิด
ถึงกันเป็นธรรมดา พวกเราก็ออกเดินทางจากวัดตอนบ่าย
โมง นั่งรถบัสไปพร้อมโบหลวงพี่ฉัตตัญชโยสามเณรและพี่ๆ
อุบาสิกา นั่งไปจนถึง จ.อ่างทอง ก็แวะที่วัดไชโยวรวิหาร
เพื่อที่จะไปนมัสการหลวงพ่อโต เสร็จแล้วก็ไปวัดพระนอน
วรวิหาร จ.สิงห์บุรี เข้าไปในโบสถ์ นั่นก็เห็นพระพุทธรูป
เป็นลักษณะนอนอยู่ เผอิญนั่นไม่ทราบว่าเรียกว่าปางอะไร
ใหญ่โตสวยงามมาก นั่นก็เข้าไปกราบพระพุทธรูป นั่น
สังเกตได้ว่า สิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตและสวยงามมักจะเป็นที่
ดึงดูดความสนใจของคนทั่วไป บรรยากาศภายในวัดสงบ
ร่มรื่นดีค่ะ หลังจากนั้นก็ไปยังที่ที่จะปล่อยปลาคือที่วัด
กลางธนรินทร์ จ.สิงห์บุรี ก็ไปถวายสังฆทาน และกล่าว
ค่าปล่อยปลา ตอนไปปล่อย ก็หิ้วลังเดินลงบันไดไปยังริม
แม่น้ำ แล้วยังต้องเดินขึ้นไปบนเรือแจวอีก จึงจะปล่อย
ปลาได้ ตอนที่เดินขึ้นเรือ นั่นเสียวมาก เพราะเรือโคลง
เคลงมาก กลัวคว่ำค่ะ แต่ก็กลั้นใจเดินไป ตอนนั้นตรึกไป
ด้วย เอาธรรมะเป็นที่พึ่งค่ะ เมื่อปล่อยปลาเสร็จก็ขึ้นรถ
กลับวัด ระหว่างทางก็ปวดมนต์ทำวัตรเย็น ถึงวัดก็อาบน้ำ
นอนเลยค่ะ เหนื่อยจริงๆ
ตอนนี้ (ที่พนาวัฒน์) นั่นก็ต้องตื่นมานั่งสมาธิเวลา
ห'
ดี ๕ สวดมนต์ทำวัตรเช้าตอน 5 โมง เสร็จแล้วก็มารับ
บุญจนถึง 11 โมง แล้ววิ่งตั้งแถวเดินไปทานข้าวเข้า เสร็จ
แล้วก็ทำภารกิจส่วนตัว เดินแถวไปท้องปฏิบัติธรรมตอน
๑.๐๐ น. จะมีพระอาจารย์ลงทุกรอบ นั่งสมาธิถึง 90. น.
พักแป๊บนึง ๑๑,๐๐ น. ก็ไปทานอาหารกลางวัน ล้างจาน
กัลยาณมิตร